“ถ้าคุณคิดจะเอาเศษขยะพวกนี้มาวางแปะไว้ในฮอลล์งานนิทรรศการของผม ก็เชิญถอนตัวออกไปตอนนี้เลยครับ อย่าให้ผมต้องเสียเวลาเรียกฝ่ายกฎหมายมาคุยเรื่องค่าเสียเวลา”
เสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในหอศิลป์ระดับประเทศ ธันวากำลังยืนกอดอก มองดูโครงสร้างไม้ที่ถูกจัดวางอย่างไม่เป็นระเบียบด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ
พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึก เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อออร่าเผด็จการที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา เธอวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *ปัง* ก่อนจะก้าวเข้าไปประจันหน้ากับชายหนุ่มที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงหัว
“เศษขยะเหรอคะ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณธันวาคะ” พิมพ์มาดาเน้นเสียงคำว่า 'คุณ' อย่างประชดประชัน “นิทรรศการนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสนองอีโก้ของคุณคนเดียว แต่มันมีไว้เพื่อสื่อสารถึงจิตวิญญาณของศิลปินที่ล่วงลับ ถ้าคุณมองงานดีไซน์พวกนี้เป็นแค่ขยะ งั้นผมก็คงต้องบอกว่าวิสัยทัศน์ของคุณมันคงคับแคบเกินกว่าจะรับผิดชอบงานระดับชาติแบบนี้ได้”
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทาย เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เจือไปด้วยกลิ่นจางๆ ของน้ำมันสนและสีน้ำมันปะทะเข้ากับจมูกของหญิงสาว
“มั่นใจดีนี่ครับ” ธันวาขยับยิ้มมุมปาก ทว่าเป็นยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นเจืออยู่เลย “แต่น่าเสียดายที่ความมั่นใจของคุณมันใช้แทนความสวยงามไม่ได้ งานผมไม่มีคำว่า 'พอใช้ได้' และผมก็ไม่นิยมทำงานร่วมกับคนที่เอาแต่อ้างอิงหลักการโดยไม่สนความสมบูรณ์แบบ”
“ความสมบูรณ์แบบที่คุณพูดถึง มันก็แค่กรงขังที่ขังงานศิลปะไม่ให้มีชีวิตต่างหากล่ะครับ” พิมพ์มาดาเถียงกลับทันควัน ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธปนหมั่นไส้ “ถ้าคุณอยากคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามอำเภอใจขนาดนั้น ทำไมไม่ไปสร้างพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวแล้วนั่งชื่นชมมันคนเดียวล่ะครับ จะได้ไม่ต้องเปลืองงบประมาณขององค์กรมาจ้างภัณฑารักษ์ที่เห็นต่างกับคุณแบบนี้!”
บรรยากาศในห้องโถงกว้างเริ่มร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น ธันวาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของพิมพ์มาดา เขาสังเกตเห็นรอยเปื้อนสีสีน้ำเงินที่ปลายนิ้วชี้ของเธอ—ร่องรอยของคนที่ผ่านการลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่สั่งการอยู่บนหอคอยงาช้าง
“ปากเก่งกว่าที่คิดนะครับ” ธันวาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย “แต่จำไว้ว่านิทรรศการนี้คือเดิมพันของผม ถ้าคุณทำพัง... ผมจะให้คุณชดใช้ด้วยทุกอย่างที่คุณมี”
“ฉันไม่กลัวคุณหรอกครับธันวา งานนี้ฉันคือคนที่กุมความต้องการของคนเข้าชมไว้ทั้งหมด และคุณก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะยอมทำตามความเหมาะสมที่ฉันเลือกให้” พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมแพ้
“งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมล่ะครับ ว่าระหว่าง 'ดีไซน์เนอร์เผด็จการ' อย่างผม กับ 'ภัณฑารักษ์จอมดื้อ' อย่างคุณ ใครจะทำให้คนดูหลั่งน้ำตาได้มากกว่ากัน”
ธันวายื่นมือไปคว้างานดีไซน์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวของเขาลูบไปตามรอยพับของกระดาษอย่างแผ่วเบา ก่อนจะจงใจปัดมันตกลงพื้นต่อหน้าต่อตาพิมพ์มาดา เธอรีบก้มลงไปเก็บ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะยืดตัวขึ้น ธันวากลับก้าวเข้ามาขวางไว้ ทั้งคู่เสียหลักจนพิมพ์มาดาต้องเซไปปะทะกับแผงอกแกร่งของธันวา
เขาใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งรวบเอวบางไว้เพื่อไม่ให้เธอล้มลง มืออีกข้างยันผนังไว้เหนือศีรษะของเธอขังเธอไว้ในวงแขน สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างจัง—มันไม่ใช่สายตาของศัตรู แต่มันคือแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นคลอนหัวใจ
“คุณมันบ้า!” พิมพ์มาดาหอบหายใจถี่ ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธที่ผสมกับความประหม่า
ธันวาไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน กลิ่นอายที่แผ่ออกมาไม่ใช่แค่ความเย็นชา แต่เป็นความหวั่นไหวที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นไว้
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความเงียบสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากโถงทางเดิน ตามมาด้วยเสียงปรบมือเนิบนาบชวนขนลุก
“แหม... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรที่สำคัญเข้าให้แล้วสิครับ ดูสวีทกันดีนี่ครับ คุณธันวา... คุณพิมพ์”
กวินก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นชนวนระเบิดครั้งใหญ่ของนิทรรศการนี้
ธันวาปล่อยมือออกจากเอวของพิมพ์มาดาทันที สายตาของเขากลับมาเย็นชาดุจเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พิมพ์มาดาถอยออกมาตั้งหลัก พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แต่หัวใจของเธอยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ
กวินเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างๆ ธันวา ก่อนจะวางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยท่าทีคุกคาม “พอดีผมเพิ่งได้ข่าวมาว่า ดีไซน์ที่สวยหรูของคุณธันวาน่ะ... มันดันไปเหมือนกับผลงานของศิลปินที่เพิ่งฟ้องร้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเข้าพอดีเลยนะ ไม่ทราบว่าคุณสองคนจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดีครับ?”
ใบหน้าของธันวาบึ้งตึงขึ้นทันที พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เกิดจากความโกรธ แต่มันคือความฉิบหายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในศึกแรกนี้ แล้วมาพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ - ราชันย์หอกทมิฬ
ฝีเข็มร้ายกับลายเส้นรุนแรง: ศึกรักฉบับจัดจ้าน•ตอนที่ 1
ศึกแรกที่หอศิลป์
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฝีเข็มร้ายกับลายเส้นรุนแรง: ศึกรักฉบับจัดจ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
