บันทึกรักใต้คอมเมนต์ร้ายของนักรีวิวปากจัด•ตอนที่ 3

เมื่อเชฟต้องกลายมาเป็นติวเตอร์

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ถอยไปเลยนะคะเชฟอาคิน! ระยะห่างระหว่างเราสองคนตอนนี้ มันล้ำเส้นคำว่าเพื่อนร่วมงานไปไกลสามโยชน์แล้วค่ะ!" รินรดากระถิดก้นหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องครัวสเตนเลสสตีลเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เมื่อร่างสูงโปร่งในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาของอาคินโน้มตัวลงมาประชิด จนกลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายวานิลลาอ่อนๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูก ปลายจมูกของเราห่างกันแค่คืบเดียวเท่านั้นเองนะคะ ให้ตายสิ... นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย! จากเดิมที่เธอกลุดกลุ้มจนหัวแทบระเบิดกับภารกิจสุดหินในโปรเจกต์พิเศษ 'จับคู่ปากวิจารณ์กับปลายลิ้นเชฟ' ที่นิตยสารอาหารชื่อดังยัดเยียดให้ทำร่วมกัน โดยที่เธอต้องรับบทเป็น "ติวเตอร์" สอนพื้นฐานการเขียนรีวิวอาหารให้เชฟหนุ่มปากร้าย ส่วนเขาต้องมาเป็น "เชฟส่วนตัว" สอนทักษะก้นครัวให้เธอเพื่อแลกกับการประเมินรสชาติแบบตรงไปตรงมา แต่ใครจะไปคิดล่ะคะว่า จากการนั่งติวหนังสือเครียดๆ บนโต๊ะไม้ตัวยาวในห้องครัวปิดของร้านอาหารเขาเมื่อนาทีที่แล้ว บรรยากาศมันจะพลิกผันกลายเป็นฉากชวนใจสั่นแบบนี้ไปได้ยังไง! ก็เพราะประโยคบอกเล่าแกmแกมคำถามชวนละลายพฤติกรรมเมื่อกี้ของเขานั่นแหละค่ะ... *“แต่ก่อนจะเคลียร์เรื่องฝีมือ... ผมว่าเรามาเคลียร์เรื่องหัวใจที่เต้นแรงจนผมได้ยินเสียงนี่ก่อนดีกว่าไหมครับ... คุณนักรีวิว”* น้ำทิพย์ในคอเธอนี่แทบสำลักออกมาเป็นก้อนเมฆเลยนะคะ! "หืม? สามโยชน์เลยเหรอครับคุณริน" อาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มเจ้าเลؤที่เธอหมั่นไส้นักหนา เขายังคงใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะกั้นทางหนีของเธอไว้ ส่วนมืออีกข้าง... มือซนๆ ของเชฟหนุ่มเจ้าปัญหาคนเดิม กำลังเอื้อมมาปัดเศษกระดาษโน้ตสีชมพูแปร๋นที่ติดอยู่ตรงกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบาที่ปลายนิ้วของเขาแตะโดนใบหูของเธอโดยบังเอิญ ทำเอารินรดาสะ้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง ยัยตัวดีในอกข้างซ้ายเต้นโครมครามจนเธอแอบภาวนาขอร้องว่าอย่าให้เขาได้ยินเสียงมันอีกเลย สาธุ! "ค่ะ! สามโยชน์หรือจะสิบโยชน์ก็ยังน้อยไปสำหรับคนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเชฟ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความประหม่า มือเล็กๆ ยกแฟ้มเอกสารขึ้นมาบังอกตัวเองไว้แน่นราวกับโล่ป้องกันภัย "เรามาตกลงกันให้รู้เรื่องนะคะ โปรเจกต์ 'เมื่อเชฟต้องกลายมาเป็นติวเตอร์' เนี่ย หน้าที่ฉันคือสอนคุณเขียนรีวิวให้สละสลวย ไม่ใช่มาให้คุณหยอดมุกเสี่ยวๆ แซวเล่นแบบนี้นะคะ!" อาคินหลุดหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั่นช่างน่ารำคาญใจเสียจริงในความรู้สึกของเธอ "อ้าว ก็ผมพูดความจริงนี่ครับ เสียงหัวใจของคุณมันดังรบกวนสมาธิผมตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว จะให้ผมตั้งใจเรียนวิชา 