กลิ่นอายความอับชื้นของคราบน้ำมันเก่าสะสมและกลิ่นสีทาผนังที่ผสมปนเปกันจนน่าคลื่นไส้ ไม่ได้ทำให้เรย์รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเคาะหน้าจอเบาๆ เพื่อบันทึกรอยร้าวขนาดใหญ่บนคานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไร้การบำรุงรักษามานับทศวรรษ
สถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว ขยับแว่นสายตาไร้กรอบเล็กน้อย ปรายตามองแปลนอาคารเก่าแก่ใจกลางย่านการค้าที่ถูกส่งต่อมาเป็น “เผือกร้อน” ชิ้นโบว์แดง บอสใหญ่แห่งบริษัทเพิ่งยัดเยียดโปรเจกต์นี้ให้เขาเมื่อชั่วโมงก่อน พร้อมคำขู่กลายๆ ว่าถ้าสถาปนิกมือหนึ่งอย่างเรย์ยังเอาไม่อยู่ โครงการนี้ก็คงต้องปิดตายถาวร
และนั่นแหละ… คือสิ่งที่ท้าทายความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของเรย์เข้าอย่างจัง
“โครงสร้างทรุดตัว โซนห้องครัวระบบระบายอากาศเป็นศูนย์ แถมเจ้าของเก่าทิ้งท่อประปาเน่าๆ ไว้ให้อีกกองโต… สมแล้วล่ะค่ะที่สถาปนิกสามทีมก่อนหน้านี้หอบกระเป๋าหนีกลับบ้านในเวลาไม่ถึงสัปดาห์” เรย์พึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ความยากระดับฮาร์ดคอร์แบบนี้แหละที่โปรดปราน
ทว่า ความคิดที่จะลุยเดี่ยวสำรวจพื้นที่ให้จบในรอบเดียวก็ต้องสะดุดลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวฉับๆ เข้ามาทางประตูหลังที่ถูกงัดจนพังเสียหาย ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักจางๆ ตรงท่อนแขนแกร่งหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู สีหน้าของอีกฝ่ายบอกชัดเจนว่ากำลังหงุดหงิดถึงขีดสุด และดวงตากลมโตคู่นั้นก็กำลังจ้องมองผู้บุกรุกในอาณาเขตของตนด้วยความดุดัน
“ใครอนุญาตให้เข้ามาเหยียบในนี้?” เสียงทุ้มต่ำห้วนจัดตวาดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องเสียMเวลาทักทาย
เรย์ค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ปิดหน้าจอแท็บเล็ตในมือแล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น เขากวาดสายตามองเชฟหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่เคยเห็นแต่ในนิตยสารอาหารชื่อดัง คิริน… เชฟปากจัดเจ้าของโปรเจกต์ร้านอาหารใหม่แห่งนี้ ตัวจริงดูอารมณ์ร้อนยิ่งกว่าชื่อเสียงร่ำลือเสียอีก
“ถ้าฉันไม่เข้ามาเดินสำรวจเอง ป่านนี้ซากปูนพวกนี้คงถล่มลงมาทับหัวคุณตายไปนานแล้วค่ะ คุณเชฟ” เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยการเหน็บแนมที่คมกริบ ดวงตาสีเข้มมองสำรวจอีกฝ่ายหัวจรดเท้า “แล้วก็ช่วยลดโทนเสียงลงหน่อยนะคะ พื้นที่ตรงนี้มันไม่ได้เก็บเสียงดีขนาดนั้น หูฉันยังปกติดีค่ะ”
คิรินแค่น L หัว I ในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มอย่างคุกคาม กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเครื่องเทศเฉพาะตัวลอยแตะจมูก “ปากดีชะมัด… นายคงเป็นพวกสถาปนิกอีগোสูงที่บริษัทส่งมาสินะ ฟังให้ดีนะเว้ย ฉันไม่สนหรอกว่าดีไซน์บ้านป่าเมืองดอยอะไรของนายจะสวยเลิศเลอแค่ไหน แต่ถ้าทำให้ห้องครัวของฉันใช้งานจริงไม่ได้ หรือทำให้ฉันต้องเสียพื้นที่ทำเงินแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ฉันจะไล่ตะردนายออกไปตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มตอกเสาเข็มแน่”
เรย์ไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ส่วนสูงทัดเทียมกับคนตรงหน้า ใบหน้าเรียบเฉยระบายรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้มากกว่าประทับใจ
