กลิ่นคาวสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาจนถึงลำคอ พร้อมๆ กับรสชาติเค็มปร่าของหยาดเลือดที่ซึมผ่านริมฝีปากที่แตกยับเยือน รินรดายังคงจำประโยคสุดท้ายที่ธาวินกระซิบก่อนที่โลกทั้งใบจะพลิกคว่ำด้วยแรงกระแทกมหาศาลได้แม่นยำ *“เขาไม่ใช่คน... เขาคือ 'ความทรงจำ' ที่มีชีวิต”*
ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินโบราณแห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับร่างที่ทรุดฮวบลงอิงแอบอยู่กับไหล่ของเธอ ธาวิน... ชายผู้มีดวงตาสีเทาอันว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความลับ ดลบันดาลให้หัวใจที่เคยสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในห้องผ่าตัดของแพทย์นิติเวชสาวสั่นคลอนจนแทบควบคุมไม่ได้ เสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มของเขาชุ่มโชกไปด้วยหยาดโลหิตสีเข้มที่ไหลทะลักออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าท้อง ซึ่งเกิดจากคมมีดโบราณที่พุ่งเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอจากเงาร่างปริศนาเมื่อไม่กี่นาตรีก่อนหน้านี้
"ธาวิน... ตั้งสติไว้ค่ะ มองฉัน!" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น มือเรียวที่ปกติเคยถือมีดผ่าตัดด้วยความมั่นคง บัดนี้กลับสั่นเทาขณะพยายามใช้ปลายนิ้วกดทับปากแผลเพื่อห้ามเลือด ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเขาที่แตะลงบนหลังมือเธอ ยิ่งตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายว่าอุณหภูมิในร่างกายของชายหนุ่มกำลังลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย
ธาวินหัวเราะในลำคอ แผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงหยดน้ำที่แทรกซึมผ่านผนังหินปูนชื้นแฉะ ดวงตาสีเทาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือดแต่ยังคงรอยยิ้มเย้ยหยันโชคชะตาเอาไว้ได้ แม้ในยามที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ "คุณนี่... ชอบตรวจศพคนอื่นนัก แต่พอต้องมาดู... อาการของผม... มือกลับสั่นเสียได้นะคะ, คุณหมอ"
"อย่าพูดมากค่ะ เก็บเรี่ยวแรงไว้เถอะ" น้ำเสียงของรินรดาแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความตระหนกที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ เธอดึงชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาอย่างไร้ความลังเล ฉีกมันออกเป็นริ้วยาวแล้วพันรอบเอวสอบของเขาแน่นเพื่อกดแผลไว้ สัมผัสจากกล้ามเนื้อแกร่งที่เกร็งตัวใต้ฝ่ามือ รวมถึงไอร้อนจางๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในลมหายใจของเขา ทำให้เธอตระหนักได้ชัดเจนว่า... ชายคนนี้ไม่ใช่ "ความทรงจำ" ที่ไร้ตัวตนอย่างที่เขาเพิ่งกล่าวหา แต่เขาคือเนื้อหนังมังสาที่กำลังจะดับสูญไปต่อหน้าต่อตาเธอ
บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและกดดัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เคยไล่ล่าพวกเขาก่อนหน้านี้เงียบหายไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่โอบล้อมห้องใต้ดินเก็บโบราณวัตถุแห่งนี้ไว้ แสงไฟฉายดวงเดียวที่กลิ้งตกลงไปมุมห้องสาดลำแสงสีขาวนวลกระทบเข้ากับแท่นบูชาโบราณและรอยเลือดหยาดเป็นทางยาว ราวกับฉากฆาตกรรมในภาพยนตร์จิตวิทยาที่ถูกกำกับขึ้นอย่างประณีตโดยอำนาจมืดบางอย่าง
รินรดาขยับเข้าไปใกล้ร่างของธาวินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความอุ่นจากร่างกายของเขาสะท้อนผ่านรอยต่อของบาดแผล เคมีอันตรายระหว่างพวกเขายังคงคุกรุ่น แม้ในยามที่ความตายหายใจรดต้นคอ กลิ่นเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นกระดาษโบราณผสมกับหยดฝนและกลิ่นอายดินปืนจางๆ—ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาทของเธอ
