นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 27

เปิดโปงหน้ากาก

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
รสชาติของความตายในอากาศเวลานี้ไม่ได้มีกลิ่นอายของโลหะหรือฟอร์มาลีนเหมือนในห้องผ่าตัด หากแต่เป็นกลิ่นฉุนรุนแรงของแก๊สโซมานผสมผสานกับฝุ่นผงไม้เก่าที่ร่วงหล่นลงมาตามแรงสั่นสะเทือน ดร.ธันวา รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผดเผาโพรงจมูก สติสัมปชัญญะที่เคยเฉียบคมดั่งใบมีดผ่าตัดเริ่มพร่าเลือน ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดกลับทำงานสวนทางกัน มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางกระชากเศษผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ขึ้นมาปิดจมูกและปากอย่างทันท่วงที พร้อมกับทิ้งตัวลงแนบกับพื้นไม้เย็นเฉียบเพื่อหลีกหนีมวลแก๊สพิษที่ลอยตัวสูงขึ้นตามหลักอุณหพลศาสตร์ "สารวัตร..." ธันวาเค้นเสียงลอดผ่านเนื้อผ้า น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวในความมืดที่เริ่มโรยตัวปกคลุม เงาร่างสูงโปร่งของสารวัตรศิลาขยับไหวอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองช่วงแขน เสียงลมหายใจหอบกระชั้นบ่งบอกว่าอีกฝ่ายก็กำลังดิ้นรนแข่งกับความตายไม่แพ้กัน ศิลาใช้ศอกกระแทกเข้ากับขาโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะอาศัยแรงเหวี่ยงนั้นพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อแขนของธันวาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเด็ดเดี่ยว ราวกับต้องการสื่อสารว่าพวกเขาจะต้องออกไปจากที่นี่ด้วยกัน—หรือหากต้องตาย ก็ต้องตายพร้อมความจริงที่ยังคาใจ "อย่าเพิ่ง... สำลักความตายตรงนี้ ดร.ธันวา" เสียงทุ้มต่ำของศิลากระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นควันจางๆ "เรายังมีบัญชีที่ต้องสะสางกับคนที่อยู่เบื้องบน" สิ้นคำพูดนั้น ศิลาไม่รอช้า ใช้ด้ามปืนพกกระแทกเข้ากับบานหน้าต่างกระจกนิรภัยที่ถูกพ่นทับด้วยสีทึบจนแตกละเอียด แรงลมภายนอกที่พัดโหมกระหน่ำยามค่ำคืนทะลักเข้ามาปัดเป่ากลุ่มควันพิษให้เจือจางลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนสำลักอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่ ราวกับเพิ่งฟื้นคืนชีพจากขุมนรก แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านกรอบหน้าต่างที่แตกยเผยให้เห็นสภาพภายในห้องเก็บเอกสารลับของโกดังร้างแห่งนี้ เสื้อผ้าของทั้งคู่เปรอะเปื้อนฝุ่นและคราบเขม่า แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของธันวาไม่ใช่ความเสียหายรอบกาย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกลับมองตรงไปยังรอยเท้าคู่หนึ่งที่ประทับอยู่บนพื้นผงฝุ่น—รอยเท้าที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ และทิศทางของมันมุ่งตรงไปยังประตูลับด้านหลัง ซึ่งมีเพียง "คนวงใน" เท่านั้นที่ล่วงรู้ "คุณเห็นเหมือนที่ผมเห็นใช่ไหมครับ สารวัตรศิลา" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก สายตาจับจ้องรอยเท้านั้นราวกับนักล่าที่กำลังแกะรอยเหยื่อ ศิลายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่รอยเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจางๆ บนพื้นไม้ "รอยรองเท้าหนังคอมแบทแบบสั่งทำพิเศษ... พื้นรองเท้าลายดอกยางแบบนี้ มีใช้งานอยู่ในกรมตำรวจไม่เกินห้าคน