กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 17

หยาดน้ำตาสวรรค์

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"ลมปราณย้อนกลับ... กระดูกเซียนแตกสลาย เจ้าปรารถนาจะดับสูญไปพร้อมกับความดื้อรั้นของตนเองเช่นนั้นหรือ เย่เฉิน!" น้ำเสียงที่มักราบเรียบเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหมื่นปี บัดนี้กลับสั่นเครือระคนความตื่นตระหนก มู่หลานทรุดกายลงเบื้องหน้าบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าทระนงที่สุดในยุทธภพ ร่างกายของเย่เฉินในยามนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีดำคล้ำ พิษกระดูกมังกรที่ตกค้างจากการปะทะกับพรรคอสูรโลหิตกำลังกัดกินเส้นชีพจรทั้งเก้าสายของเขาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคู่นคมที่เคยทอประกายท้าทายฟ้าดิน บัดนี้ปิดสนิท ลมหายใจแผ่วเบาดั่งเปลวเทียนต้องสายลมพายุ ความเจ็บปวดจากการฝืนใช้วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ทะลวงขอบเขตเมื่อคราวก่อน สะท้อนกลับมาทำลายล้างร่างเนื้อของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี "ข้า... ไม่ยอมตาย ณ ที่แห่งนี้..." เสียงแหบพร่าเล็ดลอดจากริมฝีปากที่ซีดเซียวของเย่เฉิน เขายังคงพยายามกำมือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดแน่น แม้สติจะเลือนราง แต่จิตวิญญาณแห่งกระบี่ภายในตันtian (จุดตันเถียน) ของเขายังคงคำรามก้อง ปฏิเสธที่จะก้มหัวให้แก่ความตาย มู่หลานกัดริมฝีปากแน่นจนหลั่งเลือด รสชาติคาวสนิมเหล็กซ่านไปทั่วช่องปาก นางมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลและหยาดเหงื่อของชายหนุ่ม หัวใจเซียนที่เคยถูกแช่แข็งด้วยกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของสำนักเมฆาคล้อย กลับรู้สึกราวกับถูกค้อนเหล็กหลอมรุมกระหน่ำจนแตกเป็นเสี่ยงๆ *นางผู้ตัดขาดจากโลกีย์ ปรารถนาเพียงบรรลุวิถีเซียนไร้รัก ไฉนจึงต้องมาเจ็บปวดเจียนตายเพราะบุรุษผู้สร้างแต่เรื่องปวดหัวผู้นี้เล่า?* คำตอบนั้นชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่ในดวงตาที่นางไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับมาตลอด นัยน์ตาคู่สวยหลับลงชั่วพริบตา ก่อนจะลืมขึ้นด้วยประกายเด็ดเดี่ยวราวกับผู้กล้าสละชีพ นางไม่มีทางเลือกอื่น... หากปล่อยไว้เช่นนี้ เก้าชีพจรของเย่เฉินจะขาดสะบั้น และเขาจะกลายเป็นเพียงเศษธุลีใต้หล้า "เย่เฉิน เจ้ามันคนโง่เง่าที่สุด..." มู่หลานพึมพำเบาๆ นางรวบรวมลมปราณเซียนบริสุทธิ์เก้าชั้นฟ้าที่บำเพ็ญเพียรมานับร้อยปีเข้าไว้ที่ฝ่ามือเรียวบาง แสงสีขาวนวลทอประกายเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิดรอบกาย อุณหภูมิโดยรอบแปรเปลี่ยนเป็นความหนาเหน็บและอบอุ่นในคราเดียวกัน นี่คือ "เคล็ดวิชาผสานวิญญาณเซียน" วิชาต้องห้ามที่แลกมาด้วยการสูญเสียพลังตบะครึ่งหนึ่งของชีวิตผู้ใช้ นางประคองร่างอันไร้เรี่ยวแรงของเย่เฉินขึ้นมาแนบชิดอกอุ่น ฝ่ามือเรียวแนบลงบนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ของเขา ทันใดนั้น อักขระเวทโบราณนับพันตัวก็สתוนสะท้านขึ้นกลางอากาศ รอบกายทั้งสองถูกห่อหุ้มด้วยม่านพลังปราณรูปดอกบัวขาวบริสุทธิ์ "อึ๡...!" เสียงครางต่ำด้วยความเจ็บปวดหลุดจากลำปากของมู่หลาน เมื่อปราณพิษสีดำมืดของเย่เฉินทะลักย้อนกลับมาโจมตีเส้นชีพจรของนาง การถ่ายทอดพลังรักษาในระดับนี้ มิใช่เพียงการถ่ายเทปราณ แต่เป็นการ "รับเคราะห์แทนกัน" อย่างแท้จริง พิษร้ายที่กัดกินเย่เฉิน กำลังกัดเซาะซอกซอนเข้าสู่ร่างเซียนอันบริสุทธิ์ของนางทีละน้อย