"คุณพาย... ถ้าผมบอกว่าตั๋วรถไฟที่หายไปเมื่อกี้... จริงๆ แล้วผมไม่ได้ทำหาย" ธีร์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอเธอเบาๆ "แต่ผมจงใจซ่อนมันไว้... เพื่อให้เราต้องติดอยู่ที่นี่ด้วยกันนานขึ้น คุณจะเชื่อผมไหมครับ?"
ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงชุลมุนของสถานีรถไฟชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของพาย – ไม่ใช่เพราะความโรแมนติกชวนฝันอย่างที่หนุ่มสาวในซีรีส์เกาหลีเขาเป็นกันหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ที่พุ่งปรี๊ดจนปรอทแทบแตก!
ไกด์สาวสายลุยถอนหายใจเฮือกใหญ่ เด้งตัวถอยหลังออกมาสามก้าวด้วยสีหน้าเหลืออด มือเรียวกำหมัดแน่นราวกับพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ซัดหน้าผู้ชายหล่อเนี๊ยบตรงหน้าสักหมัดสองหมัด
"นี่คุณธีร์! เล่นบ้าอะไรเนี่ย!" พายแหวลั่นจนนักท่องเที่ยวคนอื่นหันมามอง "คุณรู้ไหมว่ากระเป๋าเดินทางฉันมีน้ำหนักเท่าไหร่ แล้วการตกรถไฟรอบสุดท้ายมันหมายความว่าอะไร? มันหมายความว่าเราต้องหาที่นอนกะทันหันในเมืองเล็กๆ ที่ของกินหายากยิ่งกว่างูมีพิษน่ะสิยะ!"
ธีร์กระพริบตาปริบๆ ความดุดันและท่าทีเป๊ะเว่อร์แบบคุณชายตระกูลดังเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงสีหน้าเลิกลั่กที่พยายามรักษาฟอร์มอย่างเต็มที่ นิ้วเรียวยาวดันกรอบแว่นสายตาขึ้นเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ชวนให้อยากหยิกเสียให้เข็ด
"ก็... ผมแค่อยากให้เรามีเวลาซึมซับบรรยากาศเมืองนี้ให้นานขึ้นอีกนิด เมืองเก่าแก่แบบนี้ ถ้าเดินรีบๆ มันก็เสียดายทัศนียภาพแย่สครับ"
"เสียดายบ้านคุณสิ! ฉันไม่ใช่กวีเอกที่จะมาเดินชมจันทร์นะ ฉันเป็นไกด์! มีหน้าที่ดูแลลูกทัวร์ ไม่ใช่มาเล่นเกมซ่อนหาตั๋วรถไฟกับคุณชายสมองกลับ!" พายเท้าเอว หน้าตาบึ้งตึงจนแก้มป่อง
"ปากคอเรานี่คมกว่ามีดพับ Swiss Army ในกระเป๋าผมอีกนะครับเนี่ย" ธีร์ยิ้มมุมปาก ส่งสายตากรุ้มกริ่มแบบที่เจ้าตัวคิดว่ามีเสน่ห์นักหนา "ปากเสียแบบมีระดับเสียด้วย... น่าเอาไปทำวิทยานิพนธ์"
"ไอ้...!" พายสูดหายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบในใจ "โอเค! ในเมื่อคุณเป็นคนทำเรื่องพัง คุณก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องที่พักคืนนี้ ห้ามบ่น ห้ามเรื่องมาก และที่สำคัญ... ห้ามจู้จี้เรื่องความสะอาดสะอ้านเด็ดขาด เข้าใจไหม?"
ธีร์ยักไหล่เบาๆ ท่าทางไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรสักนิด "เรื่องที่พักวางใจผมได้เลยครับ ผมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเสมออยู่แล้ว"
และนั่นแหละครับ... คือจุดเริ่มต้นของหายนะขนาดย่อมในค่ำคืนนั้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พายยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าตึกไม้เก่าแก่สามชั้นสีซีดจาง ป้ายชื่อขึ้นสนิมโย้เย้จนแทบจะหลุดร่วงลงมาขูดหัวคนเดินถนน ด้านหน้ามีแมวสามสีนอนขี้เกียจอยู่บนกองลังกระดาษ กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นน้ำยาถูพื้นเจือจางลอยโชยออกมาจากประตูไม้ที่เปิดแง้มไว้
นี่นะหรือ... สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณชายธีร์เลือกให้ตัวเอง?
