"เซ็นใบลาออกซะ หรือจะให้ฉันไล่ออกด้วยข้อหาไร้ความสามารถแล้วประจานให้ไม่มีที่ยืนในวงการธุรกิจ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นลั่นห้องประชุมใหญ่ของ "จินตนาการ กรุ๊ป" บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง แรงกระแทกทำให้แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงสั่นระริก ของเหลวสีดำกระฉอกเปื้อนเอกสารรายงานประจำไตรมาส
ประธานอาวุโส "ประยุทธ์" ผู้มีศักดิ์เป็นถึงคุณอาแท้ๆ ฝั่งสามีของมินตรา ยืนค้ำหัวด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามราวกับกำลังมองเศษขยะข้างถนน ข้างกายเขามี "ประวิทย์" ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและเป็นลูกพี่ลูกน้องของกรณ์ยืนกอดอกยิ้มเยาะอย่างได้ใจ
มินตรายืนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึง 300 องศาเซลเซียส เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตากลมโตคลหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ ไม่ใช่เพราะเธอเสียดายตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานมาหลายปี แต่เป็นเพราะความหน้าตัวเมียของคนตระกูลนี้ต่างหาก!
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ตอนที่กรณ์ สามีที่จดทะเบียนสมรส (และเธอกำลังจะขอหย่าเพราะเข้าใจว่าเขาเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ) ถูกตระกูลกรณ์ประกาศตัดออกจากกองมรดกและขับไล่ออกตระกูลอย่างไร้เยื่อใย ญาติผู้ใหญ่กลุ่มนี้แหละที่หัวเราะเยาะเย้ยถากถางเธออย่างสนุกปาก หาว่าเธอตาบอดได้สามีไร้น้ำยา แถมยังพาลเกลียดชังเธอ รุมกลั่นแกล้งบีบบังคับให้เธอพ้นจากบริษัทนี้ เพื่อไม่ให้สายเลือดหรือคนใกล้ชิดของ "ไอ้คนไร้ค่า" มาเกาะแกะบริษัทของพวกเขา
"พวกคุณทำเกินไปแล้วนะ!" มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำจ้องมองหน้าอดีตญาติสามีทีละคน "ฉันทำยอดขายให้บริษัทเติบโตขึ้นสามร้อยเปอร์เซ็นต์ในรอบปีที่ผ่านมา หลักฐานผลงานก็อยู่ตรงหน้า พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉันออก!"
"สิทธิ์เหรอ?" ประวิทย์แค่นหัวเราะเสียงดังลั่น เขาเดินเข้ามาใกล้ ส่งสายตาแทะโลมและเหยียดหยามในคราวเดียวกัน "สิทธิ์ของการเป็นเจ้าของตระกูลไงล่ะน้องสะใภ้... อ้อ ลืมไป เธอหย่ากับไอ้กรณ์มันแล้วนี่หว่า สภาพอย่างเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่าที่เคยนอนกับไอ้สัปะรดทิ้งขยะไปแล้วไม่ใช่เหรอวะ? บริษัทนี้ไม่ต้อนรับคนตระกูลต่ำต้อยอย่างพวกเธอหรอก เก็บกระเป๋าไสหัวไปซะ!"
บรรดาพนักงานในห้องประชุมนับสิบชีวิตก้มหน้ามองพื้น ไม่มีใครกล้าปริปากพูดสักแผ่นเสียงเดียว ทุกคนรู้ดีว่าอำนาจเบ็ดเสร็จในบริษัทนี้อยู่ในมือของสองพ่อลูกตระกูลกรณ์ การขัดขวางพวกเขาก็เหมือนเอาอนาคตของตัวเองไปทิ้งแม่น้ำ
มินตราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกอย่างไร้ความอ่อนแอ ในเมื่อพวกมันไร้ความยุติธรรม เธอก็ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้หมาบ้าพวกนี้อีกต่อไป มือเรียวบางกำลังเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารส่วนตัวเพื่อเดินออกจากห้องแห่งความอัปยศนี้ด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่
ทว่า...