"ทำไม..." รินรดาเอ่ยถาม ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขณะโน้มใบหน้าลงไปใกล้เขาเพื่อฟังคำตอบ "ทำไมต้องเอาตัวเข้ามารับแทน? ทั้งที่คุณรู้ดีว่าฉัน... เป็นแค่แพทย์นิติเวชที่ยึดติดกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์... คนที่ไม่มีวันเข้าใจโลกที่คุณแบกเอาไว้เลยสักนิด"
ธาวินปรือตาขึ้นมองเธอ นัยน์ตาสีเทาสะท้อนภาพใบหน้าอันตระหนกของเธอชัดเจน รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากที่เปื้อนคราบเลือด "เพราะว่า... สำหรับผมแล้ว... คุณไม่ใช่แค่หลักฐาน... หรือศพปริศนาที่รอการพิสูจน์บนโต๊ะผ่าตัดหรอกนะคะ..." เขาหยุดหายใจหอบเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "คุณคือสิ่งเดียว... ที่ทำให้ผมรู้ว่า... ตัวเองยังมีชีวิตอยู่จริงๆ... ไม่ใช่แค่เงาที่ติดอยู่ในความทรงจำที่ใครๆ ก็ลืมเลือน"
คำพูดนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคมมีดที่ปักคาอยู่บนตัวเขา รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัดจนเจ็บแปลบ ความรู้สึกขัดแย้งระหว่างหน้าที่จรรยาบรรณแพทย์ กับความเสน่หาอันดำมืดที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด ปะทะกันรุนแรงในอก เธอยื่นมือไปประคองใบหน้าคมสันที่เปื้อนฝุ่นและคราบเลือด ปลายนิ้วสัมผัสกับโหนกแก้มตอบของเขาอย่างแผ่วเบາ เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายยอมจำนนต่อความอ่อนแอภายในจิตใจ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะหลอมรวมพวกเขาเข้าด้วยกัน เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บันไดหินด้านนอก
*กรับ... กรับ... กรับ...*
ไม่ใช่เสียงวิ่งไล่ล่าแบบคนทั่วไป แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่จังหวะจะโคนราวกับเครื่องจักรกลที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ รินรดาชะงัก ร่างกายแข็งทื่อ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย เธอดึงธาวินให้หลบเข้าไปหลังเสาหินขนาดใหญ่ที่มีเงาเงื้อมบังมิดชิด มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบมีดพับผ่าตัดสแตนเลสสตีลเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ขึ้นมาเตรียมพร้อม
เงาร่างหนึ่งทาบทับลงบนผนังห้องใต้ดิน แสงไฟจากด้านบนสะท้อนร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของบุคคลนั้นถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดลึก แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจ คือกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่โชยมากับอากาศ... กลิ่นของสารเคมีชนิดเดียวกับที่ใช้ดองศพในห้องนิติเวชของเธอเอง
บุคคลปริศนาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากองเลือดที่ธาวินทำตกไว้ รองเท้าหนังขัดมันเหยียบลงบนคราบสีเข้มนั้นอย่างไม่ไยดี ก่อนที่เรียวปากใต้ฮู้ดจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงถึงกระดูก
"คิดว่าจะซ่อนความจริงไว้ในความมืดได้ตลอดไปอย่างนั้นหรือคะ... คุณหมอ"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อจำเสียงนั้นได้สนิทใจ—เสียงของคนที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดในความดูแลของเธอเองเมื่อสามวันก่อน!
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมนนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 21
บาดแผลที่ไม่มีวันหาย
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายผู้มาจากความทรงจำที่สาบสูญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!