เสียงปรบมือดังกึกก้องกังวานไปทั่วห้องจัดเลี้ยงเพดานสูงตระหง่าน ณ ใจกลางมหานคร ที่ซึ่งแสงไฟจากคริสตัลระยิบระยับสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาวับวาว ทว่าเสียงที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ในค่ำคืนนี้กลับไม่ใช่เสียงดนตรีคลาสสิกอันไพเราะ หากแต่เป็นเสียงก้าวเดินที่มั่น
คงและเปี่ยมด้วยอำนาจของชายหนุ่มผู้พลิกชะตากรรมของอาณาจักรธุรกิจทั้งหมดภายในเวลาไม่กี่ปี
คินน์ ในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปสีดำสนิทจากห้องเสื้อชั้นนำระดับโลก ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นโพเดียมทองคำ สายตาคมกริบกวาดมองผู้คนนับร้อยที่นั่งอยู่เบื้องล่าง—รวมถึงร่างที่สั่นเทาของศรุต อดีตทายาทตระกูลดังผู้เคยเหยียดย่ำเขาอย่างไร้ความปรานี ทว่าในยามนี้ ศรุตกลับทำได้เพียงก้มหน้าหลบสายตา นั่งคุกเข่าทางจิตวิญญาณอยู่ใต้ร่มเงาความยิ่งใหญ่ที่คินน์เป็นผู้บันดาลขึ้นมาด้วยปลายนิ้ว
"ความสำเร็จในวันนี้... ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา" เสียงทุ้มนุ่มลึกแต่ทรงพลังกังวานผ่านไมโครโฟน สะกดให้บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันตาเห็น "แต่มันคือเครื่องพิสูจน์ว่า คุณค่าของคนไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเศษเงินในกระเป๋าในวันที่เราล้มเหลว... แต่ถูกกำหนดด้วยความจริงใจที่เรามอบให้แก่กันในวันที่ยากลำบากที่สุดต่างหากค่ะ"
สิ้นคำกล่าวของคินน์ สายตาทุกคู่ก็เบนไปยังหญิงสาวผู้ยืนเคียงข้างเขาบนเวที
ลินิน ในชุดราตรียาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายด้วยด้ายทองคำละเอียดอ่อน เปล่งประกายความงดงามสง่าราศีราวกับราชินีผู้กุมหัวใจของราชาแห่งโลกธุรกิจ เธอยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เขา ไม่ใช่ในฐานะเลขาฯ ผู้คอยถือกระเป๋าเอกสารเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่เป็นคู่ชีวิตและผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักรที่ไม่มีวันล่มสลาย
มือเรียวบางของลินินถูกกุมไว้ด้วยมืออุ่นหนาของคินน์ สัมผัสที่แน่นแฟ้นนั้นถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดผ่านความเงียบงัน—ผ่านคืนวันอันเหน็บหนาว น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่เธอเคยซับให้เขาในห้องทำงานแคบๆ และความเชื่อมั่นที่ไม่เคยสั่นคลอนเลยแม้แต่วินาทีเดียว
เมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงกันลงมาสู่ห้องรับรองส่วนตัววีไอพีที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงยามค่ำคืนได้แบบ 360 องศา แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงนับพันราวกับดวงดาวที่ถูกนำมาร้อยเรียงไว้แทบเท้าของพวกเขา
ลินินทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม "บางครั้ง... ฉันก็ยังรู้สึกว่าตัวเองกำลังฝันไปนะคะ คุณคินน์"
คินน์ย่างสามขุมเข้าประชิดร่างบางอย่างนุ่มนวล วงแขนแข็งแรงโอบกอดเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว สัมผัสไออุ่นจากกายสาวทำให้หัวใจที่เคยด้านชาและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในอดีตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูสลวย น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง
"นี่ไม่ใช่ความฝันค่ะลินิน... นี่คือความจริงที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อตอบแทนผู้หญิงคนเดียวที่กล้าจับมือกับสวะไร้ค่าในวันนั้น" คินน์เว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียกับพวงแก้มเนียนนุ่ม "ต่อจากนี้ไป จะไม่มีความกังวล ไม่มีคราบน้ำตา หรือความหวาดกลัวใดๆ อีกแล้ว โลกทั้งใบ... และทุกสิ่งที่ผมมี คือของคุณค่ะ"
ดวงตากลมโตของลินินไหวระริก เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ
ใสแห่งความตื้นตัน เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของชายหนุ่ม ปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจผ่านอ้อมกอดที่แน่นแฟ้นและมั่นคง
ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืนอันเป็นนิรันดร์
นี่คือจุดจบของความเจ็บปวด และคือจุดเริ่มต้นของ "ความสุขนิรันดร์" ที่ถูกจารึกไว้ด้วยอำนาจ ความรัก และความภักดีที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาจนถึงบทส่งท้ายนี้นะคะ
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 35
ความสุขนิรันดร์
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!