“ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรณกร ถ้าสิ่งที่อยู่ในมือคุณมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมหวัง... บอกลาใบอนุญาตสืบสวนของคุณไปได้เลย”
เสียงของอาคเนย์ต่ำลึกทว่าแฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาต้อนผมจนมุมเข้ากับผนังห้องเย็นที่เย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอหมอก สายตาคมกริบของเชฟอัจฉริยะกวาดมองมือของผมที่กำลังสั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ
ผมกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องเทศราคาแพงในห้องครัวยามค่ำคืนนี้มันชวนให้น่าคลื่นไส้ ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่ผมเพิ่งขโมยออกมาจากลิ้นชักของมินตรามันคือ ‘กุญแจ’ ดอกเดียวที่จะกระชากหน้ากากของหล่อนออกมาได้ แต่ในวินาทีที่ผมจะหยิบมันออกมาแสดงต่อหน้าอาคเนย์—ความว่างเปล่าก็เข้าจู่โจม
ช่องกระเป๋าเสื้อโค้ทว่างเปล่า
“ว่ายังไง?” อาคเนย์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกของเขาเกือบจะแตะกับโหนกแก้มผม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงกับกลิ่นหอมของสมุนไพรจางๆ ที่ติดตัวเขาทำให้สมองผมตื้อไปชั่วขณะ “อย่าบอกนะว่า ‘นักสืบมือฉมัง’ อย่างคุณ ทำของสำคัญหายไปแล้ว?”
“ผม... ผมใส่ไว้ที่นี่” ผมพยายามควานหาอีกครั้ง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเย็นของห้องแช่แข็งไม่ได้ทำให้อุณหภูมิในร่างกายผมลดลงเลย ตรงกันข้าม เลือดในกายกำลังเดือดพล่านด้วยความตระหนก “มันควรจะอยู่ตรงนี้!”
อาคเนย์หัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันคือการหยามหยันที่เจ็บลึกกว่าคมมีดเล่มไหนๆ เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางผมขึ้น บังคับให้สบตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาคู่นั้น
“คุณมันก็แค่เด็กโง่ที่หลงทางเข้ามาในแดนสนธยาที่ชื่อว่าร้านอาหารของผม รณกร” เขาโน้มหน้าลงมาจนกระซิบข้างหู “รู้ไหมว่าการทำของหายในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพวกงูพิษแบบนี้ มันหมายความว่ายังไง?”
“ผมไม่ได้ทำหาย” ผมกัดฟันตอบ เสียงสั่นพร่าด้วยความเจ็บใจ “มันถูกขโมยไป... หรือไม่ ผมก็ถูกล่อให้มาที่นี่เพื่อเป็นแพะรับบาป”
อาคเนย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ประกายตาของเขาวูบไหวผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม เขาผละออกห่างแล้วก้าวถอยหลังไปสองก้าว จ้องมองผมราวกับกำลังพิจารณาว่าควรจะฆ่าทิ้งหรือเก็บไว้ใช้งานต่อ
“รณกร คุณคิดว่ามินตราเป็นคนประเภทไหน?” เขาถามพลางกอดอก กริยาหยิ่งทะนงนั้นยังคงเส้นคงวา “หล่อนไม่ได้ต้องการแค่ทำลายหลักฐาน แต่หล่อนต้องการทำลาย ‘ความเชื่อใจ’ ที่ผมมีต่อคุณให้สิ้นซาก”
“แล้วคุณเชื่อผมไหมล่ะ?” ผมสวนกลับทันควัน แม้จะรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่โง่เขลาที่สุดในตอนนี้
“ผมเป็นเชฟ ผมเชื่อในรสสัมผัส ไม่ใช่คำพูด” อาคเนย์ขยับเข้าหาผมอีกครั้ง คราวนี้เขาคว้าคอเสื้อผมดึงเข้าหาตัวจนช่องว่างระหว่างเราแทบจะกลายเป็นศูนย์ “และตอนนี้... รสชาติของความผิดพลาดในตัวคุณมันห่วยแตกจนผมแทบอยากจะสำลักตาย”
