เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว•ตอนที่ 23

ข่าวลือเกี่ยวกับสมบัติเทพ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"ข่าวลือคือสิ่งโสมมที่สุดในโลกหล้า... ยิ่งผู้คนพากันขุดคุ้ยมันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งพ่นพิษร้ายกลืนกินวิญญาณของพวกมันเองช้าๆ จนหมดสิ้น" เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดุจหยกกระทบกันดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันกดดันภายในโถงประชุมลับของสำนักกระบี่นภากลางดึกสงัด เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวสนิทของเยี่ยเฟิงทอดทอดลงบนพื้นศิลาเย็นเยียบ ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่เยือกแข็งกวาดมองแผ่นป้ายประกาศจับและคัมภีร์หนังอสูรเก่าคร่ำคร่าที่ถูกโยนลงตรงหน้าด้วยความรังเกียจระคนขบขัน ข่าวลือเกี่ยวกับ 'สมบัติเทพ' ขั้นบรรพกาลที่ซ่อนเร้นอยู่ในซากปรักหักพังโบราณเขตแดนรกร้างกำลังสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามพันโลก ขุนเขาและสำนักใหญ่ต่างส่งยอดฝีมือออกตามหาเบาะแสกันให้วุ่นวายราวกับสุนัขล่าเนื้อที่ได้กลิ่นเลือด และเป้าหมายที่พวกมันพุ่งเป้ามาก็ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นเยี่ยเฟิง ผู้ซึ่งเคยสำแดงพลังอันน่าสะพรึงกลัวจนสะเทือนฟ้าดินในลานประลองก่อนหน้านี้ "พวกมันไม่ได้ตามหาสมบัติเทพหรอกค่ะ..." น้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงไว้ด้วยความกังวลลึกล้ำดังขึ้นจากมุมมืด มู่หรงเซียนก้าวเท้าออกมาจากเงาจันทร์ แสงนวลสาดกระทบใบหน้างดงามไร้ที่ติแต่ซีดเซียวเล็กน้อย นางสวมชุดกระโปรงยาวสีครามปักลายเมฆา นิ้วเรียวยาวกำด้ามกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อต่องอขาว "พวกมันกำลังหวาดกลัว... หวาดกลัวว่าเจ้าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์และเหยียบย่ำพวกมันทั้งหมดใต้ฝ่าเท้า ข่าวลือเรื่องสมบัติเทพแท้จริงแล้วเป็นแค่ข้ออ้างในการรวมหัวกันกำจัดเจ้าต่างหาก" เยี่ยเฟิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ บรรยากาศรอบตัวพลันลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างนอกหน้าต่างกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในพริบตา ความเย่อหยิ่งทนงตนในวิถีกระบี่ของเขาแผ่ซ่านออกมาราวกับพายุหิมะที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่ง "ให้พวกมันมาสิคะ" เยี่ยเฟิงก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษอันทรงพลังและดุดันโอบล้อมร่างบางไว้ "ไม่ว่าจะเป็นสมบัติเทพหรือเงาหัวของพวกมัน หากกล้าขวางทางวิถีเซียนของข้า... ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้ผ่าวัฏสงสารให้พวกมันได้ดูเป็นขวัญตา" มู่หรงเซียนช้อนตาขึ้นมองสบกับดวงตาที่ลุ่มลึกดั่งห้วงมหาสมุทรของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ นางรู้ดีว่าเยี่ยเฟิงไม่ใช่คนโอ้อวด ทุกคำที่เขาเอ่ยล้วนเป็นสัจธรรมที่พร้อมจะกลายเป็นโลหิต นarinความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ก้นบึ้งหัวใจมาเนิ่นนานพลันเอ่อล้น นางเกลียดความอ่อนแอของตนเองที่มักจะหวั่นไหวไปกับความเด็ดเดี่ยวของเขาอยู่ร่ำไป "เจ้าอย่าได้ประมาทเด็ดขาดนะคะ..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ยื่นมือเรียวไปแตะแขนเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว "หอคอยบรรพกาลที่เพิ่งปรากฏขึ้นเหนือยอดเขาอสูรคลั่งเมื่อยามสนธยา... มันไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะเข้าไปแล้วเดินออกมาได้ ข้าได้ยินมาว่า เจ้าสำนักกระบี่โลหิตและบรรพจารย์เฒ่าร้อยพิษต่างก็มุ่งหน้าไปที่นั่นพร้อมกับค่ายกลวิญญาณร้อยอสูร พวกมันตั้งใจจะใช้หอคอยนั้นฝังกลบเจ้าโดยเฉพาะ" ทันใดนั้นเอง 10 ก้านธูปในกระถางทองคำก็มอดดับลงพร้อมกัน ประตูหินหนักอึ้งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีแรงกดดันจากภายนอกพยายามบดขยี้สำนักแห่งนี้ให้แหลกเป็นจุล! รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเยี่ยเฟิง เขาสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง กระบี่บินคู่กายส่งเสียงร้องคำรามก้องกังวานด้วยความกระหายเลือด แสงสีครามเจิดจ้าพุ่งทะยานผ่านหลังคาตำหนักขึ้นสู่ท้องนิตยภพ ผ่าเมฆหมอกทมิฬจนแตกกระจาย "หอคอยบรรพกาลเปิดแล้วสินะคะ..." เยี่ยเฟิงเอ่ยพึมพำกับตนเอง ก่อนจะหันมามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงชั่วพริบตา แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่สั่นสะเทือนวิญญาณ "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นสมบัติเทพนั้่นนัก ข้าก็จะเปิดประตูหอคอยนั้นด้วยศพของพวกมันให้ดูเอง!" สิ้นเสียงคำราม ท้องนฟ้าเหนือสำนักกระบี่นภาพลันผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างไร้เค้าลาง เมฆสีเลือดม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นน่ากลัว และท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง ร่างเงาดำนับร้อยสายก็พุ่งทะยานลงล้อมรอบพวกเขาไว้ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องมาจากความมืดมิด— "เยี่ยเฟิง... วันนี้คือวันตายของเจ้า!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันเข้มข้นและคมกระบี่นี้ไปกับชิงเสวี่ยเหมันต์ในตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%