กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะนาสิก ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินฟางเซียนต้องหยุดชะงักฝีเท้า ไม่ใช่กลิ่นสาบป่าเหล่านั้น หากเป็นเงาร่างหนาหนักสามร่างที่ก้าวออกมาจากแนวพุ่มไม้ทึบ แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้สาดกระทบใบหน้ามีแผลเป็นยาวของชายคนกลาง เขากำลังถือถุงผ้าหยาบที่บรรจุโสมป่าสดๆ ซึ่งเพิ่งถูกขุดขึ้นมาไม่นาน—โสมต้นนั้นมีขนาดและตำหนิรูปทรงที่เหมือนกับในมิติคลังยาของนางไม่มีผิดเพี้ยน
"โอ้... ดูนี่สิ ลูกแกะหลงทางสองตัวในเขตหวงห้ามกลางดึก" เสียงแหบห้าวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาเรียวรีพิจารณาร่างของหญิงสาวที่ยืนบังร่างสูงใหญ่ของเจียงเฉิงไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ว่าสามีของนางจะบาดเจ็บที่ขาและยืนพิงต้นไม้อยู่ แต่แววตาดุดันคู่นั้นกลับไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย
หลินฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว สมองของศัลยแพทย์สาขาอุบัติเหตุในยุคปัจจุบันประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—ฝ่ายตรงข้ามมีอาวุธมีดล่าสัตว์ครบมือ สภาพร่างกายของเจียงเฉิงในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยให้ปะทะตรงๆ การใช้กำลังย่อมเป็นทางเลือกที่โง่ที่สุด แต่วิธีการทางจิตวิทยาและการเจรจาต่อรองคือทางรอดเดียว
"พวกท่านไม่ใช่พรานป่าธรรมดา สินค้าในมือท่าน... คงไม่ได้ตั้งใจจะเอาไปส่งที่สหกรณ์อำเภอหรอกกระมังคะ" เสียงใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงเรียบสนพไม่มีอาการสั่นเครือแม้แต่น้อย สร้างความประหลาดใจให้แก่กลุ่มนักล่าสัตว์เถื่อนไม่น้อย
หัวหน้ากลุ่มหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา "เจ้าเด็กนี่ใจกล้าไม่เบา รู้แล้วยังกล้าทัก... ไม่อยากกลับไปเห็นหน้าครอบครัวแล้วหรือไง"
"ถ้าพวกเราอยากตาย คงไม่เดินเข้ามาลึกถึงเขตชายแดนยามวิกาลหรอกค่ะ" หลินฟางเซียนก้าวเท้าออกมายืนบังเจียงเฉิงให้พ้นจากรัศมีคมมีด พร้อมกับส่งสัญญาณมือลับๆ ที่ด้านหลังให้สามีสงบสติอารมณ์ "สิ่งที่พวกท่านถืออยู่ แม้จะเป็นโสมป่าหายาก แต่ถ้าเอาไปขายให้พ่อค้าคนกลางในตลาดมืดทั่วไป พวกท่านจะได้ราคาไม่ถึงครึ่งหนึ่งของมูลค่าที่แท้จริงแถมยังเสี่ยงโดนตำรวจลับจับกุมตัวอีก... แต่ถ้าท่านตกลงค้าขายกับฉัน ฉันให้ราคาเงินสดเท่าตัว และปลอดภัยไร้ร่องรอย"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะจะดังขึ้นจากลูกน้องด้านหลัง "นังนี่สติเฟื่องไปแล้วกระมัง? แต่งตัวซอมซ่อปานนี้ มีปัญญาจ่ายเงินสดเรอะ!"
เจียงเฉิงขยับตัวเล็กน้อย แววตาคมกริบกวาดมองจุดตายของศัตรูแต่ละคนเตรียมพร้อมระเบิดกระดูกหากพวกมันกล้าแตะต้องภรรยา ทว่าหลินฟางเซียนกลับยกมือขึ้นห้ามสามีเบาๆ นางหยิบห่อผ้าใบเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวเก่า ด้านในคือขี้ผึ้งสมานแผลสูตรพิเศษที่นางเพิ่งปรุงขึ้นจากมิติคลังยาในคืนก่อน มันมีกลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรโบราณที่แคดดมกลิ่นก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่า
"นี่คือขี้ผึ้งห้ามเลือดและสมานแผลฉุกเฉิน แม้แต่แผลเหวอะหวะจากการโดนสัตว์ป่าตะปบ ก็สามารถหยุดเลือดได้ภายในสามนาทีและไม่ทิ้งแผลเป็น" หลินฟางเซียนโยนตลับเหล็กชิ้นเล็กไปตรงหน้าหัวหน้ากลุ่มนักล่าสัตว์ "ลองเอาไปทดสอบกับลูกน้องที่ขาเจ็บทางโน้นดูสิคะ แล้วค่อยมาคุยเรื่องดีลของเรา"
หัวหน้ากลุ่มก้มลงมองตลับขี้ผึ้งสลับกับใบหน้าเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจของหญิงสาว เขาพยักเพยิดให้ลูกน้องคนหนึ่งนำไปลองทำแผลให้สหายที่บาดเจ็บ และเพียงไม่กี่อึดใจ เสียงอุทานด้วยความทึ่งก็ดังขึ้น เมื่อเลือดที่ไหลซึมจากแผลฉีกขาดหยุดไหลสนิทอย่างน่าอัศจรรย์!
