กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์เสื่อมสภาพและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ จนแทบทำให้กระเพาะอาหารปั่นป่วน สารวัตรลีลาวดีไม่ได้แสดงอาการพะอืดพะอมให้ลูกน้องเห็น มือเรียวในถุงมือยางสีขาวยังคงจรดปลายปากกาลงบนสมุดบันทึกอย่างมั่นคง แม้ว่าภาพเบื้องหน้าจะท้าทายขีดจำกัดความอดทนของมนุษย์มากเพียงใดก็ตาม
ตึกร้างย่านธนบุรีแห่งนี้เคยถูกวาดฝันให้เป็นคอนโดมิเนียมหรูหราก่อนจะล้มละลายไปตั้งแต่ยุควิกฤตต้มยำกุ้ง โครงสร้างเปลือยเปล่าไร้ฝ้าเพดานกลายเป็นเวทีประลองความมืดมิด มีเพียงแสงไฟฉายกราดผ่านความเวิ้งว้างเพื่อค้นหาความจริง ศพของเหยื่อเคราะห์ร้ายถูกตรึงไว้กับเสาปูนกลางห้องโถงชั้นแปด ท่าทางและการจัดวางไม่ได้เกิดจากความสุ่มส่ามของอาชญากรทั่วไป แต่มันคือพิธีกรรมที่ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำราวกับจิตรกรผู้ไร้หัวใจ
"สภาพศพเบื้องต้น... เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสี่สิบแปดชั่วโมงค่ะสารวัตร" แพทย์หญิงนิติเวชเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเหนื่อยล้า "ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธทั่วไป สิ่งที่แปลกคือ... ช่องอกถูกผ่าออกด้วยของมีคมที่คมกริบราวกับใช้เลเซอร์ และอวัยวะภายใน โดยเฉพาะหัวใจ... หายไปอย่างไร้ร่องรอย"
ลีลาวดีก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้วิญญาณนั้น ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง เธอยึดมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์ กฎหมาย และตรรกะทางวิทยาศาสตร์มาตลอดชีวิตราชการตำรวจ แต่สิ่งลึกลับที่ปรากฏอยู่บนเสาปูนข้างศพกลับทำให้ตรรกะของเธอนิ่งงัน
รอยเลือดถูกละเลงเป็นอักขระโบราณที่เธอไม่เคยเห็นในตำราอาชญวิทยาเล่มใด มันไม่ใช่รอยเปื้อนสะเปะสะปะ แต่เป็นเส้นสายที่คมชัดและแผ่ไอเย็นเยียบออกมาจนขนลุกซู่
"ไม่ใช่ฝีมือของฆาตกรโรคจิตธรรมดาแน่ๆ ครับสารวัตร" เสียงทุ้มต่ำรื่นหูเอ่ยขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง ลีลาวดีสะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่แสดงออกทางสีหน้า เธอหันขวับไปมองผู้บุกรุกที่เดินเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทสีเข้มเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว
ทศพลยืนพิงเสาปูนห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพิจารณาร่างไร้หัวใจบนเสาก่อนจะเลื่อนมาสบตากับเธอ รอยยิ้มมุมปากที่ติดจะขี้เล่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน แต่แววตานั้นกลับว่างเปล่าและลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา
"ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาในเขตพื้นที่ควบคุมของตำรวจคะ อาจารย์ทศพล" ลีลาวดีเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยอำนาจ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มเล็กน้อยเพื่อกดดัน "นี่คือสถานที่เกิดเหตุคดีอารกรรม ไม่ใช่ห้องบรรยายประวัติศาสตร์ที่คุณจะเดินเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าได้"
ทศพลหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานน่าฟังท่ามกลางความเงียบงัดของตึกร้าง เขาก้าวเข้าหาเธอทีละน้อยอย่างจงใจรักษาระยะห่างที่ทำให้หัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างประหลาด "ผมไม่ได้มาในฐานะผู้บุกรุกหรอกครับสารวัตร... ผมมาในฐานะ 'ผู้แปล' ภาษาที่พวกคุณไม่มีวันอ่านออกด้วยกล้องจุลทรรศน์"
สายตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับกระแสไฟฟ้าที่ปะทะกันกลางอากาศ ความดื้อรั้นและยึดมั่นในหลักฐานของตำรวจสาวปะทะเข้ากับความเย่อหยิ่งและภูมิปัญญาอันลี้ลับของชายหนุ่มผู้สืบทอดไสยเวท เคมีอันตรายระหว่างพวกเขาก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและซากปรักหักพัง
"คุณกำลังจะบอกว่ารอยเลือดพวกนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ทางไสยศาสตร์อย่างนั้นสินะคะ" ลีลาวดีเค้นเสียงลอดไรฟัน เธอยังคงไม่เชื่อเรื่องงมงาย แม้หลักฐานตรงหน้าจะเริ่มสั่นคลอนความเชื่อของเธอทีละน้อย "ฉันไม่สนว่าบรรพบุรุษของคุณจะร่ายคาถาอะไรมา อาชญากรก็คือนายมนุษย์ที่ต้องชดใช้ด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เวทมนตร์"
ทศพลหุบยิ้ม ดวงตาคมกริบวับวาวขึ้นด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขายื่นมือไปแตะขอบเสาปูนใกล้รอยเลือดนั้น นิ้วเรียวยาวห่างจากคราบเลือดเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
"กฎหมายมีไว้ลงโทษมนุษย์ที่ทำผิดกฎบ้านเมืองครับสารวัตร... แต่สิ่งที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อรายนี้ ไม่ใช่มนุษย์" ทศพลหันกลับมามองเธอ ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "และถ้าคุณยังดึงดันจะใช้แค่กล้องจุลทรรศน์กับกุญแจมือ... คุณจะไม่ทางหาตัวมันเจอ ก่อนที่ศพต่อไปจะกลายเป็นคนใกล้ตัวคุณ"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความรู้สึก ลีลาวดีชะงักไปชั่วขณะ ปมในอดีตที่พ่อแม่ถูกฆาตกรรมอย่างปริศนาและคดีปิดไม่ลงผุดขึ้นมาในหัวใจราวกับถูกสะกิดแผลเก่า เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวทางอารมณ์
ก่อนที่สารวัตรสาวจะได้ตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนอันใด เสียงวิทยุสื่อสารในกระเป๋าเสื้อของร้อยตำรวจเอกลูกน้องเธอก็ดังขึ้นแทรกความเงียบ เสียงปลายสายหอบสะท้านและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"สารวัตรครับ! ทีมค้นหาชั้นล่าง... เราเพิ่งเจอ... เราเพิ่งเจอวัตถุต้องสงสัยอีกชิ้น... มันไม่ใช่แค่อวัยวะครับ แต่มันคือ...!"
เสียงปลายสายขาดหายไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าสยดสยองที่ดังขึ้นจากชั้นล่างสุดของตึกร้าง ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่กำลังวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ถอดรหัสวิญญาณอาถรรพ์กับหมอผีอัจฉริยะ•ตอนที่ 1
ศพปริศนากลางตึกร้าง
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ถอดรหัสวิญญาณอาถรรพ์กับหมอผีอัจฉริยะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