"คุณธีร์..." พายหันขวับไปมองหน้าคนตัวสูงที่ยืนกอดอกถือกระเป๋าเดินทางลากใบโก้ "นี่คุณพาฉันมาโรงแรมหรือมาถ่ายทำภาพยนตร์สยองขวัญบ้านผีสิงเนี่ย!"
"โฮสเทลสไตล์วินเทจต่างหากครับคุณพาย" ธีร์แก้ต่างด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจสุดๆ "ผมหาจากรีวิวในอินเทอร์เน็ต เขาบอกว่าเป็นที่พักลับที่ศิลปินอินดี้มักจะมาพักกัน ได้ฟีลลิ่งย้อนยุคคลาสสิก เหมาะกับการสร้างแรงบันดาลใจในการเล่นเปียโนมาก"
"แรงบันดาลใจบ้าอะไรล่ะ! นั่นมันปลวกแทะคานไม้รึเปล่าเสียงเมื่อกี้!" พายชี้ไปที่เพดาน พร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ดังมาจากชั้นบน
"เอาน่า อย่างน้อยเขาก็มีเตียงนอน... มั้งครับ" ธีร์ก้าวเข้าไปด้านในก่อนอย่างไร้ความเกรงกลัว ทิ้งให้พายต้องแบกเป้คู่ชีพเดินตามต้วมเตี้ยมเข้าไปด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร
บรรยากาศข้างในวังเวงยิ่งกว่าข้างนอก เคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ มีชายแก่ใส่แว่นหนาเตอะนั่งสัปหงกอยู่ พายสะกิดแขนเสื้อธีร์ยิกๆ กระซิบกระซาบด้วยความหวาดระแวง
"นี่... ถ้าคืนนี้มีฆาตกรโรคจิตโผล่มาเลื่อยขาเตียง เรานอนห้องเดียวกันจะได้ช่วยกันกรี๊ดนะ"
ธีร์หันมามองหน้าเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นไหววับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาอีกครั้งจนน่าหมั่นไส้
"อ้าว... เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลย ทำไมตอนนี้มาชวนผมไปนอนห้องเดียวกันเสียแล้วล่ะครับ หืม? หรือจริงๆ ในใจแอบคิดอะไรกับผมอยู่หรือเปล่าคุณพาย"
พายหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินกันแน่ มือเรียวฟาเข้าที่ต้นแขนแกร่งของอีกฝ่ายเต็มแรงจนธีร์ต้องร้องโอ๊ยออกมาเบาๆ
"หลงตัวเองที่สุด! ใครจะไปอยากนอนห้องเดียวกับคุณยะ ไอ้คุณชายประสาทกลับ!"
"ห้องเต็มครับ เหลือแค่ห้องสุดท้ายห้องเดียว" เสียงแหบแห้งของชายแก่หลังเคาน์เตอร์ดังขึ้นขัดจังหวะการต่อปากต่อคำของทั้งคู่พอดี พร้อมกับชูพวงกุญแจทองเหลืองเก่าคร่ำคร่าขึ้นมาแกว่งไปมา
พายและธีร์ชะงักกึก หันขวับไปมองหน้ากันทันที ประกายไฟแลบแปล๊บๆ ออกมาจากสายตาของทั้งคู่ราวกับศึกชิงนาง... ไม่สิ ศึกชิงสิทธิการครอบครองเตียงนอนเดี่ยวๆ ต่างหาก!
"ฉันจอง!" พายพุ่งตัวไปคว้ากุญแจ แต่ธีร์ไว,กว่าเอื้อมมือยาวๆ ไปคว้าหมับไว้ได้ก่อนอย่างฉิวเฉียด
"สุภาพบุรุษเขาให้เกียรติสตรีเลือกก่อนครับ แต่บังเอิญผมไม่ใช่สุภาพบุรุษประเภทที่จะยอมนอนพื้นไม้กระดานผุๆ ให้ปลวกแทะขาเล่นหรอกนะ" ธีร์ยิ้มเยาะ ยกกุญแจหนีมือเล็กที่พยายามควานหา
"คุณธีร์! คืนนี้ฉันต้องไลฟ์สดคุยกับลูกทัวร์นะ ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว!" พายเริ่มงัดไม้ตายมาต่อรอง
"ผมก็ต้องซ้อมโน้ตเพลงสำหรับทริปพรุ่งนี้เหมือนกันครับ เสียงเปียโนในจินตนาการมันต้องการสมาธิขั้นสูง" ธีร์เถียงหน้าตาย
"เปียโนบ้าอะไร ไม่มีเปียโนสักหน่อยในห้องนั้น!"
