“ถอยไป ลินิน ฉันบอกให้ถอยไปไง!”
เสียงคินน์ไม่ได้ดังกว่าปกติ แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศในห้องพักรับรองขนาดหกตารางเมตรดูแคบลงไปถนัดตา ลินินก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับกำแพงไม้เย็นเฉียบ เธอไม่ได้หวั่นเกรงสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งมา หากแต่ในใจกลับเต้นรัวเหมือนกลองชุด
“จะให้ถอยไปไหนคะ? นอกห้องมันฝนตกหนักจนหลังคาจะพังอยู่แล้ว หรือคุณอยากให้ฉันออกไปตากฝนเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโออับโชค?”
ลินินสวนกลับพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูท้าทาย เธอพยายามกอดอกไว้แน่นเพื่อปกปิดความประหม่า กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของคินน์—กลิ่นหนังเจือไม้สนจางๆ—อบอวลอยู่ในพื้นที่จำกัดจนเธอเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
คินน์ไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแค่ปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหยิบเสื้อแจ็กเก็ตตัวนอกมาวางพาดบนเก้าอี้ไม้ตัวเดียวในห้องที่เขาตั้งใจจะใช้พักสายตา แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้ง เมื่อผู้จัดงานดันจัดห้องพักส่วนตัวให้เพียงห้องเดียวเพราะปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่อาคารหลัก
“ที่นี่มีโซฟาตัวเดียว” คินน์ชี้ไปยังเบาะหนังเก่าคร่ำคร่า “แล้วฉันก็นั่งทำงานต่อไม่ได้ถ้ามีคนมาทำหน้ากวนประสาทอยู่ตรงนี้”
“โอ๊ะ! งั้นคุณก็นั่งไปสิคะ ฉันก็นั่งตรงพื้นนี่ก็ได้ ไม่เห็นจะยาก” ลินินยักไหล่ ทรุดตัวลงนั่งบนพรมหนาอย่างไม่แคร์ภาพลักษณ์ เธอหยิบกล้องคู่ใจขึ้นมาตรวจสอบภาพที่ถ่ายได้จากงานเลี้ยงเมื่อครู่ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากร่างสูงที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่เหนือเธอ
คินน์ถอนหายใจยาว ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เสียงสปริงเบาะดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุม เขาหลับตาลงนวดขมับตัวเองเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากกองถ่ายตลอดทั้งสัปดาห์เริ่มประทุ แต่สิ่งที่กวนใจเขายิ่งกว่าคือกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จากร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ นี่ต่างหาก
ลินินแอบชำเลืองมองโปรดิวเซอร์หนุ่ม ยามที่เขาไม่ทำหน้าดุหรือปากร้ายใส่ใคร คินน์ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูน่าสงสาร... และน่าค้นหา
“คุณน่ะ...” ลินินโพล่งขึ้นทำลายความเงียบ “ทำไมต้องสร้างกำแพงขนาดนั้นด้วยคะ? ยิ่งคุณผลักไสทุกคนออกไป คุณยิ่งดูเหมือนคนที่ต้องการคนกอดมากที่สุดเลยนะ”
คินน์ลืมตาขึ้นทันที ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ “อย่ามาทำตัวเป็นนักจิตวิทยาประยุกต์กับฉัน ลินิน ฉันไม่ได้ต้องการใคร และที่สำคัญที่สุด... ฉันไม่ต้องการความเห็นใจจากผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่ส่องชีวิตคนอื่นผ่านเลนส์กล้องอย่างเธอ”
“ฉันส่องเพราะฉันอยากเห็นความจริงไงคะ!” ลินินลุกขึ้นยืนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เธอเดินเข้าไปหาเขาจนปลายเท้าแทบจะจรดกัน “แต่ดูเหมือนสิ่งที่ฉันเห็นจะมีแค่ความกลัว... คุณกลัวที่จะให้ใครเข้ามาเห็นว่าภายใต้มาดนิ่งๆ ของคุณ มันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่”