*ปัง!*
ประตูห้องประชุมบานใหญ่ถูกถีบเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวจนทุกคนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว
ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเนื้อดีแบรนด์ระดับโลก ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ทว่าแววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ด้านหลังของเขามีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สวมสูทดำสนิทเดินเรียงแถวตามเข้ามาถึงหคน พร้อมด้วยชายวัยกลางคนสวมแว่นตาหนาเตอะท่าทางเป็นมืออาชีพที่กำลังถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้ราคาแพงระยับ
มินตราเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
"กร.. กรณ์?" เธอยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ผู้ชายคนที่เธอเพิ่งไล่ตะเพิดออกจากบ้านและขอหย่าเพราะคิดว่าจนกรอบ ทำไมถึงมายืนอยู่ที่นี่ได้? แถมบรรยากาศรอบตัวเขายังเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ไม่มีคราบของชายหนุ่มอารมณ์ดีขี้เล่นคนเดิมหลงเหลืออยู่เลย มีแต่วิญญาณของ "ผู้มีอำนาจมหาศาล" ที่แผ่รังสีน่าเกรงขามจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ
ประยุทธ์และประวิทย์ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ผู้เป็นอาจะจำหน้าหลานชายตัวแสบได้ สีหน้าของเ난เปลี่ยนเป็นความดูถูกเหยียดหยามทันที พลางหัวเราะร่าออกมาเสียงดัง
"เฮ้ย! นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้สัปะรดกากเดนที่โดนตะردออกจากตระกูลนี่เอง!" ประยุทธ์เดินเข้ามาหาด้วยท่าทางกร่าง "แกกล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในบริษัทของฉันวะ? การ์ด! อยู่ไหน ลากคอมันออกไปโยนทิ้งข้างถนนซะ!"
ไม่มีบอดี้การ์ดคนไหนขยับสักคน ประยุทธ์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด หันไปมองหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืนอยู่หน้าประตู แต่พวกเขากลับก้มหน้าตัวสั่นเทา ไม่กล้าสบตาด้วยซ้ำ
กรณ์ยังคงรอยยิ้มเยือกเย็นไว้บนใบหน้า เขาเดินสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประยุทธ์และประวิทย์ รัศมีกดดันจากตัวเขาลอยอบอวลจนสองพ่อลูกต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"คุณอา... สบายดีนะครับ?" กรณ์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ได้ข่าวว่าช่วงนี้บริษัทขยายตัวได้ดี กำไรพุ่งกระฉูด จนลืมไปแล้วกระมังว่าข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยดที่พวกท่านกินอยู่ทุกวันนี้ มันมาจากเม็ดเงินของใคร"
"วะ.. ว่าไงนะไอ้สนัขลืมตีน!" ประวิทย์หน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราด "แกมันก็แค่เศษสวะที่ปู่ตัดหางปล่อยวัด ไม่มีแม้แต่บาทเดียวติดตัว อย่ามาทำเป็นปากดีที่นี่นะเว้ย! อยากอวดรวยเหรอ? ไปนอนฝันเอาเถอะวะ!"
กรณ์ไม่โต้เถียง เขาเพียงแค่ปรายตามองลูกพี่ลูกน้องด้วยสายตาสมเพชเวทนา ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ชายวัยกลางคนสวมแว่นที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ทนายความส่วนตัวก้าวออกมารab กระเป๋าเอกสารเปิดออก หยิบสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับกวาดสายตามองทุกคนในห้องด้วยความเย่อหยิ่งตามอาชีพ
"เรียน ท่านประธานประยุทธ์ และคุณประวิทย์ รวมถึงคณะกรรมการบริหารทุกท่าน" ทนายความเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน "กระผมเป็นตัวแทนฝ่ายกฎหมายของ 'กองทุนการลงทุนระดับโลกระบบพารามิเตอร์' ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดคนใหม่..."
ประยุทธ์หัวเราะร่วนขัดขึ้นทันที "ฮ่าๆๆๆ! กองทุนบ้าบออะไรวะ บริษัทจินตนาการ กรุ๊ป ของเรา ตระกูลเราถือหุ้นใหญ่ถึงห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางซื้อกิจการเราได้หรอก เลิกแต่งนิทานหลอกเด็กได้แล้ว!"
ทนายความยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ไม่โต้แย้ง เขายื่นเอกสารแผ่นสุดท้ายให้ประยุทธ์ดู
"ท่านประธานประยุทธ์ครับ... ลองดูชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่สุดในหน้าสุดท้ายให้ดีสครับ ว่าลายเซ็นต์นี้เป็นของใคร และตราประทับนี้เป็นของบริษัทแม่ที่ถือครองสิทธิ์เหนือตระกูลของพวกท่านทั้งหมดหรือไม่"
ประยุทธ์รับกระดาษแผ่นนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา สายตากวาดมองชื่อด้านล่างช่องผู้ถือหุ้นใหญ่...
