กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของน้ำยาฆ่าเชื้อฟอร์มาลีนในห้องชันสูตรชั้นใต้ดิน มันคือกลิ่นที่คนทั่วไปหลีกหนี แต่สำหรับผม... มันคือกลิ่นแห่งความจริงอันบริสุทธิ์ที่ไม่มีวันโกหก
"คุณกำลังทำให้คดีนี้กลายเป็นเรื่องส่วนตัว, หมอธันวา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย่อหยิ่งดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง สารวัตรศิลา ในชุดสูทสีเทาเข้มยับยู่ยี่ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าพ้นเงาสลัวเข้ามาใกล้โต๊ะสเตนเลสสตีล แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองผมผ่านเลนส์แว่นสายตาที่สะท้อนแสงไฟนีออน
ผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขา ปลายมีดผ่าตัดในมือยังคงกรีดลงบนชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังของร่างไร้ชีวิตตรงหน้าอย่างแม่นยำและนุ่มนวล เสียงเนื้อเยื่อฉีกขาดเบาๆ เป็นเพียงดนตรีประกอบเดียวในห้องนี้
"ความจริงไม่มีเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องส่วนรวมหรอกครับ, สารวัตรศิลา มีแค่ความจริงที่ถูกเปิดเผย กับความจริงที่ถูกซ่อนไว้... และศพบนเตียงนี้กำลังตะโกนบางอย่าง ที่พวกคุณมองข้ามไปเพราะมัวแต่ใช้ความรู้สึกตัดสิน" ผมตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิท ปราศจากความหวั่นไหวใดๆ
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้ามาประชิดจนผมได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ลอยติดตัวเขามา ผู้ชายคนนี้มักจะใช้ความดิบเถื่อนและสัญชาตญาณสัตว์ป่าในการล่าเหยื่อ ผิดกับผมที่ใช้ตรรกะและวิทยาศาสตร์ เราคือขั้วตรงข้ามที่ถูกบังคับให้โคจรมาพบกันในคดีฆาตกรรมที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่พยายามจะปิดๆ ไปให้พ้นมือ
"ความรู้สึกงั้นเหรอ? หึ... ถ้าคุณใช้แค่ตาเปล่ามอง คุณก็จะเห็นแค่รอยแผลมีดธรรมดา แต่ถ้าคุณใช้สมองคิดสักนิด คุณจะรู้ว่าฆาตกรมันจงใจทิ้งร่องรอยให้เราวิ่งไล่จับเหมือนคนโง่" ศิลาก้มตัวลงมา กระซิบข้างหูผม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความท้าทายที่ร้อนแรงจนน่าหงุดหงิด "เหมือนกับคดีเมื่อยี่สิบปีก่อน... ที่คุณยังฝังใจอยู่ยังไงล่ะ"
มือของผมหยุดชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ปลายมีดนิ่งค้างอยู่เหนือกระดูกอกของศพ
คำว่า *“ยี่สิบปีก่อน”* พุ่งทะลวงเข้าใส่เกราะป้องกันจิตใจที่ผมสร้างขึ้นอย่างแน่นหนา ภาพจำของคราบเลือดสีเข้มบนพื้นห้องนอนในคืนที่ฝนตกหนัก ภาพร่างไร้วิญญาณของบุพการี และแฟ้มคดีที่ถูกปิดตายด้วยคำว่า 'อุบัติเหตุ' ทั้งที่มันคือการฆาตกรรมอำพราง ย้อนกลับมาเล่นงานผมราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำที่อกข้างซ้าย
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก, บังคับกล้ามเนื้อใบหน้าให้ผ่อนคลาย แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งตรงหน้า แววตาของเราประสานกันในระยะประชิด มันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด—แรงดึงดูดระหว่างความเย็นชาของเหตุผล กับความเร่าร้อนของสัญชาตญาณ
"อย่าเอาเรื่องส่วนตัวของคุณมาปะปนกับงานของผม, สารวัตร" ผมเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "และที่สำคัญ... รอยกรีดบนศพนี้ ไม่ใช่รอยแผลมีดธรรมดาอย่างที่คุณเข้าใจ"
ผมใช้ปลายคีมโลหะแหวกเปิดชั้นผิวหนังบริเวณลำคอของศพให้กว้างขึ้น แสงไฟจากโคมไฟผ่าตัดสาดส่องลงไปกระทบกับรอยแผลลึกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ศิลาขมวดคิ้ว เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ศพมากขึ้น ความเย่อหยิ่งในแววตาเมื่อครู่เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นลักษณะของรอยแผลนั้นชัดเจน
รอยกรีดรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ซ่อนอยู่ใต้ร่องกระดูกไหปลาร้า เป็นรอยแผลที่สะอาด แม่นยำ และไร้ร่องรอยการดิ้นรนของเหยื่อ... มันคือเทคนิคการตัดขั้วประสาทที่สมบูรณ์แบบจนแทบไม่หลงเหลือคราบเลือด
"นี่มัน..." ศิลาพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "รอยแผลแบบนี้..."
