“ถ้าคุณคิดว่าการเอาชนะคนอื่นด้วยการออกคำสั่งแบบเผด็จการคือศิลปะ ผมคงต้องบอกว่ารสนิยมคุณมันห่วยแตกสิ้นดีครับคุณธันวา”
พิมพ์มาดาสวนกลับทันควัน ประโยคของเธอไม่ได้ดังก้องแต่กลับบาดลึกราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในสตูดิโอส่วนตัว ธันวาที่กำลังยืนกอดอกพิงโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาหรี่ลง จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านยาก—กึ่งโกรธ กึ่งท้าทาย
“รสนิยมเหรอครับ?” ธันวาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูเย็นชาจนน่าขนลุก เขาขยับตัวก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทิ้งระยะห่างไว้เพียงแค่ปลายจมูกจะแตะกันได้ “คุณมันก็แค่ภัณฑารักษ์ที่หลงระเริงกับหลักการสวยหรู จนลืมไปว่าในโลกของความเป็นจริง... คำสั่งของผมคือ ‘กฎ’ ไม่ใช่ทางเลือก”
“กฎของคุณมันใช้ได้แค่กับลูกน้องที่ยอมก้มหัวให้เท่านั้น แต่ไม่ใช่กับฉัน” พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้น ความมั่นใจในแววตาของเธอสั่นคลอนหัวใจชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงข้ามอย่างประหลาด “ต่อให้คุณจะเปย์เงินมหาศาล หรือจะกว้านซื้อผลงานศิลปะทั้งพิพิธภัณฑ์เพื่อกดดันฉัน คุณก็ไม่มีวันได้เห็นฉันยอมรับคำสั่งไร้เหตุผลของคุณแน่”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดนูน เขาเป็น Perfectionist ที่ไม่เคยพลาดและไม่เคยถูกใครปฏิเสธโดยตรงแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริงที่ว่า ‘ผู้หญิงคนนี้ควบคุมไม่ได้’ มันทำให้นิสัยซึนเดเระที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นมา
“งั้นลองดูไหมล่ะครับ” ธันวาขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนพิมพ์มาดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางผลงานศิลปะด้านหลัง “ถ้าคุณมั่นใจนักว่ากฎของคุณมันเจ๋งกว่านัก งั้นเรามาทำสัญญากัน... ตลอดหนึ่งเดือนก่อนนิทรรศการนี้เริ่ม ถ้าคุณทำตามแผนผังการจัดแสดงของผมไม่ได้ แม้แต่ข้อเดียว คุณจะต้องเป็นคนเดินมาบอกผมเองว่า ‘ธันวา คุณคือที่สุด’ ต่อหน้าทีมงานทุกคน”
“แล้วถ้าฉันชนะล่ะ?” พิมพ์มาดาสวนกลับทันที ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายด้วยความท้าทาย
“ถ้าคุณทำได้... ผมจะยอมทำตามใจคุณทุกอย่าง” ธันวาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเธอ กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ของเขาทำเอาพิมพ์มาดาใจสั่นจนต้องกั้นหายใจ “แม้แต่เรื่องที่คุณเกลียดนักหนาอย่างการเปลี่ยนคอนเซปต์งานทั้งหมด ถ้าคุณพิสูจน์ได้ว่าคุณเหนือกว่าผม... ผมจะยอมเป็นเบี้ยล่างให้คุณสั่งหนึ่งเดือนเต็มๆ”
“ตกลงครับ... อย่ากลับคำก็แล้วกัน”
พิมพ์มาดาผลักอกเขาออกอย่างถือดี เธอพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงจากการใกล้ชิดเมื่อครู่ให้กลับมาอยู่ในร่องในรอย เธอหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาจดบันทึกบางอย่างด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ทว่าสีหน้ายังคงนิ่งเฉยดุจน้ำแข็ง
“อย่าเพิ่งมั่นใจไปเลยครับคุณพิมพ์” ธันวากลับไปยืนที่เดิม จัดเนกไทให้เข้าที่ด้วยท่าทางที่ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว “เพราะกวินไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ เหมือนที่คุณคิด วันนี้เขาเพิ่งส่งอีเมลมาหาผม บอกว่าเขาจะเข้ามาเยี่ยมชมสถานที่พรุ่งนี้... พร้อมกับนักข่าวสายศิลปะที่จ้องจะเล่นงานผมอยู่”
พิมพ์มาดาชะงัก ปากกาในมือหยุดกะทันหัน “กวินน่ะเหรอ? ทำไมถึงมาตอนนี้?”
“นั่นสิครับ ทำไมกันนะ?” ธันวายกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูอันตรายและคาดเดาไม่ได้ “บางทีอาจจะเป็นเพราะเขารู้ว่าคนจัดงานอย่างคุณ... กำลังจะทำนิทรรศการนี้พังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม”
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างแรงขัดจังหวะบทสนทนาที่กำลังเดือดพล่าน ทั้งคู่หันไปมองทางประตูที่ถูกเปิดออกกว้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปร่งของกวินก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ดูเสแสร้งจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของธันวา แต่สำหรับพิมพ์มาดา มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังชัดเจนที่สุด
“อ้าว... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะการตกลง ‘ผลประโยชน์’ ของพวกคุณสองคนหรือเปล่านะ?” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซ “แหม... ผมว่านิทรรศการนี้มันคงจะตื่นเต้นกว่าที่คิดนะ ถ้าคุณทั้งคู่ยังมีความลับต่อกันแบบนี้”
พิมพ์มาดามองธันวาด้วยสายตาตำหนิ เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องมีจุดหักมุมบางอย่างที่เธอไม่รู้ และดูเหมือนธันวาจะซ่อนความกังวลบางอย่างไว้ภายใต้หน้ากากนิ่งเฉยนั้น
“คุณมาทำไมกวิน?” ธันวาถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“ก็มาดูว่าที่ที่กำลังจะกลายเป็นสุสานของโปรเจกต์คุณน่ะครับ” กวินก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าพิมพ์มาดา แล้วยื่นมือถือให้เธอเห็นหน้าจอ “และดูเหมือนว่า... ข่าวลือเรื่อง ‘ภัณฑารักษ์มือใหม่ที่แอบยักยอกผลงานมาโชว์โดยไม่ได้รับอนุญาต’ กำลังจะลงพาดหัวหน้าหนึ่งในเช้าวันพรุ่งนี้ด้วยนะครับ”
พิมพ์มาดาหน้าซีดเผือด เธอหันขวับไปมองธันวาที่เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบของความโกรธ แต่มันคือความฉิบหายที่กำลังคืบคลานเข้ามาจริงๆ
“คุณธันวา... นี่มันเรื่องอะไรกันคะ?” พิมพ์มาดาถามเสียงสั่น
ธันวาเม้มปากแน่น เขาไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่กลับก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อกวินจนอีกฝ่ายเซถอยหลังไปชิดกำแพง “แกทำอะไรลงไป!”
ในวินาทีที่เหตุการณ์กำลังจะบานปลาย พิมพ์มาดาเห็นเงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลังกวิน... มันคือแฟลชกล้องที่แอบถ่ายมาจากนอกหน้าต่างสตูดิโอที่เปิดแง้มไว้
ขอบพระคุณที่ติดตามผลงานของราชันย์หอกทมิฬนะครับ หวังว่าตอนถัดไปทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้กันครับ
ฝีเข็มร้ายกับลายเส้นรุนแรง: ศึกรักฉบับจัดจ้าน•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนมั่นหน้า
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฝีเข็มร้ายกับลายเส้นรุนแรง: ศึกรักฉบับจัดจ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