"งั้นเราก็มาพิสูจน์กันบนเตียง... เอ๊ย! หมายถึงพิสูจน์กันในห้อง ว่าใครสมควรจะได้นอนบนเตียงนุ่มๆ และใครจะต้องนอนโซฟาเบดเก่าๆ ตัวนั้น" ธีร์พยักเพยิดไปทางโซฟาหนังขาดวิ่นที่มีสปริงโผล่ออกมาทักทายโลกภายนอก
พายเม้มปากแน่น มองโซฟาตัวนั้นสลับกับหน้ากวนๆ ของนักเปียโนหนุ่ม เธอรู้ดีว่าไม่มีทางชนะคนดื้อด้านอย่างเขาด้วยการใช้เหตุผลแน่ๆ ทางเดียวที่จะรอดคือต้องเล่นสกปรก!
จังหวะนั้นเอง ธีร์กำลังจะหันไปจ่ายเงินกับคุณลุงเจ้าของโฮสเทล พายอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งเข้าไปแย่งพวงกุญแจในมือเขา แต่ด้วยความที่พื้นมันลื่นและเธอใส่รองเท้าผ้าใบพื้นสึก พายจึงเสียหลักถลาล้มไปข้างหน้าอย่างแรง!
"อุ๊ย!"
ร่างบางพุ่งชนเข้ากับแผงอกกว้างของธีร์เต็มแรง แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นไม้ฝุ่นตลบ
พายหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวด แต่กลับพบว่าความนุ่มนวลบางอย่างมารองรับไว้... เมื่อเธอลืมตาขึ้น ก็พบว่าตัวเองกำลังคร่อมอยู่บนตัวของธีร์พอดี ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
ดวงตาสีนิลของธีร์มองตรงเข้ามาในดวงตาของเธอ ประกายความกวนประสาทเมื่อครู่วันนี้หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาไหวระริกที่คาดเดาความรู้สึกไม่ได้
"เอ่อ... คือว่า..." พายอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน มือไม้เกะกะไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน เผลอไปทาบอยู่บนอกเสื้อของเขาอย่างจัง
ธีร์ไม่ได้ขยับตัวหนี แถมยังยกมือขึ้นข้างหนึ่ง แกล้งใช้นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นอ่อนโยนเสียจนพายรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
"ระวังตัวหน่อยสครับคุณพาย..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหีบปากเธอ แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม "ถ้าอยากนอนกอดกันขนาดนี้... บอกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องลงทุนล้มทับกันแรงขนาดนี้เลยนี่ครับ"
พายหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู สมองขาวโพลนไปหมด เธออ้าปากจะด่ากลับเพื่อให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ แต่ทว่า...
กริ๊ก! เสียงกล้องโทรศัพท์มือถือจากมุมมืดใกล้เคียงดังขึ้น พร้อมกับแฟลชที่สว่างวาบกระแทกตาของทั้งคู่เต็มๆ!
"โอ้โห! ช็อตเด็ดประจำวัน ขออนุญาตเอาลงกลุ่มทัวร์นะครับคุณไกด์กับคุณลูกค้า!" เสียงหัวเราะคิกคักของลูกทัวร์หนุ่มจอมแสบประจำทริปดังขึ้นมาจากบันไดชั้นสอง พร้อมกับเสียงเป่าปากแซวสนั่น
พายเบิกตากว้าง หันขวับไปมองด้านบนด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนจะรีบผลักอกธีร์แล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความเร็วแสง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก
ฉิบหายแล้ว... ภาพเธอนั่งคร่อมผู้ชายบนพื้นโฮสเทลผีสิง ถูกถ่ายส่งเข้าไลน์กลุ่มทัวร์ที่มีคนอยู่สามสิบกว่าคนเรียบร้อยแล้วครับท่านผู้ชม!
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังแบกเป้เดินทางและแวะมาจิกหมอนไปด้วยกันในทุกๆ โค้งของทริปนี้นะครับ*
ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักเปียโนผู้หลงทิศ•ตอนที่ 3
ปากเสียแบบมีระดับ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวสายลุยกับคุณชายนักเปียโนผู้หลงทิศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
