เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด•ตอนที่ 18

ยอมลดกำแพง

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
สายตาของ ดร.อรรถ ที่กวาดมองรอยยับบนปกเสื้อเชิ้ตของรวิศกับท่าทีร้อนรนที่มินตราพยายามซ่อนไว้หลังโต๊ะทำงานนั้น คมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน รอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนมุมปากของเขากำลังทำหน้าที่ตอกย้ำว่าสถานการณ์เมื่อครู่ไม่ได้รอดพ้นไปจากเรดาร์อันแหลมคมของผู้อำนวยการโครงการคนนี้เลยแม้แต่น้อย "ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะการระดมความคิดที่... ค่อนข้างดุเดือดสินะครับ" ดร.อรรถเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเคลือบไว้ด้วยความหมายแฝงที่ชวนให้กระอักกระอ่วน มินตราเม้มริมฝีปากแน่น เผลอก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเพื่อให้มีระยะห่างที่ปลอดภัยจากร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงยืนค้ำฟ้าด้วยสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว "เปล่าหรอค่ะ ดร.อรรถ เราแค่กำลังตกลงเรื่องขอบเขตงานดีไซน์รอบใหม่กันอยู่" มินตราเอ่ยสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความสั่นไหวในอก "เผอิญว่าทางคุณรวิศเขามี... ข้อเสนอพิเศษ ที่ทำให้ฉันต้องคิดหนักนิดหน่อยค่ะ" รวิศแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองหญิงสาวที่ตอนนี้ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะหันไปสบตากับดร.อรรถด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ข้อเสนอก็แค่ความจริงใจที่จะทำงานร่วมกันให้ราบรื่นครับ ดร.อรรถ แต่ถ้าคุณอรรถคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ผมก็ยินดีจะเคลียร์ให้ชัดเจนตรงนี้เลย" บรรยากาศในห้องทำงานแคบๆ กลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง แรงกดดันจากสามชีวิตที่ยืนเผชิญหน้ากันทำให้ห้องแทบจะไม่มีอากาศหายใจ ดร.อรรถหรี่ตามองคนทั้งคู่สลับกันไปมา ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอเพื่อลดทอนความอึดอัด "ผมดีใจนะครับที่เห็นพวกคุณกระตือรือร้นกับโปรเจกต์นี้ขนาดนี้ แต่จำไว้เถอะครับว่า งานชิ้นนี้คือหน้าตาของบริษัทเรา ความขัดแย้งส่วนตัวควรจะถูกเก็บไว้ใช้นอกเวลางานจะดีกว่า... โดยเฉพาะคุณมินตราครับ คุณยื่นใบลาออกไปแล้ว แต่บอร์ดบริหารยังไม่อนุมัติ เพราะฉะนั้น ผมถือว่าคุณยังต้องรับผิดชอบโปรเจกต์นี้จนกว่าจะเสร็จสิ้น" คำประกาศิตของดร.อรรถทำเอามินตราบดกรามแน่น ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน เธออุตส่าห์ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ยังถูกอำนาจหน้าที่และสัญญาผูกมัดไว้จนได้ รวิศเห็นอาการเม้มปากอย่างขัดใจของหญิงสาวแล้ว รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อดร.อรรถเดินผละออกไปพร้อมกับทิ้งท้ายคำสั่งให้ทั้งคู่ส่งรายงานความคืบหน้าภายในวันพรุ่งนี้ บานประตูก็ถูกปิดลง ทิ้งให้มินตราและรวิศอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบงันอีกครั้ง "เห็นไหมครับ?" รวิศเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดทีละน้อยจนมินตราต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจก "ฟ้าดินยังเข้าข้างผมเลย คุณหนีผมไม่พ้นหรอก มินตรา" "ถอยไปเลยนะ รวิศ!" หญิงสาวตวาดแว้ด มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้เต็มแรง "อย่าคิดว่าฉันไม่มีทางเลือกนะ ถ้าฉันจะสู้ยิบตาจริงๆ ฉันก็ฟ้องร้องเรื่องการใช้อำนาจเกินขอบเขตของคุณได้เหมือนกัน!" "ฟ้องเลยครับ ผมยินดีขึ้นศาลกับคุณทุกวัน... แลกกับการได้เจอหน้าคุณแบบนี้ทุกวัน ผมว่ามันก็คุ้มค่านะ" รวิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านแก้มเนียนทำให้หัวใจของมินตรากระหน่ำเต้นรัวอย่างไม่รักดี เธอเกลียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นี่ชะมัด เกลียดสายตากรุ้มกริ่มที่เหมือนกำลังอ่านใจเธอทะลุปรุโปร่งนั่นด้วย "คนบ้า!" มินตราเค้นเสียงด่าลอดไรฟัน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้าฉันจะกลับมาทำงานต่อ มันต้องมีเงื่อนไข!" รวิศเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ ดวงตาคู่คมพินิจพิจารณาใบหน้าบึ้งตึงแต่แฝงความดื้อรั้นของเธอ "เงื่อนไขอะไรล่ะครับ หืม? ว่ามาสิ ผมรับฟังเสมอ... สำหรับคุณเป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว" "หนึ่ง..." มินตราจิ้มนิ้วลงบนอกเสื้อของเขาอย่างคาดโทษ "เลิกทำตัวรุ่มร่ามและพูดจาชวนเข้าใจผิดแบบนี้ใส่ฉันเวลางาน สอง... คุณต้องฟังเวลาฉันอธิบายดีไซน์ ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองแล้วปัดตกทุกอย่างที่ฉันเสนอ และสาม..." เธอยเว้นจังหวะ กลืนก้อนความประหม่าลงคอ "คุณต้องเคารพความเป็นส่วนตัวของฉัน ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเด็ดขาด!" รวิศฟังเงื่อนไขทั้งสามข้อด้วยรอยยิ้มเอ็นดูที่ฉายชัดในแววตา สำหรับเขาแล้ว เงื่อนไขพวกนี้ไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับเปิดโอกาสให้เขาได้เข้าใกล้เธอง่ายขึ้นเสียด้วยซ้ำ "ข้อหนึ่ง ผมพยายามหักห้ามใจอยู่ครับ แต่หน้าตาคุณมันดึงดูดใจเกินกว่าจะเมินเฉยได้จริงๆ ข้อสอง ผมพร้อมจะฟังคุณทุกเรื่อง... โดยเฉพาะเรื่องบนเตียง—" "รวิศ!" มินตราหวีดร้องลั่น ยกมือขึ้นฟาดไหล่หนาไปเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ "ฉันจริงจังนะ!" "โอ๊ย เจ็บนะครับเนี่ย" รวิศแกล้งทำเป็นนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ทั้งที่กล้ามเนื้อแน่นๆ แทบจะไม่สะเทือนมือเธอเลยสักนิด มือใหญ่คว้าจับข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ตรึงกับผนังเหนือศีรษะ ร่างสูงโน้มตัวลงกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างเบ็ดเสร็จ "ตกลงครับ ผมรับทุกเงื่อนไข... แต่ผมก็มีเงื่อนไขของผมเหมือนกันเหมือนกัน" ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความระแวง "เงื่อนไขอะไรของคุณอีก?" รวิศโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบแผ่วเบาจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว "คืนนี้... ไปดินเนอร์เคลียร์ใจกับผมสองต่อสอง ถ้าปฏิเสธ ผมจะถือว่าเงื่อนไขทั้งหมดเป็นโมฆะ แล้วเรามาเริ่มสงครามประสาทกันใหม่ตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า... เลือกเอาครับ ว่าจะไปกับผมดีๆ หรือจะให้ผมอุ้มคุณออกไปตอนนี้เลย" มินตราชะงักค้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกัดริมฝีปากอย่างชั่งใจระหว่างความหยิ่งทะนงกับความพ่ายแพ้ต่อสายตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน ทว่า... ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือตกลง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของเลขาหน้าห้องที่หน้าตาตื่นตระหนก "คุณรวิศคะ! แย่แล้วค่ะ! แบบจำลองโครงการหลักที่จัดแสดงไว้ที่ล็อบบี้... ถูกคนกรีดทำลายเสียหายหมดเลยค่ะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับความปากแข็งของยัยน้องและพ่อคนคลั่งรักนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับดีไซเนอร์ปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%