หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง•ตอนที่ 20

หงส์คู่เคียงบัลลังก์

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"สนมเอกจาง... ท่านคิดว่าละครฉากนี้ สนุกพอจะล้างมลทินให้ตระกูลหลินของข้าได้หรือยัง?" เสียงของข้า—หลินเฟยอวี่ ก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรงใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของเหล่าขุนนาง สนมเอกจางลี่ในยามนี้ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว นางพยายามจะอ้าปากแก้ตัว แต่ทว่าหลักฐานชิ้นสำคัญ—บัญชีลับที่เชื่อมโยงตระกูลจางกับการทุจริตและคราบเลือดเมื่อสิบปีก่อน—บัดนี้อยู่ในมือของมหาดเล็กหลวงเรียบร้อยแล้ว ข้าก้าวถอยหลังพลางมองไปยังฮ่องเต้เฟยหลง แต่ทว่าพระองค์กลับแสร้งมองไปทางอื่น ทิ้งให้ข้ายืนอยู่กลางวงล้อมของคำลวงที่กำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีนับจากนี้! หัวใจของข้ากระตุกวูบ ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง ชั่วขณะหนึ่ง ความหวาดระแวงที่ฝังรากลึกในใจก็ตื่นขึ้นมาอีกครา พระองค์ทรงหลอกใช้ข้าตั้งแต่ต้นใช่หรือไม่? เมื่อตระกูลจางพินาศแล้ว ข้า... ผู้หญิงที่มีสายเลือดของความแค้น จะกลายเป็นหมากตัวต่อไปที่ต้องถูกกำจัดเพื่อความมั่นคงแห่งบัลลังก์มังกรหรือไม่? สายตาของข้าที่มองไปยังบุรุษบนบัลลังก์จึงเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งตัดพ้อ หวาดระแวง และท้าทาย ทว่า... เฟยหลงกลับค่อยๆ หันพระพักตร์กลับมา สบตาข้าด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง ในความเย็นชาที่ผู้คนต่างหวาดกลัว กลับมีประกายความอ่อนโยนที่ซ่อนเร้นอยู่เพียงเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่ทำให้ข้ารู้ว่า พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งข้าให้เผชิญหน้ากับความตายลำพังเลย "ลากตัวสนมเอกจาง ไปรับโทษทัณฑ์สถานเบาตามกฎมณเฑียรบาล ส่วนสมุนบริวาร... ให้สำเร็จโทษตามสมควรแก่ความผิด!" พระSơสุรเสียงทรงอำนาจก้องกังวาน ทลายความเงียบงันทั้งหมดลง สนมเอกจางกรีดร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวัง ร่างระหงถูกทหารองครักษ์ลากตัวออกไปจากท้องพระโรงทีละน้อย รอยเลือดที่หยดเป็นทางยาวบนพื้นหินอ่อนสีขาวราวกับดอกเหมยแดงที่บานสะพรั่งท่ามกลางความหนาวเหน็บ เป็นอันปิดฉากอำนาจมืดที่ครอบงำวังหลังมานานปี เหล่าขุนนางต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้น พร้อมเพรียงกันตะโกนถวายพระพรเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ข้ากลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม... ความแค้นที่สุมอกมานานนับสิบปี บัดนี้ได้รับการชำระสะ้างจนหมดสิ้นแล้ว ความจริงที่ว่าตระกูลหลินถูกใส่ร้ายป้ายสีได้รับการประกาศต่อหน้าฟ้าดิน ข้าควรจะรู้สึกสะใจ ยินดี หรือโล่งอกอย่างที่สุดไม่ใช่หรือ? ไฉนในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกว่างเปล่าและโดดเดี่ยวถึงเพียงนี้เล่า เมื่อพิธีการอันน่าเบื่อหน่ายจบลง และความโกลาหลสงบลง ความเงียบสงบยามราตรีก็โรยตัวลงมาปกคลุมตำหนักบูรพา ข้ายืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูแสงจันทร์สีนวลที่ทาบทาลงบนผืนน้ำในสระบัว ความคิดล่องลอยไปไกลถึงอดีต วันที่ตระกูลหลินยังพร้อมหน้า วันที่ข้ายังเป็นเพียงคุณหนูผู้ไร้เดียงสา... ทุกอย่างเป็นเพียงภาพฝันที่แตกสลายไปไม่มีวันหวนคืน "ดึกป่านนี้ไฉนยังไม่บรรทมอีกเล่า เฟยอวี่" สุรเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอบอุ่นของอ้อมกอดที่โอบล้อมร่างของข้าไว้จากเบื้องหลัง กลิ่นอายบุรุษอันเป็นเอกลักษณ์และไอร้อนจากพระวรกายของเฟยหลงช่วยขับไล่ความหนาวยะเยือกในจิตใจให้จางหายไปทีละน้อย ข้าไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้พระองค์ดึงเข้าสู่อ้อมกอดอย่างอ่อนโยน ดวงตาคู่คมกริบที่เคยใช้ประจันหน้ากับศัตรู บัดนี้ทอดมองไปยังพระพักตร์ของโอรสสวรรค์ "หม่อมฉัน... เพียงแต่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเพคะ" ข้าเอ่ยเสียงแผ่วเบา คล้ายเสียงกระซิบแข่งกับสายลม "คิดเรื่องแก้แค้นที่สิ้นสุดลงแล้วใช่หรือไม่?" เฟยหลงตรัสรู้ทันพระองค์ แววตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของข้าไว้อย่างชัดเจน พระหัตถ์หนายื่นมาเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มของข้าอย่างทะนุถนอม "เจ้าเหนื่อยมามากพอแล้ว... นับจากวันนี้เป็นต้นไป ตำหนักนี้และแผ่นดินนี้ จะไม่มีใครกล้าทำร้ายเจ้าได้อีก" ข้าเม้มริมฝีปากเล็กน้อย หัวใจที่เคยด้านชา ค่อยๆ ถูกความอบอุ่นนี้หลอมละลาย "ฝ่าบาท... พระองค์ทรงใช้หม่อมฉันเป็นหมากในกระดานนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม ทรงแน่ใจหรือเพคะว่า จะไม่ทรงหวาดระแวงสตรีที่มีแต่ความเคียดแค้นเช่นหม่อมฉันอีก" คำถามที่ค้างคาในใจถูกเอ่ยออกไปตรงๆ ข้าไม่ใช่สตรีที่จะยอมจำนนต่อคำหวานโดยไม่ใช้สมองคิด เฟยหลงแย้มพระสรวลเบาๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง มันไม่ได้เต็มไปด้วยเล่ห์กลการเมือง แต่มันคือรอยยิ้มจากใจจริงของบุรุษผู้หนึ่ง "เจ้าคือหมากที่ข้าใช้... แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าก็คือสตรีเพียงคนเดียวที่ข้าเลือกให้ครองคู่บัลลังก์" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของข้า "เฟยอวี่... ข้าไม่เคยหวาดกลัวสตรีฉลาดเฉลียวเช่นเจ้า ข้าหวาดกลัวเพียงสิ่งเดียว... คือการสูญเสียเจ้าไปจากชีวิตต่างหาก" คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทำให้ข้าถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยดน้ำใสไหลรินลงมาอาบแก้ม รสชาติเค็มปร่าผสมปนเปไปกับความรู้สึกโล่งเบາในจิตใจ ความแค้นที่แบกรับไว้ราวกับภูเขาหลวง บัดนี้ถูกวางลงแล้ว... ข้ายกมือขึ้นโอบรอบพระวรกายของพระองค์ ซบใบหน้าลงกับพระอภสาของฮ่องเต้เฟยหลง สูดกลิ่นอายความอบอุ่นที่ข้าโหยหามาตลอดชีวิต ความระแวง ความหวาดกลัว และความชิงชังทั้งปวง มลายหายสิ้นไปในอ้อมกอดนี้ นับจากนี้... จะไม่มีหลินเฟยอวี่ผู้จมปลักอยู่กับอดีตและคราบน้ำตาอีกต่อไป มีเพียง "หมางฮองเฮา" หรือสนมเอกผู้กุมหัวใจโอรสสวรรค์ ที่จะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระองค์ ปกป้องแผ่นดินนี้ด้วยความรักและสติปัญญา แสงจันทร์สาาดส่องทะลุกระจกหน้าต่าง อาบไล้ร่างทั้งสองที่กอดกระหวัดแนบชิดกัน ดั่งหงส์คู่เคียงบัลลังก์ ที่จะไม่มีวันพรากจากกันตราบชั่วนิรันดร์ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันเล่ห์กลและหยาดน้ำตามาด้วยกันจนถึงหน้าสุดท้ายนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%