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะขาดผึง เสียงเครื่องทำความเย็นในห้องแช่แข็งทำงานเป็นจังหวะกดดันประสาท ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามหาเศษเสี้ยวของความเห็นใจ แต่พบเพียงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกฉาบไว้ด้วยความเย็นชา
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องแช่แข็ง ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด
อาคเนย์เบิกตากว้างเล็กน้อย เขาหันไปมองทางประตู ก่อนจะหันกลับมามองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธอีกต่อไป แต่มันคือความตื่นตระหนกที่เขาพยายามปิดบังอย่างสุดความสามารถ
“รณกร” เขาเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ถ้าคนข้างนอกนั่นเข้ามา แล้วเห็นคุณอยู่ในสภาพนี้... เราสองคนจบเห่แน่”
“ใครมา?” ผมถามพลางขยับตัวออกห่าง
อาคเนย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่คว้าข้อมือผมแล้วกระชากให้หลบเข้าไปหลังชั้นวางเนื้อแช่แข็งขนาดใหญ่ ก่อนจะใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองเพื่อสั่งให้ผมเงียบ
เสียงประตูห้องแช่แข็งถูกเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับแสงไฟจากทางเดินที่สาดส่องเข้ามาเป็นเส้นตรง มินตราก้าวเข้ามาในชุดเดรสสีดำสนิท ใบหน้าของหล่อนเรียบเฉย ทว่าแววตากลับเปล่งประกายด้วยความชัยชนะ ในมือของหล่อนไม่ได้ถืออะไรเลยนอกจากแฟลชไดรฟ์สีเงินที่ผมเพิ่งทำหายไป... หรือจริงๆ แล้วมันคือสิ่งที่ผมทำตกไว้ตอนที่พยายามกระโดดหนีเข้ามาในห้องนี้
“เชฟคะ” เสียงของมินตราหวานหยดจนน่าขนลุก “ฉันได้ยินมาว่ามีหนูสกปรกแอบเข้ามาในครัว... ไม่ทราบว่าคุณเห็นมันบ้างไหมคะ?”
อาคเนย์ก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างสูงสง่าของเขาบังผมไว้มิด เขายืดอกขึ้นท่าทางหยิ่งผยองตามแบบฉบับเชฟผู้ไม่ก้มหัวให้ใคร
“หนูที่ไหนกันล่ะมินตรา” อาคเนย์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ก่อนจะเหลือบสายตามาที่ตำแหน่งที่ผมซ่อนอยู่แวบหนึ่ง “หรือว่าคุณกำลังหมายถึงคนที่คุณจ้างมาเพื่อสร้างเรื่องฉาวให้ร้านเราเสียชื่อเสียงกันแน่?”
มินตราหยุดเดินห่างจากอาคเนย์เพียงหนึ่งก้าว หล่อนยิ้มมุมปาก ก่อนจะชูแฟลชไดรฟ์ในมือขึ้นช้าๆ
“ฉันเจอของเล่นชิ้นนี้ตกอยู่ที่พื้นหน้าร้านค่ะ... น่าเสียดายนะคะที่เจ้าของมันคงโง่เกินกว่าจะรู้ว่า ความลับที่อยู่ในนี้ มันอาจจะเปลี่ยนให้ร้านอาหารที่เชฟรักที่สุด กลายเป็นนรกบนดินได้ในชั่วข้ามคืน”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของตัวละครที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและรสชาติเข้มข้นในตอนนี้นะครับ แบล็กสมิธในตำนานสัญญาว่าจะรังสรรค์ตอนถัดไปให้ดุเดือดขึ้นไปอีกครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟติสต์แตก•ตอนที่ 6
ก้าวพลาดในแดนสนธยา
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟติสต์แตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!