"ถ้ารู้ว่าที่ดินแปลงนี้มีเจ้าของที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด... ฉันคงไม่ต้องส่งสุนัขรับใช้มาเดินวนเวียนให้รำคาญสายตาตั้งแต่สัปดาห์แรกหรอกจริงไหมคะ, คุณร้อยเอก"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เคลือบไว้ด้วยพิษสงของ 'เสี่ยกำธร' ผู้มีอิทธิพลประจำอำเภอ ดังแทรกขึ้นกลางความเงียบของลานตากส้มหน้าบ้านพัก เสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่ายฟังดูคล้ายเสียงก้อนกรวดที่ถูกบดขยี้ด้วยรองเท้าคอมแบต กำธรไม่ได้มาคนเดียว เขามาพร้อมกับลูกสมุนร่างกำยำอีกสี่คนที่ยืนกอดอกวางท่าข่มขู่ รอยยิ้มบนใบหน้าของเถ้าแก่ใหญ่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและสายตาโลภ
พริมาที่กำลังงละมุนมือกับการคัดแยกส้มสายน้ำผึ้งเกรดพรีเมียมลงในเข่งไม้ไผ่ ชะงักมือลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยไหววับด้วยประกายความเย็นชา เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวให้เห็นแม้แต่น้อย ความนิ่งสงบของเธอกลับทำให้ศิลาที่ยืนบังอยู่เบื้องหน้าขยับกายเข้ามาชิดอีกนิดโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของอดีตนายทหารหนุ่มแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ที่ดินแปลงนี้มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย และเจ้าของตัวจริงเขาก็ไม่ได้ประกาศขาย ถ้าคุณกำธรว่างมากนัก น่าจะเอาเวลาไปตรวจดูบัญชีไร่ของตัวเองที่มีปัญหาเรื่องภาษีจะดีกว่านะคะ" พริมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ คำพูดที่จี้ใจดำเรื่องคดีความของกำธรทำให้อีกฝ่ายหน้าตึงขึ้นมาทันที
ศิคมมองภรรยาหมาดๆ ด้วยหางตา แววตาของชายหนุ่มฉายแววพึงพอใจและเอ็นดูระคนกัน มือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักเอื้อมไปหยิบตะกร้าส้มออกจากมือพริมาเบาๆ ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นเต็มตัว ความสูงใหญ่และท่าทีนิ่งขรึมแบบฉบับทหารผ่านศึกทำให้พวกสมุนของกำธรถึงกับขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ไร่ส้มของผม... ผมดูแลเองได้ดี ไม่รบกวนให้คนนอกมารud-รนหาที่ตายด้วยการก้าวก่ายหรอกครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุบทรงพลัง แม้จะสุภาพแต่แฝงไว้ด้วยการขู่ฆ่ากลายๆ "และถ้ายังจำที่ผมเตือนเมื่อวานไม่ได้ วันนี้ผมคงต้องย้ำอีกรอบว่า... ไร่นี้ไม่ขาย และ ต่อให้คุณเอาเงินมาถมจนท่วมภูเขา ผมก็ไม่ต้อนรับโจรในคราบนักธุรกิจ"
กำธรแค่นเสียงหัวเราะ "ปากกล้าดีนี่! คิดว่าออกจากราชการมาแล้วจะเป็นใหญ่ในแถบนี้ได้อีกงั้นรึ? ระวังเถอะ... ผลผลิตล็อตแรกที่เธอคนนั้นกำลังงגתทำอยู่อาจจะไม่มีวันได้ออกจากไร่แห่งนี้เลยก็ได้ ใครจะไปรู้... เกิดไฟไหม้โกดังขึ้นมากลางดึก มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอนี่นะ"
คำขู่คุกคามนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเย็นเยียบ พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายความโกรธพุ่งพล่านอยู่ในอก เธอเกลียดที่สุดคือพวกอันธพาลที่ใช้วิธีสกปรกมารังแกคนที่ตั้งใจทำมาหากิน มือเรียวเล็กแอบแตะลงที่กระเป๋าเสื้อกาวน์เบาๆ 'ครัวมิติ' ในจิตสำนึกตอบสนองทันที วัตถุดิบพิเศษบางอย่างถูกดึงเข้ามาอยู่ในกำมืออย่างเงียบเชียบ เมล็ด 'พริกหมากล่าป่าภูเขา' และ 'รากข่าหอมอวิ๋นหนาน' ที่ปลูกไว้ในมิติพิเศษส่งกลิ่นฉุนรัญจวนใจออกมาจางๆ
"ถ้าคิดจะทำลายข้าวของในไร่ของเรา... ฉันเกรงว่าคุณกำธรจะต้องเตรียมตัวรับมือกับผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงนะคะ" พริมาก้าวออกมาจากด้านหลังของศิลา รอยยิ้มหวานหยดระบายอยู่บนใบหน้า แต่แววตากลับไร้ซึ่งความปรานี "ในเมื่อคุณอุตส่าห์มาเยือนถึงที่ทั้งที... จะให้กลับมือเปล่าได้อย่างไร ในฐานะที่ฉันเป็นสะใภ้เจ้าของไร่ ฉันมี 'อาหารว่าง' สูตรพิเศษที่จะช่วยชำระล้างจิตใจที่สกปรกโสมมของคุณให้สะอาดขึ้นมาได้บ้าง... สนใจลองชิมไหมคะ?"
