สถาปนิกปากแจ๋วกับคุณชายระบบคุมความประพฤติ•ตอนที่ 7

งานเลี้ยงหน้ากากและคำท้าทาย

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"ความด้านหน้าทนของเธอนี่ สมควรจดสิทธิบัตรไว้เป็นมรดกโลกนะคะคุณมีนารา เปลืองเนื้อที่บนโลกใบนี้เสียเปล่า..." เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงระดับลักชูรี ทำเอาแก้วคริสตัลในมือของเซเลบสาวผู้เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดชะงัก มีนาราหรี่ตามองสถาปนิกสาวในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีมรกต ที่กำลังยืนไขว่ห้างจิบแชมเปญด้วยท่าทางราวกับเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้เสียเอง ดวงตาคมกริบของพิมพ์รตากวาดมองชุดราตรีปักเลื่อมระยิบระยับของคู่สนทนาหัวจรดเท้า ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกขัน "อ้าว มองฉันแบบนี้ มีอะไรติดหน้าฉันหรือเปล่าคะ หรือว่าริษยาชุดคอลเลกชันล่าสุดที่เพิ่งส่งตรงมาจากปารีสกันแน่?" มีนาราเชิดหน้าขึ้นสูง รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเพลิง หล่อนจงใจขยับกายเข้าไปใกล้ร่างสูงสง่าของปรินทร์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างพิมพ์รตา มือเรียวยาวทำทีเป็นปัดเศษด้ายบนปกเสื้อสูทของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ "คุณปริ้นซ์คะ มีนาราว่างานเลี้ยงการกุศลคืนนี้ น่าจะคัดกรองแขกให้ดีกว่านี้นะคะ บางคน... เข้ามาอาศัยหน้าตาและเล่ห์เหลี่ยมไต่เต้า จนลืมไปว่าตัวเองมีสถานะแค่ไหนในสังคมไฮโซ" สรรพนามและสายตาที่ส่งมาเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที บรรดาไฮโซและนักธุรกิจที่ยืนอยู่ละแวกนั้นต่างพากันแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่น แต่หูคอยเงี่ยฟังการปะทะฝีปากอย่างออกรส ปรินทร์ยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงตาสีเข้มทอดมองตรงไปข้างหน้า ทว่ากล้ามเนื้อกรามกลับขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ระบบประเมินพฤติกรรมมนุษย์ในหัวของเขากำลังรัวสัญญาณเตือนสีแดงฉานระดับวิกฤต พร้อมที่จะสั่งให้เขาโบกมือไล่ผู้หญิงน่ารำคาญคนนี้ออกไปให้พ้นสายตา แต่ทว่า... มือเรียวเล็กของพิมพ์รตากลับเอื้อมไปแตะแขนเสื้อสูทของปรินทร์เบาๆ เป็นสัญญาณห้ามปราม สถาปนิกสาวส่งยิ้มหวานหยดชนิดที่น้ำผึ้งเดือนห้ายังต้องยอมแพ้ให้แก่หญิงสาวตรงหน้า "อุ๊ย ตายจริง..." พิมพ์รตาวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาพอดี น้ำเสียงใสซื่อแต่แฝงไว้ด้วยหนามแหลมคมถูกเปล่งออกมาอย่างใจเย็น "เรื่องไต่เต้านี่... ฉันคงต้องยกให้คุณมีนาราเป็นปรมาจารย์ด้านนี้ตัวจริงเลยนะคะ ขยันเดินสายออกงานเกาะแข้งเกาะขาผู้ชายรวยๆ ไปทั่ว จนใครๆ เขาลือกันทั่วเมืองว่ากระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดพวกนั้น ได้มาจากการลงทุนลงแรงในทางไหนบ้าง... น่าชื่นชมจริงๆ ค่ะ ที่มีความพยายามสูงขนาดนี้" "นี่เธอ! ปากดีนักนะ!" มีนาราหน้าถอดสี กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธจัดจนภาพลักษณ์เซเลบผู้สูงส่งหลุดลอย มือเรีย้างง้างขึ้นหมายจะตบหน้าคนที่กล้าฉีกหน้าเธอท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติ หมับ! ทว่า ข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาของใครบางคนคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างแรง มีนาราหันขวับกลับไปด้วยความหวังว่าจะเป็นปรินทร์ที่จะช่วยปกป้องเธอ แต่ทว่า... ใบหน้าที่หันมามองกลับเป็นแววตานิ่งสนิทไร้ความปรานีของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล "อย่าหาเรื่องใส่ตัวให้มันมากนักเลยครับคุณมีนารา..." ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น จนคนฟังรู้สึกสันหลังวาบวาบ "เพราะถ้าบริษัทตระกูลของคุณยังอยากจะทำธุรกิจต่อในประเทศนี้ พรุ่งนี้เช้าคุณคงไม่อยากเห็นชื่อตัวเองอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งในฐานะบุคคลล้มละลายหรอกนะครับ" คำขู่ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำเอาเข่าของมีนาราทรุดฮวบลงเกือบจะติดพื้น ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ปรินทร์สะบัดมือออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะดึงร่างบางของพิมพ์รตาเข้ามาแนบชิดวงแขนอย่างถือสิทธิ์ พิมพ์รตาช้อนตาขึ้นมองชายหนุ่มข้างกายด้วยความหมั่นไส้ระคนประหลาดใจ ปากเรียวเล็กขยับกระซิบกระซาบเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน "เล่นใหญ่รัชดาลัยาลัยเลยนะคะท่านซีอีโอ กลัวฉันสู้เขาไม่ได้หรือยังไงถึงต้องออกโรงเอง?" "เปล่าครับ..." ปรินทร์ก้มลงกระซิบตอบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าแฝงความคลั่งรักจนหัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบ "ผมแค่อยากแสดงความเป็นเจ้าของให้ชัดเจน... เผื่อจะมีแมลงหวี่แมลงวันตัวไหนจำไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้มีเจ้าของหัวใจแล้ว" ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว พิมพ์รตาเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนมุมปาก ทว่าความหวานชื่นนั้นยังไม่ทันได้ดื่มด่ำ เสียงปรบมือดังมาจากทางบันไดวนด้านหน้าห้องโถงก็ดึงความสนใจของทุกคนในงานให้หันไปมองเป็นตาเดียว คณินก้าวเท้าลงมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องหรู ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ยินดีด้วยนะครับคุณปรินทร์ พิมพ์รตา... ดูท่าทางโปรเจกต์รีสอร์ตริมทะเลคงจะไปได้สวยสินะครับ แต่เสียดายจัง... พอดีว่าตอนนี้ ทางคณะกรรมการควบคุมอาคารเพิ่งอนุมัติคำร้องฉุกเฉิน ว่าพื้นที่ดินผืนนั้นของคุณกำลังอยู่ในระหว่างคดีความเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน..." คณินเว้นจังหวะ ยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ "หมายความว่า... แบบแปลนสถาปัตยกรรมสุดบรรเจิดของคุณพิมพ์รตา กำลังจะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าภายในสามวินาทีนี้!" เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยง พิมพ์รตานิ่งงั้นไปชั่วขณะ สมองประมวลผลด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยหันขวับไปมองหน้าปรินทร์ที่ยังคงนิ่งสงบราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ปรินทร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมา กดเปิดสปีกเกอร์โฟนท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วบริเวณ "จัดการตามแผนที่สั่ง..." ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ "กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทพัฒนาที่ดินตระกูลคณินให้เกลี้ยง และส่งหมายศาลข้อหาทุจริตยักยอกทรัพย์ไปที่บ้านของมันเดี๋ยวนี้!" สิ้นเสียงคำสั่งเด็ดขาด หน้าจอแท็บเล็ตในมือของคณินก็สั่นสะว่างวาบ อีเมลแจ้งเตือนการอายัดบัญชีและประกาศปลดฟ้าผ่าจากบอร์ดบริหารเด้งขึ้นมาพร้อมกันรัวๆ จนเครื่องแทบระเบิด คณินหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่เมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอ ปรินทร์เก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงอย่างใจเย็น ก่อนจะก무시ลสายตาคมกริบกลับมามองหน้าคู่แข่งที่กำลังเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า "เกมพลิกเร็วกว่าที่คิดนะคะว่าไหม... คุณคณิน?" พิมพ์รตาฉีกยิ้มกว้างอย่างสะใจ ปรินทร์เอื้อมมือไปโอบเอวบางของเธอไว้แน่น สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบด้วยความหวาดกลัวของแขกเหรื่อรอบกายที่ต่างพากันถอยร่นออกห่างจากรัศมีอำนาจของทั้งสองคน ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเข้าทางฝั่งผู้ชนะ สมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของปรินทร์ก็สั่นขึ้นอีกครั้ง หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ปริศนาที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่เป็นรหัสทางทหารที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ปรินทร์กดรับสายโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มต่ำปลายสายเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนผิดปกติ "ท่านครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ระบบรักษาความปลอดภัยหลักของตระกูลถูกเจาะโดยบุคคลนิรนาม ข้อมูลลับโปรเจกต์ทั้งหมดถูกโอนถ่ายออกนอกประเทศ และเป้าหมายที่พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปจัดการ... คือตัวคุณพิมพ์รตาครับ!" ปรินทร์ชะงักกึก ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขารีบหันขวับกลับมามองหน้าพิมพ์รตาที่กำลังยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างๆ ทันที ทว่า... ก่อนที่สถาปนิกสาวจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร แสงไฟทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงก็ดับวูບลงพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน! ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของแขกเหรื่อดังระงมไปทั่วฮอลล์ ปรินทร์รีบคว้าข้อมือเรียวของพิมพ์รตาเข้าหาตัวทันที ทว่ามีแรงกระชากปริศนากระชากร่างของเธอหลุดออกจากวงแขนของเขาไปในความมืด! "พิมพ์!" ปรินทร์ตะโกนเรียกชื่อเธอสุดเสียง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ปริ้นซ์... ช่วยด้วย!" เสียงหวานตะโกนตอบกลับมาแว่วๆ ก่อนจะเงียบหายไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีออกทางประตูดังลั่น ปรินทร์กำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาวาวโรจน์ในความมืดสนิท พิมพ์รตาถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตาเขาแล้ว! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ เมล่อนโซดาขอตัวไปเตรียมทิชชซับน้ำตากับความคลั่งรักแบบไม่ลืมหูลืมตาของพระเอกเราก่อนนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับคุณชายระบบคุมความประพฤติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%