'ศิลปะการใช้ถ้อยคำเชือดเฉือน' ที่คุณติวเตอร์กำลังสอนได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อหัวใจของติวเตอร์เต้นเร็วกว่าจังหวะเคาะกระทะของผมซะอีก" "คุณอาคิน!" รินรดาหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู ร้อนผ่าวราวกับโดนน้ำร้อนลวก เธออยากจะหยิบกระบวยตักซุปมาเคาะหัวเขาจริงๆ ให้ตายสิ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้หน้ามึนหน้าทนขนาดนี้นะ! ทั้งที่ตอนแรกที่รู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ เขาคือ "เชฟคิน" เจ้าของร้านอาหารฟายน์ได닝สุดหรูผู้มีรีวิววิจารณ์อาหารของเธอเป็นหนามยอกอก จนต้องตามมาคอมเมนต์เถียงกันใต้โพสต์แทบทุกวัน แต่พอได้มาร่วมงานกันจริงๆ ในโปรเจกต์นี้ ตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีดำกลับกลายเป็นนายหน้ามึนจอมกวนประสาทที่คอยแต่จะหาจังหวะแกล้งเธอให้เขินเล่นอยู่เรื่อยเลยค่ะ "โอเคๆ ยอมแพ้แล้วครับ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ เดี๋ยวคุณนักรีวิวจะโกรธจนผมไม่ได้กินข้าวเย็นพอดี" อาคินยอมถอยร่นตัวออกไปอย่างอารมณ์ดี เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง จัดเสื้อคลุมเชฟให้เข้าที่ด้วยท่าทางมาดนิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะผายมือไปยังหม้อซุปเดือดปุดๆ ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้องครัว "งั้นเรามาเริ่มบทเรียนภาคปฏิบัติกันต่อดีกว่าครับ... ไหนลองบอกผมหน่อยสิครับคุณติวเตอร์ ว่าซุปครีมเห็ดทรัฟเฟิลหม้อนี้ ถ้าคุณจะเอาไปเขียนรีวิวลงคอลัมน์ คุณจะใช้คำว่าอะไรถึงจะทำให้คนอ่านน้ำลายสอได้โดยไม่ต้องชิมจริง?" รินรดาแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่รอดพ้นจากสถานการณ์อันตรายเมื่อครู่ เธอรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นโหมดจริงจังแบบนักรีวิวอาหารมืออาชีพทันที ดวงตากลมโตหันไปมองหม้อซุปสีครีมละมุน ก่อนจะกวาดสายตากลับมามองหน้าเชฟหนุ่มที่ยืนกอดอกรอฟังคำตอบด้วยสายตาท้าทาย "ถ้าเป็นฉัน..." รินรดาเริ่มออกเสียงด้วยน้ำเสียงกังวานและมั่นใจ เธอเดินเข้าไปใกล้หม้อซุปอีกนิด ใช้ช้อนไม้คนเบาๆ เพื่อซึมซับเนื้อสัมผัส "ฉันจะไม่เขียนว่า 'มันอร่อยมาก' หรือ 'กลมกล่อม' แบบที่ใครๆ เขาเขียนกันหรอกนะคะ เพราะมันเชยสะบัดเลยค่ะเชฟ" อาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ตั้งใจฟังด้วยความสนใจ ร่างสูงขยับเข้าไปยืนเคียงข้างเธอโดยเว้นระยะห่างที่พอเหมาะพอควรแล้วในตอนนี้ "แล้วคุณจะเขียนว่าอะไรล่ะครับ?" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเราโฟกัสเรื่องงาน "ฉันจะเขียนว่า..." รินรดาหันไปสบตาคมกริบของเขา นัยน์ตาสุกใสเปล่งประกายความมุ่งมั่น " 'สัมผัสแรกที่แตะลงบนปลายลิ้น เปรียบเสมือนการเดินทอดน่องผ่านป่าสนชื้นหมอกในยามเช้า กลิ่นหอมลึกล้ำของทรัฟเฟิลโอบกอดความนุ่มนวลของครีมสดไว้อย่างละมุนละไม เป็นความร่ำรวยทางรสชาติที่ไม่จำเป็นต้องตะโกนเสียงดัง แต่กลับตรึงความรู้สึกของคนทานไว้ในภวังค์จนไม่อยากตักคำสุดท้ายเข้าปาก...' แบบนี้ค่ะ!" ห้องครัวทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ... อาคินนิ่งงันไป มองใบหน้าเรียวเล็กที่กำลังอินกับบทวิจารณ์ของตัวเองด้วยแววתระարมณ์ลึกซึ้ง นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่อציออก มันไม่ใช่แค่ความทึ่งในฝีมือการใช้ภาษาของเธอ แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่อ่อนโยนและอบอุ่นจนรินรดารู้สึกได้ผ่านเงาสะท้อนในดวงตาของเขา "เก่งมากครับ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องดูดควัน "คุณทำให้จานอาหารธรรมดาของผม กลายเป็นเรื่องราวที่มีชีวิตขึ้นมาได้จริงๆ นะครับ... รินรดา" หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำขึ้นมาอีกรอบแล้วนะคะ! ให้ตายเถอะ เขาเรียกว่า "รินรดา" แบบเต็มๆ เสียงอีกแล้ว แถมยังส่งยิ้มละลายใจแบบนั้นมาให้อีก ใครจะไปต้านทานไหวกันเล่า! "อะ...แฮ่ม! ชมเกินไปแล้วค่ะเชฟ หน้าที่ของฉันคือการสอนนี่คะ" เธอรีบเบือนหน้าหนี หลบสายตาพราวระยับคู่นั้นด้วยความเขินอาย พร้อมกับหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาทำทีเป็นจดบันทึก "งั้นบทเรียนวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันต้องรีบกลับไปปั่นต้นฉบับส่ง บก. แล้วค่ะ!" รินรดารีบเก็บข้าวของลงกระเป๋าสะพายอย่างลุกลี้ลุกลนด้วยความรวดเร็ว โดยไม่รอให้อาคินได้เอ่ยปากทักท้วงอะไรเพิ่มเติม เธอก้าวฉับๆ ไปที่ประตูหลังร้านเพื่อหลบหนีบรรยากาศชวนใจสั่นนี้ทันที กริ๊ง... เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านดังขึ้นเบาๆ รินรดาก้าวเท้าพ้นออกจากห้องครัวของร้านอาหารมาได้ก็ต้องยกมือขึ้นทาบอกตัวเองเพื่อสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เธอเดินจ้ำอ้าวออกมาที่หน้าร้าน ท่ามกลางความมืดสลัวของถนนยามค่ำคืน ลมเย็นๆ พัดโชยมาช่วยดับความร้อนผ่าวบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ร่างบางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะกดเรียกรถแท็กซี่กลับคอนโด แต่ทว่า... จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ที่ดับอยู่ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียว เป็นข้อความจาก "เชฟอาคิน" คนเดิมเพิ่มเติมคือหัวใจดวงโตท้ายประโยค... *[อาคิน เชฟปากจัด]: เดินทางกลับดีๆ นะครับคุณนักรีวิว... แล้วก็พรุ่งนี้ ห้ามเบี้ยวนัดติวเตอร์ส่วนตัวเด็ดขาด ไม่งั้นผมจะตามไปรีวิวคุณใต้คอมเมนต์ทุกโพสต์จริงๆ ด้วย* รินรดาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวกำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปกว่าจะด่าเขายังไงดี แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมือปริศนาที่เอื้อมมาควบแขนเธอไว้แน่น! "จะรีบไปไหนล่ะครับคุณรินรดา... คนที่นี่เขารอพบคุณอยู่นะครับ" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกที่ไม่คุ้นเคยกระซิบอยู่ข้างใบหู พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ไม่ใช่กลิ่นวานิลลาของอาคิน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อหันไปพบกับใบหน้าของชายแปลกหน้าสวมหมวกแก๊ปสีดำสนิท ที่กำลังจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผ่านแสงไฟสลัวริมถนน... และที่น่ากลัวที่สุดคือ... โทรศัพท์มือถือในมือของเธอหลุดร่วงลงไปกองกับพื้นหน้าจอแตกละเอียด โดยที่แชทข้อความสุดท้ายกับอาคินยังค้างอยู่บนหน้าจอที่มืดสนิท! *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและลุ้นไปกับความนุบนิบของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกรักใต้คอมเมนต์ร้ายของนักรีวิวปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%