พริมาไม่ได้รอให้ฝ่ายตรงข้ามตอบรับ เธอกลับหลังหันเดินเข้าสู่ห้องครัวไทยชั่วคราวข้างบ้านทันที ศิลามองตามภรรยาด้วยความเข้าใจในทันที ชายหนุ่มรู้ดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ภรรยาของเขายิ้มแบบนั้น แปลว่ามีคนกำลังจะโชคร้ายอย่างมหันต์ เขาจึงหันกลับมาหากำธรแล้วผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
"เชิญนั่งรอก่อนสิครับ... เมนูต้อนรับแขกพิเศษของภรรยาผม ขึ้นชื่อเรื่องการเปิดหูเปิดตา รับรองว่ากินแล้วจะจำไปจนวันตายเลยทีเดียว"
ภายในห้องครัว กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศนานาชนิดเริ่มฟุ้งกระจาย พริมาจัดการเปิดมิติเพื่อดึง 'เนื้อกวางภูเขาหมักน้ำปลาแท้' และ 'พริกแห้งรมควันโบราณ' ออกมา เธอลงมือโขลกเครื่องแกงด้วยความเร็วและแม่นยำ เสียงสากกระทบครกหินดังปั๊กๆๆ เป็นจังหวะที่สะท้อนถึงความเดือดดาลในใจ เมนูที่จะเสิร์ฟวันนี้คือ 'แกงป่าปักษ์ใต้น้ำพริกนรกแตก' ที่ใส่สมุนไพรเผาไฟจนหอมกรุ่นและรสชาติเผ็ดร้อนทะลุพิกัด ชนิดที่ใครกินเข้าไปจะต้องร้องขอชีวิต ทว่าความอร่อยล้ำลึกของมันจะทำให้หยุดตักไม่ได้แม้แต่คำเดียว
ผ่านไปเพียงสิบห้านาที กลิ่นหอมอันซับซ้อนของเครื่องเทศ พริกไทยอ่อน และใบกระเพราป่า ก็ลอยละลิ่วไปทั่วทั้งบริเวณ ลมยามบ่ายพัดพาเอาความหอมยั่วยวนนั้นไปปะทะจมูกของกำธรและลูกสมุนที่นั่งรออยู่หน้าบ้าน จนพวกมันเริ่มกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
พริมายกถาดดินเผาที่บรรจุแกงป่าสีแดงฉานควันฉุยออกมา วางลงบนโต๊ะไม้ไผ่ตรงหน้าแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ กลิ่นหอมเผ็ดร้อนพุ่งเข้าจมูกจนกำธรถึงกับสำลักเล็กน้อย
"เชิญค่ะ... ทานตอนร้อนๆ จะได้รู้ซึ้งถึงรสชาติที่แท้จริงของแผ่นดินนี้" พริมาผายมือ รอยยิ้มของเธองดงามราวกับเทพธิดา แต่บรรยากาศรอบตัวกลับกดดันเสียจนลูกสมุนคนหนึ่งถึงกับตัวสั่น
กำธรขมวดคิ้วมองชามแกงตรงหน้าด้วยความระแวง แต่ความหอมยั่วยวนระดับวิญญาณเกือบหลุดออกจากร่างทำให้เขาอดใจไม่ไหว ตักเนื้อกวางชิ้นโตเข้าปากไปคำใหญ่...
วินาทีนั้นเอง ดวงตาของเถ้าแก่ผู้ทรงอิทธิพลเบิกโพลงขึ้นสุดขีด เหงื่อกาฬผุดพรายออกมาทั่วใบหน้าในชั่วพริบตา ความเผ็ดร้อนระเบิดราวกับภูเขาไฟระเบิดในปาก ตามด้วยความหอมล้ำลึกที่กระจายไปทั่วทุกอณูลิ้น อร่อยจนแทบอยากจะร้องไห้ แต่ความเผ็ดก็รุนแรงเสียจนลมหายใจแทบสะดุด
"อะ... แก... นี่มัน... น้ำพริกอะไรวะ!" กำธรสำลักหน้าดำหน้าแดง คว้าแก้วน้ำดื่มกระแทกคอแทบไม่ทัน ท่าทางทุรนทุรายสร้างความสะใจให้แก่ศิลาและพริมาเป็นอย่างยิ่ง
"เป็นยังไงบ้างคะ? ถูกปากคนโลภมากอย่างคุณหรือเปล่า?" พริมาเอียงคอมองด้วยความเอ็นดูระคนเยาะหยัน "ถ้ายังไม่พอใจ... ในครัวยังมีหม้อใหญ่อีกเพียบ ฉันยินดีต้อนรับคุณกับลูกน้องทุกเวลา"
กำธรพยายามจะอ้าปากด่าทอ แต่ความเผ็ดร้อนยังคงเล่นงานลิ้นของเขาจนพูดไม่เป็นภาษา ลูกสมุนรีบเข้ามาประคองผู้เป็นนายด้วยความตกใจ ทว่าในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงรถกระบะสีดำติดฟิล์มทึบสนิทหลายคันก็แล่นเข้ามาจอดปิดล้อมปากทางเข้าไร่ส้มอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสากลสีเทาเข้มผู้หนึ่งก้าวลงมา ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก และดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่พริมาทันทีราวกับรู้จักเธอมานานแสนนาน
"สวัสดีครับ คุณเชฟพริมา... ผมได้รับคำสั่งให้มาพาตัวคุณ 'กลับบ้าน' ตามสัญญา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมไปพร้อมกับครัวคุณยายนะคะ
สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม•ตอนที่ 4
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับปรุงใจกับคุณชายไร่ส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!