"ใช่ครับ" ผมเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นพร่าทีละน้อย ความเย็นชาที่เคยมีเริ่มถูกกัดเซาะด้วยความจริงที่น่าสะพรึงกลัว "มันคือลายเซ็นเดียวกัน... กับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 'ศัลยแพทย์เงา' ที่กรมตำรวจเคยประกาศปิดคดีไม่ลงเมื่อยี่สิบปีก่อน"
บรรยากาศในห้องชันสูตรพลันเยือกเย็นลงทันตาเห็น เสียงเครื่องปรับอากาศดังหึ่งๆ ราวกับจะเยาะเย้ยอดีตที่ผมพยายามหนีมาตลอดชีวิต ศิลานิ่งเงيไป เขาหันมามองหน้าผม สีหน้าของนายตำรวจมือหนึ่งฉายแววตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มือของสารวัตรศิลายื่นออกไปสัมผัสขอบโต๊ะสเตนเลสโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบมองสลับระหว่างศพบนเตียงกับใบหน้าของผมที่เริ่มซีดเผือด
"ถ้าไอ้ฆาตกรคนนั้นมันตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อนตามรายงานของตำรวจ... แล้วใครกันล่ะที่กำลังลงมือทำแบบนี้อีกครั้ง?" ศิลาถามเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเมื่อตระหนักถึงความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยแผลนั้น
ผมไม่ได้ตอบคำถามของเขา หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความแค้น ความโหยหา และความหวาดกลัว ผมก้มลงมองศพตรงหน้าอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน และในวินาทีนั้นเอง สายตาของผมก็สะดุดเข้ากับบางสิ่ง—บางอย่างที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียนในช่องปากของเหยื่อ
ผมหยิบไฟฉายขนาดเล็กขึ้นมาส่องสำรวจลึกลงไปในลำคอของศพ นิ้วมือสวมถุงมือยางบรรจงใช้อุปกรณ์คีบชิ้นส่วนแปลกปลอมนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง
มันคือกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ถูกพับไว้อย่างประณีต เปียกชุ่มไปด้วยน้ำยาดองศพ แต่ตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทonด้านในยังคงเด่นชัดเจน
ศิลาก้าวเข้ามาใกล้จนไหล่ของเราแทบจะชนกัน เขาจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยสายตาดุดัน
ผมคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกช้าๆ เผยให้เห็นข้อความสั้นๆ ที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลัง ซึ่งทำให้ลมหายใจของผมและศิลาต้องสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... คุณหมอผู้สูญหาย”*
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้ารatัตตะโนมัติดังขึ้นแว่วๆ จากทางเดินด้านนอกห้องชันสูตร—เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า มั่นคง และคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังรอเวลาที่จะมาเคาะประตูห้องนี้... เพื่อทวงคืนบัญชีแค้นที่รอคอยมานานถึงสองทศวรรษ
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 1
ศพปริศนาจากอดีต
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!