กลิ่นอายของสีน้ำมันและฝุ่นผงจากการเจาะปูนยังคงลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ แต่สำหรับรินลดาแล้ว กลิ่นเหล่านี้หอมหวานกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงในห้องทำงานของศิลาเสียอีก
ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวลูบไล้ไปตามแนวโค้งของผนังปูนเปลือยในอาคารพาณิชย์เก่าแก่ย่านใจกลางเมือง ที่บัดนี้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นสตูดิโอออกแบบภายในส่วนตัวของเธอเอง ไม่มีป้ายชื่อหรูหราอลังการ ไม่มีโลโก้สะท้อนแสงราคาแพง มีเพียงป้ายไม้สักเรียบง่ายสลักตัวอักษรจมลึกคำว่า *“Rinlada Space”* ซึ่งสื่อความหมายตรงตัว—พื้นที่ของเธอ ที่ซึ่งไร้เงาของอดีตสามี และไร้ซึ่งการบงการจากใครหน้าไหนทั้งสิ้น
"เอกสารสัญญาจากทางกลุ่มบริษัท 'คีรีธรณ์' มาถึงแล้วครับคุณริน"
เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ ผู้ช่วยหนุ่มที่เธอทาบทามมาจากบริษัทเก่าและเลือกที่จะลาออกตามเธอมาอย่างจงรักภักดี ดังขึ้นพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ สายตาของกรณ์ฉายแววระคนกังวลเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงชื่อบริษัทคู่แข่งเบอร์หนึ่งของศิลา
รินลดาละสายตาจากการตรวจแบบแปลน 3 มิติบนหน้าจอไอpad เธอนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ความเงียบที่สร้างแรงกดดันให้คู่สนทนาได้เสมอ—นี่คืออาวุธที่เธอเรียนรู้จากการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับศิลามาหลายปี การใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว และใช้มันเพื่อกัดกร่อนความมั่นใจของฝ่ายตรงข้ามทีละน้อย
"พวกเขาว่าอย่างไรบ้างครับ" รินลดาเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับว่าการดึงลูกค้ารายใหญ่ระดับร้อยล้านที่กำลังเปิดศึกฟาดฟันกับบริษัทของศิลา เป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป
"ท่านประธานใหญ่ของคีรีธรณ์... คุณภาคภูมิ ต้องการพบคุณรินเป็นการส่วนตัวครับ เขาบอกว่าสนใจคอนเซปต์ 'สถาปัตยกรรมแห่งการล้างบาป' ที่คุณรินเสนอไปในทีเซอร์พรีเซนเทชั่นมาก เขาอยากให้คุณรับผิดชอบโปรเจกต์รีสอร์ทหรูริมผาโครงการใหม่ทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายถึง... เม็ดเงินมหาศาล และการประกาศสงครามการค้ากับบริษัท 'ศิลา กรุ๊ป' อย่างเต็มรูปแบบครับ"
กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าศิลาไม่เคยปล่อยให้ใครหน้าไหนมาลูบคม โดยเฉพาะอดีตภรรยาที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงเงาตามตัวมาตลอดหลายปี การที่รินลดาเลือกก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจโดยตรงเช่นนี้ เท่ากับการจุดไฟเผาเรือสะพานข้ามที่ไม่มีวันหวนกลับ
รินลลดยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่กรรมคู่เวรอย่างศิลากำลังจะรู้ซึ้งในไม่ช้าว่า การละเลยสิ่งที่มีค่าที่สุดในมือ ไม่เพียงแต่ทำให้สูญเสีย แต่ยังสร้างศัตรูที่รู้จักจุดอ่อนของตนเองดีที่สุดขึ้นมาบนโลกใบนี้
"นัดเขาซิครับกรณ์" รินลดาเอ่ยคำพูดนั้นออกมาอย่างมั่นคง แววตาคู่คมทอประกายเด็ดเดี่ยวราวกับคมมีดที่พร้อมจะกรีดแทงลงบนความมั่นใจอันพองโตของอดีตสามี "บอกคุณภาคภูมิว่า ฉันยินดีรับงานนี้ และรับรองว่าผลงานชิ้นนี้ จะทำให้บริษัทของศิลาไม่มีที่ยืนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนอีกต่อไป"
บ่ายวันเดียวกัน ณ ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสสุดหรู บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว รินลดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาตามนัดหมาย เธอนั่งลงตรงข้ามกับชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ ภาคภูมิ เจ้าของคีรีธรณ์ กรุ๊ป ส่งยิ้มต้อนรับด้วยความชื่นชม