และหนึ่งในนั้นคือคนที่ยืนถือร่มรอเราอยู่ข้างนอกก่อนจะเกิดเรื่อง" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ บทสนทนาอันเฉียบคมระหว่างสองผู้เชี่ยวชาญหยุดลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอก ความสงสัยที่เคยเป็นเพียงหมอกควันจางๆ บัดนี้เริ่มตกผลึกเป็นความจริงอันน่าสะพรึงกลัว—คนสนิทที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ศิลามาตลอดหลายปี ผู้กุมความลับและกุญแจสำคัญทุกดอกในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ คือหนอนกระเทือนรากที่คอยส่งข่าวให้ฆาตกรมาโดยตลอด "สารวัตรยังเชื่อมั่นใน 'คนของตัวเอง' อยู่ไหมครับ" ธันวาหันไปมองหน้าคู่หู สีหน้าของแพทย์นิติเวชไร้ซึ่งความเยาะเย้ย มีเพียงความลึกซึ้งและจริงจังที่สะท้อนผ่านแววตา "หรือศพบนโต๊ะชันสูตรในวันนี้ ยังให้บทเรียนกับคุณไม่มากพอว่า มนุษย์เราสวมหน้ากากเข้าหากันได้แนบเนียนเพียงใด" ศิลาไม่ตอบในทันที กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน มือหนากำด้ามปืนในซองพกแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุดไม่ใช่เรื่องที่ชายชาติทหารอย่างเขาจะยอมรับได้ง่ายๆ ทว่าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และรอยเท้าเบื้องหน้าไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาหลอกตัวเองอีกต่อไป "หมอธันวา..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลึกและเย็นยะเยือกกว่าทุกครั้ง "พาตัวผมไปหาความจริงหลังประตูบานนั้นเถอะครับ วันนี้แหละ... เราจะได้รู้กันว่า หน้ากากที่มันสวมอยู่ จะทนทานต่อคมมีดผ่าศพของคุณ หรือกระสุนปืนของผมได้นานแค่ไหน" ทั้งสองก้าวเดินไปตามรอยเท้าอย่างระมัดระวัง ประตูไม้สักบานทึบที่เชื่อมต่อไปยังทางหนีไฟถูกแง้มไว้เล็กน้อย มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังแว่วมาจากบันไดวนเบื้องล่าง ศิลาส่งสัญญาณมือให้ธันวารั้งท้าย ก่อนที่เขาจะถีบประตูบานนั้นให้เปิดออกผางเพื่อเข้าประชิดตัวเป้าหมาย ทว่า เมื่อก้าวพ้นขอบประตูออกไป สิ่งที่รอพวกเขาอยู่กลับไม่ใช่เงาของคนร้ายที่กำลังหลบหนี แต่เป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งที่วางอยู่บนขั้นบันได หน้าจอสว่างวาบด้วยข้อความตัวอักษรวิ่งที่พิมพ์ขึ้นแบบเรียลไทม์ ธันวาก้มลงมองตัวอักษรเหล่านั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่ดวงตาหลังเลนส์แว่นจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากแพทย์นิติเวชผู้เยือกเย็น บนหน้าจอนั้นปรากฏข้อความสั้นๆ ว่า: *"ยินดีด้วยที่รอดมาได้... แต่ศพต่อไปที่จะต้องผ่า ไม่ใช่ใครอื่น ไกล แต่เป็นผู้กองหมวดวิทย์ คนสนิทมือขวาของคุณเอง ที่นอนหมดลมหายใจอยู่ท้ายรถพยาบาลข้างนอกนั่น"* ศิลาชะงักง่ามเท้า ดวงตาคมกวาดมองข้อความนั้นด้วยความรู้สึกที่ดิ่งวูบลงสู่เหวลึก ก่อนที่เสียงวิทยุสื่อสารบนบ่าของเขาจะส่งเสียงซ่าแตกพร่า และตามมาด้วยเสียงรายงานสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ฟังดูตื่นตระหนก: *"ศูนย์ควบคุม! นี่หน่วยลาดตระเวน... เราพบศพผู้กองวิทย์ถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตอยู่เบื้องหลังรถพยาบาลฉุกเฉินครับ!"* --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ร่วมกันครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้เงา กับนักสืบสีเทาผู้เย่อหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%