รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ•ตอนที่ 35

กลับมาเป็นเหมือนเดิม

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ถ้าพี่จะใจร้ายกับมินแบบนี้ สู้ให้พี่ไล่มินไปตั้งแต่วันแรกไม่ดีกว่าหรือคะ?” ประโยคคำถามที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยดน้ำตาที่มินตราพยายามกลั้นไว้สุดชีวิตดังก้องไปทั่วห้องชมรมที่เงียบเชียบ รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือเรียวบางที่กำลังถือปากกาเลื่อนผ่านกระดาษสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะวางมันลงช้าๆ หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวเล็กกว่าที่ยืนจ้องเธอด้วยแววตาตัดพ้อ รินรดาไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแค่เดินอ้อมโต๊ะออกมา ระยะห่างระหว่างเราค่อยๆ ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นแป้งเด็กผสมดอกไม้จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของมินตราลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เคยทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะเสมอในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ในวินาทีนี้... มันกลับกลายเป็นความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งในอก “ที่พี่เงียบ ไม่ได้แปลว่าพี่ไม่รู้สึกอะไรเลยนะคะมินตรา” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “แต่การที่พี่ปล่อยให้คนอย่างมินเข้ามาในชีวิตพี่... มันเหมือนกับการเปิดหน้าต่างรับลมในวันที่พี่รู้อยู่แล้วว่าพายุจะเข้า พี่แค่กลัว... กลัวว่าคนที่ต้องเจ็บปวดที่สุดจะเป็นมิน ไม่ใช่พี่” มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นพร่าไม่ต่างจากไหล่บางที่ไหวระริก “พี่รินคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรคะที่จะตัดสินแทนมิน? มินโตพอที่จะรู้ว่าความรักมันไม่ได้มีแค่ความสุข แต่พี่กลับเลือกที่จะปิดกั้นทุกอย่างเพียงเพราะกำแพงในใจของพี่คนเดียว... นั่นเห็นแก่ตัวเกินไปไหมคะ?” รินรดาชะงักไป คำว่า ‘เห็นแก่ตัว’ เหมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจ เธอไม่เคยถูกใครต่อว่าด้วยความจริงที่แหลมคมขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากคนที่เธอพยายามถอยห่างเพื่อปกป้อง “มินตรา...” รินรดาเอื้อมมือไปหมายจะแตะแขนของรุ่นน้อง แต่ก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศก่อนจะเลื่อนไปกุมมือของอีกฝ่ายไว้แน่น “พี่ขอโทษ... พี่แค่อยากเป็นรุ่นพี่ที่ดี อยากเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้มินโดยที่ไม่ต้องเอาความมืดดำในอดีตของพี่ไปทำให้มินแปดเปื้อน” “พี่รินคะ” มินตราเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำใสสบประสานกับดวงตาคู่สวยของอีกฝ่าย “มินไม่เคยต้องการรุ่นพี่ที่ดีมินต้องการพี่รินที่เป็นมนุษย์... มนุษย์ที่มีความผิดพลาด มีความกลัว และมีความรัก พี่ไม่ต้องเป็นเพอร์เฟกต์เลกเชอร์ให้มินหรอกค่ะ แค่เป็นรินรดาคนเดียวที่มินรู้จัก... แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอคะ?” คำพูดนั้นราวกับคีย์เวิร์ดที่ปลดล็อกกุญแจในหัวใจของรินรดา รินรดาดึงตัวมินตราเข้ามากอดไว้แน่น กลิ่นอายความอบอุ่นที่ห่างหายไปหลายสัปดาห์กลับมาแทนที่ความเย็นชา เธอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเหมือนกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด มินตราจะหายไปจากชีวิตของเธอจริงๆ “มินไม่ไปไหนแล้วนะคะ” มินตราซบหน้าลงกับไหล่ของรุ่นพี่ เสียงอู้อี้ฟังดูอ่อนโยนและจริงจัง “ต่อจากนี้ไป ถ้าพี่รินมีเรื่องในใจ พี่ต้องบอกมิน เราจะค่อยๆ อ่านหน้ากระดาษของกันและกันไปทีละบท... ได้ไหมคะ?” รินรดาหลับตาลง ซึมซับความอบอุ่นจากร่างกายของคนในอ้อมกอด “ค่ะ... พี่สัญญา” บรรยากาศที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลง ความเงียบภายในห้องชมรมไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป มันกลับเต็มไปด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นสอดประสานกัน ทั้งสองยืนกอดกันอยู่เนิ่นนาน ราวกับต้องการชดเชยเวลาที่เสียไปในช่วงที่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน มินตราสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาอุ่นๆ ที่ซึมผ่านเสื้อนักศึกษาของเธอ เธอรู้ดีว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่ของความสัมพันธ์ที่มั่นคงกว่าเดิม ทว่า ในขณะที่ความสุขกำลังอบอวลอยู่รอบตัว เสียงเคาะประตูห้องชมรมก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบสงบ *ก๊อก ก๊อก* “พี่รินคะ อยู่ข้างในไหม? หนูเอาของที่คุณแม่พี่ฝากมาให้ค่ะ” ร่างในอ้อมกอดของรินรดาชะงักไปทันที มินตราเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่ด้วยความสงสัยขณะที่ใบหน้าของรินรดาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะน้ำเสียงที่ดังมาจากหน้าประตูนั้นคือคนคนเดียวที่รินรดาพยายามหลบหน้ามาตลอดสามปี... คนที่ถือสิทธิ์ในตัวตนและอดีตของเธอมากที่สุด “พี่ริน... ใครคะ?” มินตราถามเบาๆ แต่มือที่เกาะแขนเสื้อรินรดาไว้อยู่กลับเย็นเฉียบขึ้นมาทันที กลิ่นลิลลี่สีขาวขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหัวใจที่สั่นไหวของมินตราและพี่รินในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่ครับ ขอเลกเชอร์...หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%