แผ่นป้ายวิญญาณสวรรค์เจ็ดชั้นฟ้าสะท้อนประกายแสงสีครามเจิดจ้า ตัดผ่านความมืดมิดของหุบเขาอเวจี ดุจดังดวงดาราที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ ความกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านกดทับลงบนพื้นดินจนศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม มู่หลานถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ปลายกระบวนท่าเซียนเมฆาคล้อยในมือสั่นสะท้ำเล็กน้อย ใบหน้าอันงดงามที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด
"นี่มัน... ป้ายอาญาที่ใช้ผนึกวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลเย่เมื่อสามร้อยปีก่อนมิใช่หรือ?" น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ยามเมื่อทอดสายมองไปยังเศษซากประวัติศาสตร์ที่ถูกกาลเวลาฝังกลบ
เย่เฉินมิได้ตอบคำทันที เขากลืนความขมขื่นที่เอ่อล้นลงคอ ลมปราณไร้ลักษณ์ภายในร่างโคจรหมุนวนอย่างรุนแรงราวกับคลั่งไคล้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของเลือดและความตายในอดีตลอยวนอยู่ในห้วงคำนึง มือที่กุมด้ามกระบี่กระชับแน่นจนข้อต่องอขาว
"ถูกต้อง... มันคือสิ่งเดียวกับที่พรากทุกสิ่งไปจากตระกูลข้า" เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นอารมณ์ที่ลึกซึ้งดุจห้วงมหรรณพ "แต่ในยามนี้ ป้ายวิญญาณชิ้นนี้มิได้เป็นเครื่องเตือนความแค้นอีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือพยานแห่งการหลุดพ้น"
มู่หลานเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยืนเคียงข้าง แววตาของนางไหววับ นางเข้าใจความหมายในวาจานั้นทันที สามร้อยปีแห่งการล้างแค้น สามร้อยปีแห่งการตามหาความจริง บัดนี้ เงาอดีตอันมืดมนได้ถูกคมกระบี่ไร้ลักษณ์ตัดขาดจนสิ้นซากแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่เบื้องหน้ามิใช่ภาระผูกพันอันหนักอึ้ง หากแต่เป็นหนทางอันกว้างใหญ่ไพศาลที่พวกเขาสามารถเลือกเดินได้ด้วยตนเอง
"เจ้า... จะไปที่ใดต่อ?" นางถามขึ้น เบาหวิวราวกับเกรงว่าเสียงของตนจะทำลายความเงียบงันอันศักดิ์สิทธิ์นี้
เย่เฉินหันกลับมามองสตรีผู้เคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านศึกมาด้วยกัน ดวงตาคมกริบทอประกายความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งมีเพียงนางเท่านั้นที่คู่ควรจะได้เห็น ปราณกระบี่รอบกายของเขาค่อยๆ สงบลง เปลี่ยนจากคมดาบที่พร้อมสังหาร สู่ความเรียบง่ายไร้กระบวนท่าดุจผืนน้ำในยามไร้ลม
"วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์หาได้มีจุดสิ้นสุดไม่... เช่นเดียวกับวิถีเซียนที่เจ้าก้าวเดิน มู่หลาน" เย่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก "ข้าเลือกที่จะเดินทางหลงระเริงไปในยุทธภพ ไร้ซึ่งสำนักสังกัด ไร้ซึ่งพันธนาการ มีเพียงกระบี่หนึ่งเล่มและใจที่อิสระเสรี"
มุมปากของมู่หลานคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนสรรพสิ่งรอบกายราวกับต้องมนต์สะกด รอยยิ้มนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่ได้ครอบครอง นางเก็บกระบี่เซียนเข้าฝัก เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นกังวานก้องหุบเขา
"สำนักเมฆาคล้อยยังมีกฎระเบียบที่ข้าต้องรักษา... ในฐานะผู้นำรุ่นต่อไป ข้ามิอาจละทิ้งหน้าที่และผู้คนเบื้องหลังได้" มู่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น ทว่าแววตายังคงเปี่ยมด้วยความอาลัย "แต่... หัวใจของข้า หาได้อยู่บนยอดเขาเมฆาอันหนาวเหน็บนั้นอีกต่อไปแล้ว"
สายตาของทั้งสองประสานกันอย่างลึกซึ้ง ไม่มีความจำเป็นต้องเอ่ยคำสาบานใดๆ ฟ้าดินเป็นพยาน สำนักและยุทธภพอาจแยกพวกเขาให้ห่างไกลกันคนละฟากฝั่ง แต่ดวงวิญญาณสองดวงได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันตั้งแต่วินาทีที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องซึ่งกันและกันในสมรภูมิอสูร
เย่เฉินก้าวเข้าไปใกล้ โอบกอดร่างระหงของนางเข้าสู่อ้อมอกอย่างนุ่มนวล มู่หลานซบใบหน้าลงบนไหล่กว้างของเขา สูดกลิ่นอายบุรุษที่ผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของปราณกระบี่ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจที่เคยเยือกเย็นมาตลอดชีวิตของนาง นี่คือบ้าน... นี่คือที่พักพิงอันแท้จริงที่นางโหยหามาเนิ่นนาน
"จงเดินไปบนเส้นทางของเจ้าเถอะ เย่เฉิน" นางกระซิบแผ่วเบาริมหู "ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ ณ มุมใดของโลกหล้า หรือคมกระบี่ของเจ้าจะชี้ไปที่ใด ขอให้รู้ไว้ว่า... มีดวงใจของข้าติดตามไปด้วยเสมอ"
"เช่นเดียวกัน มู่หลาน" เย่เฉินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "ไม่ว่าเจ้าจะต้องเผชิญกับลมหนาวจากกฎเกณฑ์สวรรค์สักเพียงใด จงระลึกถึงอ้อมกอดนี้... ข้าจะรอวันเวลาที่เราได้โคจรมาบรรจบกันอีกครา"
ทั้งสองผละออกจากกันอย่างช้าๆ ท่ามกลางแสงอรุณแรกที่เริ่มสาดส่องทะลุผ่านหมู่เมฆา ขับไล่ความมืดมิดของหุบเขาอเวจีให้เลือนหายไป เย่เฉินหันหลังให้ หันหน้าออกสู่เส้นทางยุทธภพอันกว้างใหญ่ไพศาลที่รออยู่เบื้องหน้า เขาดี
ดีดตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยวิชาตัวเบาอันไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงเงาร่างสีดำที่พุ่งทะยานดุจมังกรทะยานฟ้า และเสียงหัวเราะทระนงที่ก้องกังวานสะท้อนไปทั่วผืนป่า
มู่หลานมองตามร่างนั้นจนลับตา นางสูดลมหายใจเข้าลึกรับพลังปราณบริสุทธิ์แห่งฟ้าดิน ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อ หันหลังกลับเพื่อมุ่งหน้าสู่สำนักเมฆาคล้อยด้วยก้าวเดินที่มั่นคงและองอาจกว่าที่เคยเป็นมา
ณ ปลายขอบฟ้าอันไโพ้น... กระบี่ไร้คมได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีเซียน และความรักของพวกเขากลายเป็นตำนานบทหนึ่งที่ถูกจารึกไว้ในหัวใจของผู้คนตลอดกาล
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงหน้าสุดท้ายของบทประพันธ์นี้ด้วยนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 30
บทส่งท้าย: กระบี่ไร้คม ใจที่พักพิง
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!