ดวงตาของเฒ่าชราเบิกโพลงจนแทบถลอกจากเบ้า หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือดสิ้นเชิง มือที่ถือกระดาษสั่นระริกจนกระดาษฉีกขาด
*กรณ์ กันต์วณิชย์!*
ตัวเลขการถือหุ้นโชว์ห่าหราอยู่ที่ 85.5% ! มากกว่าตระกูลของเขารวมกันเสียอีก!
"เป็นไปได้ยังไง..." ประยุทธ์พึมพำเสียงสั่น เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "หุ้นทั้งหมด... หุ้นของตระกูลเราจำนำไว้กับธนาคาร... และถูกกว้านซื้อไปหมดแล้ว... ใคร... ใครเป็นคนทำ?!"
กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้ ลูบสูทราคาแพงของตัวเองเบาๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"ก็หลานชายคนโปรดที่พวกท่านเพิ่งขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไรล่ะครับคุณอา... อ้อ ลืมบอกไป เงินที่ผมใช้ซื้อบริษัทนี้ทั้งหมด ก็คือเงินจากระบบกระเป๋าเงินส่วนตัวที่พวกท่านเคยดูถูกว่าผมเป็น 'ขอทาน' นั่นแหละครับ"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องประชุม ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริดของทุกคน มินตราอ้าปากค้าง สมองของเธอขาวโพลน ภาพจำของสามีผู้ยากจนในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดๆ ซ้อนทับกับมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักรธุรกิจในขณะนี้
กรณ์หันมามองหน้าประยุทธ์และประวิทย์ที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ ก่อนจะสะบัดมือออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ในฐานะประธานและเจ้าของบริษัทคนใหม่... ผมขอใช้สิทธิ์ไล่พนักงานไร้ความสามารถ สองพ่อลูกตระกูลกรณ์ ออกจากการเป็นพนักงานและคณะกรรมการบริหาร ณ วินาทีนี้!"
"และเชิญไสหัวออกไปจากตึกของผมซะ!"
ประวิทย์หน้าซีดเผือด เข่าทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี พยายามจะคลานเข้าไปกอดขาของกรณ์เพื่อร้องขอชีวิต "พี่กรณ์! พี่กรณ์ครับ ช่วยผมด้วย ผมรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พ่อผมแก่แล้ว ปล่อยพวกเราไปเถอะนะ!"
กรณ์ปัดขาออกอย่างไร้เยื่อใย เขามองลงมาด้วยสายตาเย็นชาดุจมองมดปลวก
"สายไปแล้วครับ..." กรณ์หันไปมองมินตราที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่มุมห้อง แววตาที่มองภรรยาเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นอ่อนโยนในเสี้ยววินาที
ทว่า... ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูห้องประชุมด้านหลังสุดก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงปรบมือดังแปะๆ และเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังแทรกเข้ามา
"โอ้โฮ... เล่นใหญ่ไม่เบานี่ไอ้หลานชาย นึกว่ารวยมาจากไหน ที่แท้ก็แค่เอาเงินไปซ่อนไว้สินะ!"
ร่างของ "คุณแม่ยายจอมแสบ" ของกรณ์ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางกร่างสุดขีด ข้างกายเธอมียังมีชายสูงวัยแต่งตัวด้วยสูทหรูหราอลังการดูมีชาติตระกูลควงแขนมาด้วยอย่างสนิทสนม
แม่ยายยกยิ้มเหยียด ส่งสายตารังเกียจใส่กรณ์ทันทีที่เห็นหน้า
"มินตรา! ลูกรีบหย่ากับไอ้คนลวงโลกนี่ซะ! นี่คือ 'ท่านประธานสิงห์' มหาเศรษฐีตัวจริงเสียงจริงที่แม่หามาให้ใหม่ รวยกว่าไอ้กระจอกนี่เป็นร้อยเท่า!"
กรณ์หรี่ตามองชายสูงวัยข้างกายแม่ยาย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างน่ากลัว...
--------------------------------------------------
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมาครับ)
ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว•ตอนที่ 25
ทวงคืนศักดิ์ศรีตระกูลกรณ์
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!