“คำถามนี้... พี่รินยังไม่เคยให้คำตอบรินเลยนะคะ”
มินตราเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องชมรมวิชาการ กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นดอกไม้สีขาวที่ติดอยู่บนตัวรุ่นพี่ปีสี่ ทำให้หัวใจของเด็กปีหนึ่งเต้นรัวราวกับกลองรัวศึก รินรดายืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ สายตาคมกริบที่มักจะใช้มองผ่านทะลุทุกปัญหา กลับดูสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญกับคำถามที่ค้างคาใจ
รินรดาแค่นยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันมีความอ่อนล้าซ่อนอยู่ลึกๆ “คิดถึงเหรอคะ? คำถามที่ดูง่ายดายสำหรับคนอื่น แต่สำหรับพี่... มันเป็นคำถามที่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตอบเลยนะ มินตรา”
“ถ้าอย่างนั้น... รินขอแลกด้วยเลกเชอร์นะคะ” มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มือที่สั่นเทาเล็กน้อยหยิบสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มออกมาจากกระเป๋าสะพาย มันไม่ใช่สมุดจดวิชาชีววิทยาหรือแคลคูลัสอย่างที่รินรดาคาดหวัง แต่มันคือบันทึกส่วนตัวที่มินตราเขียนความรู้สึกที่มีต่อรุ่นพี่คนนี้มาตลอดหนึ่งปี
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองดูสมุดเล่มนั้นด้วยความฉงน “เลกเชอร์วิชาอะไรคะ? ทำไมต้องเล่มหนาขนาดนั้น”
“วิชา... ว่าด้วยเรื่องของคนแอบรักค่ะ” มินตราก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น “ในนี้ไม่มีสูตรคำนวณ ไม่มีตารางธาตุ... มีแต่เรื่องของพี่ริน พี่รินในสายตาของมินตราตั้งแต่วันแรกที่เจอ จนถึงวันที่มินตราตัดสินใจได้ว่า... เลกเชอร์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตมินตรา ไม่ใช่ความรู้ในตำรา แต่มันคือการได้รู้จักตัวตนของพี่ค่ะ”
รินรดานิ่งงัน ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะสันสมุดเล่มนั้นอย่างลังเล ราวกับกลัวว่าหากเปิดออก ความลับที่ถูกเก็บไว้ภายใต้ท่าทางนิ่งเฉยของเธอจะถูกทำลายลง รินรดาไม่ใช่คนใจร้าย แต่นี่คือพื้นที่ที่เธอไม่กล้าก้าวข้าม เพราะอดีตที่เคยพังทลายสอนให้เธอรู้ว่า การมอบความรู้สึกให้กับใครสักคน คือการเปิดโอกาสให้ตัวเองเจ็บปวดอีกครั้ง
“มินตราคะ...” รินรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบขาดหาย “รู้ใช่ไหมว่าการยื่นสิ่งนี้ให้พี่... มันไม่ได้หมายความว่าเราจะได้บทเรียนที่สวยงามเสมอไป บางทีมันอาจจะเป็นบทเรียนที่จบลงด้วยหยดน้ำตา”
“ถ้านั่นคือบทเรียนที่มีพี่รินเป็นอาจารย์ มินตราก็พร้อมจะสอบตกซ้ำแล้วซ้ำเล่าค่ะ” มินตราตอบกลับด้วยแววตาที่แน่วแน่ แม้ในใจจะหวาดหวั่นต่อท่าทีที่ห่างเหินของอีกฝ่าย
รินรดาค่อยๆ รับสมุดเล่มนั้นไปถือไว้ พลันที่มือของทั้งคู่แตะกัน กระแสความรู้สึกบางอย่างก็แล่นปราดไปทั่วร่าง รินรดาไม่ได้เปิดอ่านในทันที แต่เธอเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน วางสมุดเล่มนั้นลงอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต ก่อนจะหันมาสบตามินตราอีกครั้งด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันดูอ่อนโยนขึ้น แต่แฝงไปด้วยความกังวลที่ยากจะอธิบาย
“ถ้าพี่เปิดอ่านหน้าสุดท้าย... มินตราจะยังยืนอยู่ตรงนี้ไหมคะ?” รินรดาถามคำถามที่ทำให้มินตราต้องหยุดคิด
“ถ้าหน้าสุดท้ายบอกว่าพี่ไม่รักมินตรา... มินตราก็จะยังอยู่ค่ะ แต่อยู่ในฐานะคนที่พร้อมจะเปลี่ยนใจพี่ให้ได้สักวัน” มินตราเผยรอยยิ้มที่สดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงอีกครั้ง ทว่าในความเงียบนั้นกลับมีบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนไป รินรดาตัดสินใจหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาเปิดอ่านทีละหน้า ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ไล่อ่านลายมือของรุ่นน้องที่ตั้งใจบรรจงเขียนความรู้สึกออกมาเป็นตัวอักษร ทุกคำ ทุกประโยค เหมือนการขุดลอกเอาความรู้สึกที่ถูกฝังไว้ในใจของรินรดาออกมาทีละส่วน
ขณะที่รินรดากำลังดื่มด่ำกับบันทึกนั้น จู่ๆ เสียงประตูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะตามมารยาท พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่ก้าวเข้ามาในห้อง
“พี่รินคะ! เรื่องที่พี่สัญญากับทางบ้านไว้... พี่ตัดสินใจได้หรือยังว่ามหาลัยนี้ไม่ใช่ที่ที่พี่ควรจะอยู่!” เสียงของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาทำให้มินตราตัวแข็งทื่อ รินรดาชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษทันที ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน
มินตราหันไปมองผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่ดูสง่างามและทรงอำนาจจนน่าเกรงขาม เธอคนนั้นคือคู่หมั้นที่รินรดาเคยเล่าให้ฟังว่าเป็นเพียงอดีต... แต่ในมือของหล่อนกลับถือซองจดหมายสีขาวที่มีตราประทับของมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่รินรดาเคยฝันว่าจะไปเรียนต่อ และมีชื่อของรินรดาอยู่บนนั้น
“มินตรา... ออกไปก่อนนะคะ” รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าในดวงตาของเธอกลับมีความสั่นไหวที่มินตราอ่านไม่ออก
รินรดาลุกขึ้นยืนและเดินไปหาผู้หญิงคนนั้นทิ้งให้มินตรายืนเคว้งอยู่กับสมุดบันทึกที่ยังอ่านไม่จบเล่ม สมุดที่เป็นตัวแทนของความรัก ความหวัง และความฝัน กลับดูไร้ความหมายไปในทันทีเมื่อปมหลังที่รินรดาพยายามซ่อนไว้กำลังจะกลายเป็นกำแพงสูงใหญ่ที่ไม่มีวันพังทลายลงได้
"ขอโทษนะคะมินตรา... แต่บางที ความจริงในหน้าสุดท้าย อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการอ่านหรอกนะ" รินรดาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น ทิ้งให้มินตรายืนอยู่ลำพังท่ามกลางความหนาวเหน็บที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในหัวใจ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความรักของมินตราและพี่รินนะคะ ทุกกำลังใจคือพลังของกลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 41
ของขวัญชิ้นพิเศษ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!