ระยะห่างที่หายไปทำให้คินน์ชะงัก ลินินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เห็นภาพตัวเองสะท้อนอยู่ในม่านตาสีเข้มนั้น กลิ่นอายความใกล้ชิดที่อันตรายเริ่มแผ่ซ่าน คินน์ขยับตัวขึ้นนั่งตัวตรง ทำให้ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว
“อยากเห็นความจริงเหรอ?” คินน์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย “ความจริงมันไม่ได้สวยหรูเหมือนภาพที่คุณถ่ายหรอกนะ มันทั้งเจ็บปวด แล้วก็... อันตราย”
คินน์ยกมือขึ้นช้าๆ นิ้วโป้งของเขาไล้ผ่านโหนกแก้มของลินินอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คาดไม่ถึงทำให้หัวใจของลินินหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอไม่ถอยหนี กลับยืนนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด
“คินน์...” เสียงเรียกชื่อเขาสั่นเครือ
“อย่าลองดีกับฉัน ลินิน... เพราะถ้าฉันตัดสินใจจะถอดหน้ากากนี้ออกจริงๆ เธอจะไม่มีวันได้กลับไปเป็นช่างภาพคนเดิมอีกเลย”
คินน์โน้มใบหน้าลงมา ระยะห่างที่เหลือเพียงเส้นบางๆ ทำให้ลมหายใจอุ่นๆ รินรดเข้าหากัน ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตาของทั้งคู่ ในวินาทีที่ความปรารถนาเริ่มเอาชนะเหตุผล เสียงทุบประตูดังโครมใหญ่!
“คินน์! ลินิน! อยู่ข้างในไหม? ไฟในงานกลับมาใช้ได้แล้ว ผู้กำกับให้รีบไปสมทบที่กองถ่ายด่วนเลย!”
เสียงของวินตะโกนดังมาจากด้านนอกห้อง คินน์ผละตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
ลินินยืนตัวแข็งทื่อ มือยังคงสัมผัสที่ข้างแก้มตัวเอง ความรู้สึกสับสนปนเปตีกันวุ่นวาย เมื่อคินน์เปิดประตูออกไป วินยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขามองดูสภาพห้องที่ดูเงียบสงัดผิดปกติก่อนจะเลิกคิ้วมองทั้งคู่
“ทำไมหน้าตาเหมือนคนเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาล่ะ?” วินถามพลางหรี่ตามอง “แล้วนี่... ทำไมของในห้องถึงกระจัดกระจายแบบนี้?”
คินน์ไม่ตอบ เขาสบตาลินินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะเดินกระแทกไหล่วินออกไป ลินินพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่แล้วสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนโซฟา—มันเป็นสมุดบันทึกเล่มเล็กที่คินน์ทำตกไว้ตอนที่เขาลุกขึ้น
เธอรีบคว้ามันมาถือไว้ แต่แล้วหัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้นเมื่อเห็นหน้าปก... มันมีชื่อของเธอสลักอยู่ด้วยลายมือที่คุ้นตา พร้อมกับรูปถ่ายของเธอตอนที่เผลอไผลจากการลั่นชัตเตอร์ในมุมที่ไม่มีใครเคยเห็น
วินเห็นสีหน้าของลินินจึงชะโงกหน้าเข้ามา “นั่นอะไรน่ะ? สมุดบันทึกของคินน์เหรอ? ห้ามเปิดอ่านเชียวนะ ถ้ามันรู้ว่าเธอเห็น... รับรองได้เลยว่าสงครามกองถ่ายครั้งนี้จะกลายเป็นนรกบนดินแน่ๆ”
ลินินไม่ได้ฟังเสียงของวินเลย เธอค่อยๆ พลิกเปิดหน้าแรกของสมุด ความลับที่คินน์ปิดบังไว้ตลอดมาถูกเปิดเผยขึ้นต่อหน้าต่อตา มันไม่ใช่แค่ความเกลียดชังอย่างที่เธอเคยคิด แต่มันคือ... ความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มต้นขึ้นนานกว่าที่เธอเคยคาดคิดไว้หลายปี
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความตื่นเต้นในทุกบรรทัดกับไอศกรีมมินต์ช็อกนะคะ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยจอมแสบประจำกองถ่าย•ตอนที่ 5
กลิ่นอายความใกล้ชิด
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยจอมแสบประจำกองถ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
