"ถ้าแกยังก้าวเท้าออกไปจากตึกนี้ ฉันจะถือว่าแกตัดขาดจากตระกูลเราอย่างถาวร, กรณ์! จำคำฉันไว้!"
เสียงแหลมสูงของ "คุณหญิงรัตนา" แม่ยายผู้ประเสริฐดังแหวกลมฝนที่กำลังกระหน่ำซัดสาดเข้ามาในโถงตึกสำนักงานใหญ่ ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายของพนักงานนับร้อยชีวิตที่ติดฝนอออยู่เต็มพื้นที่
กรณ์ (กันต์) ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีตแต่ถูกมองข้ามหัวมาตลอดหลายปี ชะงักเท้าเล็กน้อย เขายืนนิ่งอยู่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ ด้านข้างคือมินตรา อดีตภรรยาหมาดๆ ที่เพิ่งลากเขาไปเซ็นใบหย่าด้วยเหตุผลว่า 'ทนความจนไม่ไหว' สายตาของคนทั้งออฟฟิศต่างมองมาที่เขาด้วยความสมเพชเวทนา บ้างก็กระซิบกระซาบหัวเยาะเย้ยที่เขาต้องเดินตากฝนกลับห้องเช่ารูหนูสภาพใกล้พังตามยถากรรม
"คุณแม่ครับ ใจเย็นๆ ก่อนเถอะครับ ฝนตกหนักขนาดนี้ รถติดแหง็กยาวไปจนถึงปากซอยแน่นอนครับ" กรณ์หันกลับไปยิ้มบางๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสุภาพนอบน้อมจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของหญิงสูงวัย
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี! ไอ้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างแก สมควรแล้วที่จะต้องเปียกปอนเน่าตายอยู่ข้างถนน!" คุณหญิงรัตนากอดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยความสะใจ หล่อนจ้องมองลูกเขยตกอับด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ พร้อมกับส่งสายตาเชิงตำหนิมินตราที่ยืนก้มหน้าหลบตาอยู่ข้างๆ
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดและลังเลตีรวนอยู่ในอก เมื่อครู่แม่ของเธอเพิ่งแนะนำเศรษฐีหนุ่มรุ่นลูกผู้บริหารบริษัทนำเข้ารถยนต์หรูให้รู้จัก และพยายามผลักไสเธอให้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ทำไมลึกๆ แล้ว... ภาพของชายหนุ่มที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่ศูนย์คนนี้ ถึงยังทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบอย่างประหลาด?
"ผมหวังดีหรอกครับ... เพราะดูท่าทางวันนี้ รถไฟฟ้าก็คงคนแน่นจนหายใจไม่ออก ส่วนแท็กซี่คงปฏิเสธผู้โดยสารกันเป็นแถว" กรณ์ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาข้าราชการราคาถูกที่เขาแกล้งใส่ตบตาคนอื่น มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ถ้าเดินออกไปตอนนี้ มีหวังเป็นปอดบวมตายก่อนจะได้ใช้ชีวิตรวยๆ แน่เลยครับ"
"หุบปากนะ! แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่หาข้ออ้าง!" คุณหญิงรัตนาตวาดลั่น
กรณ์ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด เขาสอดมือทั้งสองข้างเข้ากระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมากดปลดล็อก หน้าจอแสดงผลแอปพลิเคชันพิเศษสีดำสนิทที่ไม่มีใครเข้าถึงได้นอกจากมหาเศรษฐีระดับท็อปเท็นของโลก
"ศูนย์ควบคุมการบินภาคพื้นดิน... ขออนุญาตลงจอดฉุกเฉิน ณ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั้นดาดฟ้าสำนักงานใหญ่ ทิศทางลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็วลมปกติ ส่งเครื่องรุ่นพิเศษมารับผมด่วนที่สุดครับ... ภายในสามนาทีนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยสั่งการผ่านโทรศัพท์มือถือไม่ได้ดังมากนัก แต่ท่ามกลางความเงียบสงบชั่วขณะที่ผู้คนต่างหยุดรอฝน ทำให้สุ้มเสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วโถงตึก พนักงานหลายคนถึงกับหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ
*‘เฮลิคอปเตอร์เหรอ? หมอนี่เพ้อเจ้ออะไรวะเนี่ย’* เสียงกระซิบดังเซ็งแซ่
คุณหญิงรัตนากรอกตามองบนด้วยความสมเพชยิ่งกว่าเดิม "ดูมันสิ! หย่าปุ๊บก็สติหลุดเพ้อเจ้อว่าเป็นเศรษฐีเรียก ฮ. มารับเลยเหรอ? มินตรา... ลูกเห็นหรือยังว่าผู้ชายแบบนี้มันน่าทุเรศแค่ไหน!"
มินตราเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความเหนื่อยล้า เธอกำลังจะเอ่ยปากไล่ให้เขาเลิกทำตัวน่าสมเพชเสียที
ทว่า...
*ตูมมมม! โครมมมม!*
เสียงกระแสลมมหาศาลพัดกระหน่ำตีฝ่าม่านสายฝนเข้ามาในโถงตึกอย่างรุนแรง จนประตูกระจกบานใหญ่เกือบสั่นสะเทือน แรงลมมหาศาลหอบเอาละอองน้ำฝนกระจายฟุ้งจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปัดป้องใบหน้า เสียงเครื่องยนต์เจ็ตขนาดใหญ่คำรามก้องฟ้าสะเทือนเลื่อนลั่นจนแก้วหูแทบแตก
ทุกคนในโถงตึกต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พวกเขาหันขวابไปมองยังลานจอดรถกว้างหน้าตึกออฟฟิศผ่านประตูกระจกใส
สายฝนที่กำลังตกหนักถูกพัดกระจายออกเป็นวงกว้างด้วยแรงลมมหาศาลจากใบพัดเหล็กกล้าสีดำสนิทลำเบ้อเริ่ม ลำตัวเฮลิคอปเตอร์หรูหราล้ำอนาคต ประทับตราสัญลักษณ์รูปมงกุฎทองคำฝังเพชร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ "กลุ่มทุนระดับโลก" ที่แม้แต่รัฐบาลยังต้องเกรงใจ ค่อยๆ ลดระดับลงจอดสนิทอย่างนิ่มนวลกลางลานจอดรถอย่างไร้ที่ติท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่แทบถล่นออกจากเบ้า
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เสียงฟ้าฝนราชาคณะราวกับถูกกลืนหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ เบาลง
ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก บอดี้การ์ดในชุดสูทดำสนิทสวมแว่นกันแดดสองคนกางร่มกันฝนราคาแพงก้าวลงมาอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาเดินฝ่าสายฝนตรงดิ่งมายังประตูกระจกของโถงตึก ก่อนจะโค้งคำนับให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าสุดอย่างนอบน้อมที่สุด
"ท่านประธานครับ... ยานพาหนะพร้อมเดินทางแล้วครับ" หัวหน้าบอดี้การ์ดเอ่ยด้วยเสียงก้องกังวาน
กรณ์หันไปมองคุณหญิงรัตนาที่อ้าปากค้าง ตาค้าง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ ปากที่เคยขยับด่าทออ้าค้างจนกรามแทบหลุด หล่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... ลูกเขยที่ตนเพิ่งไล่ตะเพิดและดูถูกเหยียดหยามเมื่อครู่ แท้จริงแล้วคือใคร!
ส่วนมินตรา... ร่างบางสั่นสะท้าน ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ภาพอดีตสามีที่เคยช่วยกันกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตซ้อนทับกับเงาร่างของมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจเงินตราล้นฟ้าในวินาทีนี้ หัวใจเธอบีบรัดจนเจ็บแปลบ
"ลาก่อนนะครับคุณแม่... แล้วก็ขอบคุณสำหรับใบหย่านะครับมินตรา" กรณ์คลี่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี เขารับร่มราคาแพงจากบอดี้การ์ดมาถือไว้ ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างของคุณหญิงรัตนาที่ตอนนี้สั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ และเดินผ่านหน้ามินตราที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ก้าวเท้าพ้นประตูกระจกออกไปสู่ลานจอดรถ ท่ามกลางสายตาของพนักงานนับร้อยชีวิตที่อ้าปากค้างจนแมลงวันแทبيบินเข้าปาก กรณ์ก้าวขึ้นสู่เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวอย่างสง่างาม ประตูกระจกกันกระสุนค่อยๆ ปิดลง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของนักบินที่ดังผ่านวิทยุสื่อสาร
"ท่านครับ... ปลายทางคฤหาสน์ 3,000 ล้าน หรือเกาะส่วนตัวดีครับ?"
กรณ์เหลือบมองลงมาที่กระจกหน้าต่างเบื้องล่าง เห็นเงาร่างของอดีตแม่ยายที่กำลังพยายามคุกเข่าร้องขอชีวิต และมินตราที่กำลังวิ่งฝ่าสายฝนตามมาด้วยความสิ้นหวัง...
"ไปเกาะส่วนตัวครับ... พอดีผมอยากพักผ่อนจากพวกคนตาถั่วเสียหน่อยนะครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมหัวเราะไปด้วยกันนะครับ
ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว•ตอนที่ 8
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมารับกลับบ้าน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานขา อย่าเพิ่งหย่าหนูรวยแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!