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที ความเหี้ยมเกรียมถูกแทนที่ด้วยความโลภและความสนใจ
"ตกลง... ว่ามา เจ้าต้องการอะไร และมีเงินสดเท่าไหร่" หัวหน้ากลุ่มนักล่าสัตว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
ยี่สิบนาทีต่อมา ภายใต้เงาไม้ทึบ หลินฟางเซียนทำการแลกเปลี่ยนสินค้าสำเร็จอย่างงดงาม นางใช้ขี้ผึ้งวิเศษสามตลับแลกกับโสมป่าคุณภาพเยี่ยมสองต้น และสมุนไพรหายากอีกหลายรายการ พร้อมกับเงินส่วนต่างที่นางแอบดึงออกมาจากช่องเก็บของในมิติเพื่อตบตาให้แนบเนียนว่าเก็บสะสมไว้
เมื่อกลุ่มนักล่าสัตว์หายลับไปในความมืด เจียงเฉิงก็ดึงร่างของภรรยาเข้ามาใกล้ทันที ลมหายใจของชายหนุ่มร้อนผ่าวด้วยความโกรธปะปนกับความโล่งใจ "เจ้าบ้าไปแล้วหรือฟางเซียน! รู้ตัวไหมว่าเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย!"
หลินฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มบางๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าฉันไม่เสี่ยง แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปตั้งตัว ไถ่ถอนตั๋วอาหาร และหนีพ้นจากเงื้อมมือแม่ของคุณแม่สามีจอมปลอมนั่นเล่าคะ? อีกอย่าง... สามีบาดเจ็บอยู่ ฉันที่เป็นภรรยาจะไม่หาทางออกให้ครอบครัวเราได้อย่างไร"
คำว่า *'ครอบครัวเรา'* กระแทกเข้ากลางใจของนายทหารหนุ่มอย่างจัง เจียงเฉิงชะงักไป ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน นางไม่ใช่หลินฟางเซียนคนอ่อนแอที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาจางๆ เมื่อทั้งสองเดินทางกลับมาถึงเขตหมู่บ้านเป่ยซาน หลินฟางเซียนซ่อนสมุนไพรล้ำค่าไว้ในมิติคลังยาอย่างปลอดภัย เหลือเพียงโสมป่าหัวย่อมๆ หนึ่งหัวและแป้งสาลีเนื้อดีครึ่งชั่งที่นางตั้งใจจะเอาไปทำอาหารเช้าเพื่อตบตาชาวบ้าน
ทว่า เมื่อเดินเลี้ยวเข้าสู่เขตลานหน้าบ้านตระกูลเจียง ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก
แม่สามีจยืนเท้าสะเอวหน้าประตูบ้าน ใบหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธเกรี้ยว ข้างกายมีร่างของหญิงสาวบ้านข้างๆ ยืนทำหน้าเยาะเย้ยถือตะกร้าเปล่ารออยู่
"นังสะดุดตาต่ำ! สามีขาเจ็บปางตายจนต้องหามเข้าบ้านกลางดึก แต่เจ้ากลับหายหัวไปกับชู้รักทั้งคืนจนเช้าช้าวอดวาย ถึงเวลาชำระบัญชีตระกูลเจียงแล้ว! วันนี้ถ้าเจ้าไม่คุกเข่าขอขมา ข้าจะไล่พวกเจ้าออกไปจากตระกูลให้หมด!"
หลินฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปล่อยมือจากแขนของเจียงเฉิง นัยน์ตากลมโตฉายแววเย็นเยียบ นางกำลังจะก้าวออกไปซัดหน้าคนแก่ปากจัดให้หงายเงิบด้วยหลักฐานมัดตัวชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้มา
ทว่าจู่ๆ เจียงเฉิงที่ยืนเงียบมาตลอดก็ก้าวขึ้นมาขวางหน้าภรรยาเอาไว้ มือหนาคว้าข้อมือแม่ตนเองที่กำลังจะพุ่งเข้ามาตบอย่างแรง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่กดดันจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็ง
"แม่ครับ... คนที่ควรคุกเข่าขอโทษในบ้านหลังนี้ คือแม่ต่างหาก"
สิ้นเสียงของนายทหารหนุ่ม ประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—เจ้าหน้าที่คอมมิวนิตประจำเขตพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน กำลังเดินตรงเข้ามาในลานบ้านด้วยใบציเคร่งเครียด พร้อมกับซองเอกสารลับในมือ!
คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 7
ดีลแรกในตลาดมืด
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!