กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่ในหอสมุดกลางยามวิกาลไม่ใช่สิ่งที่น่ารื่นรมย์นัก โดยเฉพาะสำหรับคนที่เชื่อในหลักฐานเชิงประจักษ์อย่าง ‘รวินท์’ แต่ทว่าสิ่งที่เขากำลังจ้องมองอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวนั้น กลับทำลายตรรกะทุกอย่างที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิต
ร่างของชายวัยกลางคนนอนฟุบอยู่บนตำรากฎหมายปกครอง ร่างกายของเขาดูปกติดีทุกประการ ไม่มีรอยเลือด ไม่มีบาดแผลจากการต่อสู้ แม้แต่รอยช้ำบนผิวหนังก็ไม่มี แต่สิ่งที่ทำให้รวินท์ต้องขมวดคิ้วจนเป็นปมคือ ‘สีหน้า’ ของศพ—ดวงตาเบิกโพลงค้างจ้องมองไปยังความว่างเปล่าที่มุมห้องราวกับเห็นบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรเห็น และที่ประหลาดที่สุดคืออุณหภูมิรอบกายศพนั้น เย็นเยียบจนลมหายใจของเขากลายเป็นไอสีขาวจางๆ
"ถ้าคุณคิดว่าจะเจอหลักฐานการตายด้วยยาพิษหรืออาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันล่ะก็... เลิกหวังได้เลยค่ะ"
เสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นดังขึ้นจากทางด้านหลัง รวินท์ไม่ได้สะดุ้ง เขารู้สึกถึงการมาของ ‘มินตรา’ ได้ตั้งแต่จังหวะก้าวเท้าที่ไร้เสียงนั่นแล้ว เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นจากท่าก้มตรวจศพ ใช้ถุงมือผ้าเช็ดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น
"ไม่มีรอยเข็ม ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และที่สำคัญที่สุด... บันทึกการเข้าออกหอสมุดระบุว่าเขายังไม่ได้เช็คอินเข้ามาด้วยซ้ำ" รวินท์กล่าวพลางหันไปมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสืออยู่ เธออยู่ในชุดลำลองสีเข้มที่ดูคล่องตัว ขัดกับลุคคุณหนูสำนักไสยเวทที่เขาคุ้นเคย
"คนตายที่ไม่มีตัวตนในระบบ และศพที่ไร้รอยขีดข่วน" มินตราเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวชี้ไปที่หน้าอกซ้ายของศพ "ลองสังเกตที่ ‘เงา’ ของเขาดูสิคะ รวินท์"
รวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาหยิบไฟฉายพลังงานสูงออกมาส่องไปที่พื้น แม้แสงจากไฟฉายจะสว่างจ้า แต่เงาที่ทอดลงบนพื้นหินอ่อนกลับมีความผิดปกติ มันไม่ได้เป็นรูปเงาของคนนอนฟุบ แต่มันบิดเบี้ยว ราวกับว่ามีมือที่มองไม่เห็นกำลังตะเกียกตะกายฉุดกระชากดวงวิญญาณของเจ้าของร่างนั้นลงไปใต้ผืนดิน
"นั่นไม่ใช่ฟิสิกส์" รวินท์พึมพำ น้ำเสียงเรียบเฉยเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"มันคือไสยเวทค่ะ" มินตราเน้นคำ "เขาถูกดึงวิญญาณออกไปขณะที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เป็นพิธีกรรม 'ดึงจิตกักขัง' ที่พวกนอกรีตชอบใช้เพื่อแสวงหาความอมตะ... และดูเหมือนเราจะมาสายไปสามนาที"
ในจังหวะที่รวินท์กำลังจะก้าวเข้าไปแตะศพเพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐาน แสงสีฟ้าหม่นก็สว่างวาบขึ้นในอากาศตรงหน้าเขา มันไม่ใช่แสงไฟธรรมดา แต่มันคือตัวอักษรเรืองแสงที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ สั่นไหวราวกับสัญญาณดิจิทัลที่กำลังติดขัด
[ตรวจพบเหตุการณ์ผิดปกติระดับสูง: การลักลอบกลืนกินวิญญาณ]