“น่าเสียดายนะคะที่สัญญาระหว่างบริษัทฉันกับคุณถูกเซ็นอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว ต่อให้คุณจะพ่นไฟใส่ฉันเหมือนมังกรหงุดหงิดยังไง คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไล่ฉันออกหريكค่ะ… เว้นเสียแต่ว่าคุณจะยอมแพ้แล้วฉีกสัญญา ยอมรับว่าตัวเองไม่มีปัญญาบริหารร้านอาหารนี้ต่อตั้งแต่ยังไม่เริ่ม”
“นี่นาย…!” คิรินกัดฟันกรอด สันกรามคมชัดขึ้นด้วยความโกรธ มือหนายื่นออกไปราวกับจะกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด แต่เรย์กลับไวกว่า เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือแกร่งเอาไว้ด้วยความนิ่งสนิท แรงบีบกระชับพอเหมาะทำให้เชฟหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองคนลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความสลัวของซากอาคารเก่า เคมีอันตรายระหว่างความเนี๊ยบเย็นชาและอารมณ์ร้อนระอุพุ่งทะยานขึ้นจนน่าใจหาย ไม่มีใครยอมละสายตาจากกัน ราวกับกำลังวัดรอยเท้ากันในสังเวียนที่ไม่มีใครยอมถอย
“จะลงมือกับสถาปนิกตั้งแต่ยังไม่เริ่มออกแบบเลยเหรอคะ? ระวังนะคะ… ถ้าทำฉันบาดเจ็บ โปรเจกต์นี้อาจจะต้องเลื่อนไปอีกสชาชาติหนึ่งเลยก็ได้” เรย์กระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มท้าทาย
คิรินชะงักค้าง ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเอื้อMคำพูดเย้ยหยันนั้นสลับกับนัยน์ตานิ่งสนิทที่สะท้อนภาพเงาของตัวเอง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมบทสนทนาของบุคคลที่สามดังแทรกเข้ามาจากทางด้านหน้าอาคาร
“เชฟคิรินครับ! มีแขกไม่速เชิญมารอพบที่ด้านหน้า บอกว่าเป็น… อ้าวเฮ้ย!”
ผู้จัดการร้านหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาหยุดชะงักกึกทันทีที่เห็นภาพสถาปนิกหนุ่มมาดเนี๊ยบกำลังกุมข้อมือของเชฟหนุ่มคนดังในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าหน้าผากเกือบจะชนกันอยู่รอมร่อ
คิรินรีบสะบัดมือออกทันที ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความฉุนเฉียว (หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่นที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ) เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วปรายตามองเรย์ด้วยสายคาดโทษ
“ฝากไว้ก่อนเถอะคุณสถาปนิก…” คิรินเค้นเสียงลอดไรฟัน ท่าทางฮึดฮัดเหมือนเสือหนุ่มที่กำลังโดนลูบคม
เรย์เพียงแต่ปัดเศษฝุ่นที่เสื้อสูทของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ เขายกยิ้มมุมปากเบาๆ พลางหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเคาะหน้าจอต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าสายตาคู่สวยกลับเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังเดินหนีหัวฟัดหัวเหวี่ยงด้วยความรู้สึกสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด
เกมแมวไล่จับหนูระหว่างสถาปนิกจอมเนี๊ยบกับเชฟหนุ่มปากจัด เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ… และดูท่าทางว่ามันจะลุกเป็นไฟยิ่งกว่าเตาถ่านในครัวของเจ้าตัวเสียอีก
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดประตูบานแรกสู่ความปั่นป่วนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ!
สถาปนิกคิวแน่นกับเชฟหนุ่มปากจัด•ตอนที่ 1
โปรเจกต์ปราบเซียน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกคิวแน่นกับเชฟหนุ่มปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