"ผมไม่คิดเลยว่า มัณฑนากรที่เคยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จเงียบๆ ของศิลา กรุ๊ป จะมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้" ภาคภูมิเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทว่าแววตากลับคมกริบ "คุณรู้ใช่ไหมว่าการมารับงานให้ผม เท่ากับคุณกำลังประกาศสงครามกับศิลาโดยตรง เขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น และคงไม่ยอมรามือใครง่ายๆ"
รินลดารินไวน์ลงในแก้วอย่างใจเย็น กิริยาอาการสำรวมและสง่างามทำให้เธอดูลึกล้ำน่าค้นหา เธอมองหน้าภาคภูมิผ่านประกายแสงสว่างจากโคมไฟคริสตัล
"คนที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนที่เกรี้ยวกราดและมีอำนาจคุณภาคภูมิครับ... แต่คือคนที่ไม่มีอะไรจะเสียต่างหาก" รินลดาเอสตายาวไปยังสวนหย่อมด้านนอกร้าน ก่อนจะหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ "ศิลาคิดว่าเขาควบคุมทุกอย่างได้ เขาคิดว่าฉันเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่เขาจะจัดวางไว้ตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ แต่เขาลืมไปว่า เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้น... คือคนออกแบบโครงสร้างของบ้านหลังนั้นด้วยตัวเอง ถ้าฉันถอดคานรับน้ำหนักออก บ้านทั้งหลังก็ย่อมพังทลายลงมาได้เช่นกัน"
ความเด็ดเดี่ยวและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตเงียบๆ ทำให้ภาคภูมิถึงกับพยักหน้ารับด้วยความทึ่ง เขายื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทให้เธอ
"นี่คือสัญญาโปรเจกต์รีสอร์ทริมผา มูลค่าโครงการสองพันล้าน พื้นทั้งหมดอยู่ในมือคุณ จัดการตามใจชอบได้เลย ผมสนับสนุนเต็มที่... และนี่คือข้อมูลลับเกี่ยวกับแผนการประมูลที่ดินแปลงใหญ่ของศิลาในสัปดาห์หน้า หวังว่าคุณจะใช้มันให้เป็นประโยชน์ในแบบที่คุณถนัดนะ"
รินลดาเปิดแฟ้มออกดู เอกสารภายในระบุตัวเลขและเงื่อนไขที่บ่งบอกถึงจุดตายของศิลาในโครงการประมูลครั้งสำคัญ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคม เกมการแก้แค้นได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว และเธอจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมดในกระดานนี้
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะจรดปากกาลงบนสัญญาฉบับนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของกรณ์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ปลายสายส่งเสียงหอบหายใจและตื่นตระหนกจนรินลดาต้องขมวดคิ้วมุ่น
"คุณรินครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงกรณ์สั่นเครือ "คุณศิลา... เขาอยู่ที่สตูดิโอของเราตอนนี้ครับ เขาบุกเข้าไปพังแบบแปลนและรื้อโมเดลโปรเจกต์ที่คุณกำลังทำอยู่ทั้งหมด แถมเขายัง..."
กรณ์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ ราวกับไม่กล้าเอ่ยคำพูดถัดไปออกมา
"เขายังทำไมครับกรณ์? พูดมาให้จบ" รินลดาเอ่ยถาม น้ำเสียงเริ่มเย็นเฉียบลงทุกที
"เขากำลังยืนรอคุณอยู่ที่ห้องทำงานของคุณ... และเขากำลังถือกรอบรูปใบนั้นอยู่ครับ กรอบรูปใบที่คุณซ่อนไว้ในลิ้นชักลับ... รูปของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง... ที่มีหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับคุณศิลาไม่มีผิดเพี้ยน!"
*รินลดาชะงัก ปากกาในมือร่วงหล่นลงกระทบโต๊ะเสียงดังสนั่น หัวใจกระตุกวูบราวกับถูกกระชากลงสู่หุบเหวแห่งความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต!*
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในความมืดมิดของจิต Aใจมนุษย์ด้วยกันนะครับ บันทึกคนจร
มัณฑนากรไร้เงา กับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย•ตอนที่ 4
มัณฑนากรในเงามืด
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงา กับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!