[ผู้ใช้: รวินท์]
[เปิดใช้งานระบบ: 'จดบันทึกวิญญาณหลงทิศ' (Soul Archivist System)]
รวินท์ชะงัก ร่างกายของเขารู้สึกร้อนวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นผ่านกระดูกสันหลัง เขาพยายามกะพริบตาไล่ภาพอักษรเหล่านั้นทิ้ง แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับถูกประทับลงในเรตินา
[ภารกิจแรกเริ่ม: ค้นหา 'รอยเท้าทูต' ที่ผู้กระทำความผิดทิ้งไว้ในหอสมุดแห่งนี้]
[รางวัล: ปลดล็อกดวงตาที่สาม (ระดับเริ่มต้น)]
[เงื่อนไขล้มเหลว: วิญญาณของเหยื่อจะถูกกลืนกินสมบูรณ์ และรวินท์จะตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมรายนี้แทน]
"คุณเห็นมันใช่ไหม?" มินตราถามขึ้น เสียงของเธอเปลี่ยนไปเป็นจริงจัง เธอไม่ได้ประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับรวินท์ แต่มันกลับดูเหมือนเธอเป็นคน ‘หย่อน’ ระบบนี้ลงในหัวของเขาตั้งแต่แรก
รวินท์สูดหายใจเข้าลึก เขาตัดสินใจยอมรับความจริงที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เขาเพ่งมองไปที่ร่างของศพอีกครั้ง คราวนี้เขากลับเห็นเส้นสายพลังสีดำทมิฬเชื่อมโยงออกจากนิ้วมือของศพพุ่งตรงไปยังหน้าต่างบานที่เปิดแง้มอยู่ด้านหลัง
"มันไม่ใช่แค่ฆาตกรรมธรรมดา" รวินท์เอ่ยพลางคว้าสมุดจดเล่มเล็กของเขาออกมา บันทึกรายละเอียดการเชื่อมต่อของเส้นพลังนั้นอย่างรวดเร็ว "ถ้าผมรับภารกิจนี้ ผมต้องการข้อมูลทั้งหมดที่สำนักของคุณปิดบังเอาไว้... ไม่ใช่แค่เรื่องระบบเวรนี่ แต่รวมถึงว่า ทำไมศพนี้ถึงต้องเป็นเขา"
มินตรายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รวินท์รู้สึกขนลุกมากกว่าความตายตรงหน้าเสียอีก เธอหยิบเหรียญโบราณสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนมันขึ้นไปในอากาศ เหรียญนั้นไม่ได้ตกลงพื้น แต่กลับหมุนติ้วหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลจนบรรยากาศในหอสมุดบิดเบี้ยว
"ยินดีต้อนรับสู่โลกที่กฎหมายของมนุษย์เอื้อมไม่ถึงค่ะ คุณนักสืบ" เธอเอ่ยเบาๆ ก่อนที่เสียงของเธอจะถูกกลบด้วยเสียงแจ้งเตือนที่ดังสนั่นในหัวของรวินท์
[คำเตือน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยคุกคาม SSS กำลังเคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งปัจจุบันด้วยความเร็วสูง]
[สถานะ: ศัตรู... ปรากฏตัวในอีก 3... 2... 1...]
ผนังหอสมุดด้านหลังศพค่อยๆ ฉีกขาดออกราวกับกระดาษที่ถูกฉีกโดยกรงเล็บมหึมา ลมพายุหมุนที่อบอวลด้วยกลิ่นศพเน่าเป่ากระหน่ำเข้ามาในห้อง รวินท์หันไปมองสิ่งที่กำลังก้าวผ่านรอยแยกนั้นออกมา และวินาทีที่แสงสีแดงฉานจากดวงตาของสิ่งนั้นสบเข้ากับดวงตาของเขา เขาก็รู้ทันทีว่า... คดีนี้ไม่ใช่แค่การไขปริศนา แต่มันคือการเอาชีวิตรอดจากสิ่งที่เขายังไม่รู้จักชื่อ
นภากระซิบผีหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการเปิดฉากของรวินท์ในครั้งนี้นะคะ
แฟ้มคดีวิญญาณหลงทิศกับศิษย์นอกรีตสายมู•ตอนที่ 1
ศพที่ไม่มีร่องรอย
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีวิญญาณหลงทิศกับศิษย์นอกรีตสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