ผิวพรรณที่เคยเปล่งประกายดุจหยกขาวบัดนี้ปรากฏเส้นสายสีดำคล้ำแผ่ขยายลุกลามจากหัวไหล่ลงสู่ปลายนิ้ว ความเจ็บปวดราวกับถูกไฟนรกแผดเผาซ้ำเติมด้วยความหนาเหน็บของน้ำแข็งพันปี ทำให้นางเกือบจะหมดสติ แต่ภาพของบุรุษในอ้อมกอดที่กำลังต่อ ู้เพื่อลมหายใจสุดท้าย ทำให้มู่หลานขบกรามแน่น ฝืนโคจรลมปราณเฮือกสุดท้ายกดข่มความทรมานไว้ "ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตาย... หากฟ้าดินต้องการชีวิตเจ้า ข้าผู้นี้จะเป็นผู้ใช้กระบี่ต้านทานฟ้าดินแทนเจ้าเอง!" วาจานั้นมิใช่คำกล่าวลอยลม แต่เป็นคำสัตย์สาบานแห่งดวงวิญญาณ หยาดน้ำตาใสบริสุทธิ์หยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาของเซียนสาวผู้เย็นชา กระทบลงบนหน้าผากของเย่เฉิน หยาดน้ำตานี้มิใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือ "หยาดน้ำตาสวรรค์" ของจริง น้ำตาที่เปี่ยมด้วยความรัก ความแค้น ความอาลัย และพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ ทันทีที่หยาดน้ำตาสัมผัสผิวหน้าของเย่เฉิน ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด! แสงสีขาวเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องน้ายามรัตติกาล แหวกเมฆหมอกทมิฬจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ ปราณเซียนของมู่หลานหลอมรวมเข้ากับตันเถียนของเย่เฉินอย่างสมบูรณ์ เสียงคำรามดังกึกก้องในห้วงความคิดของชายหนุ่ม ราวกับเสียงกระบี่นับหมื่นเล่มกำลังถูกตีขึ้นใหม่ในเตาหลอมอันร้อนระอุ บาดแผลทั่วร่างของเย่เฉินสมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ลมหายใจที่เคยรวยรินกลับมาหนักแน่นและทรงพลังอีกครั้ง ทว่า... ในขณะที่เย่เฉินกำลังฟื้นคืนชีพ พลังตบะของมู่หลานกลับดิ่งฮวบลงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยงดงามไร้ที่ติบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ริมฝีปากของนางกระอักโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต สาดกระเซ็นลงบนอาภรณ์สีขาวสะอาดตาจนกลายเป็นรอยด่างดวงราวกับดอกเหมยในเหมันตฤดู "มู่หลาน...!" เสียงทุ้มต่ำอันทรงพลังดังขึ้นพร้อมกับการลืมตาโพรงของเย่เฉิน นัยน์ตาทั้งสองข้างของเขากลายเป็นสีทองประกายเจิดจ้า กลิ่นอายกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่พุ่งออกรอบทิศทางจนพื้นดินรอบกายสั่นสะเทือน เย่เฉินคว้าตัวหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขน สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่กำลังแผ่ซ่านจากร่างของนาง เขารีบส่งลมปราณของตนเองกลับคืนเพื่อพยุงชีพจรของนางทันที ทว่ากลับสายเกินไป... พิษกระดูกมังกรที่นางรับแทนเขา ได้กัดกินเข้าสู่หัวใจเซียนของนางเสียแล้ว มู่หลานแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามที่สุดในรอบร้อยปี รอยยิ้มที่มีให้เพียงเขาผู้เดียว นางเอื้อมมืออันสั่นเทาขึ้นสัมผัสแก้มสากของชายหนุ่ม แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความโล่งอกและความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง "ในที่สุด... เจ้าก็ปลอดภัยแล้ว..." นางกระซิบแผ่วเบา เสียงของนางขาดห้วงราวกับลมหายใจใกล้สิ้นสุด "เจ้าทำบ้าอะไรลงไป! ใครใช้ให้เจ้ามารับเคราะห์แทนข้า!" เย่เฉินคำราม เสียงของเขาสั่นเครือเป็นครั้งแรกในชีวิต ความทระนงตนทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อเห็นหญิงสาวผู้เย็นชาต้องมานอนจมกองเลือดเพราะตนเอง "เพราะ... เจคือ... วิถีเซียน... ของข้า..." สิ้นคำพูดนั้น ศีรษะของมู่หลานก็พับตกลงสู่อ้อมกอดของเย่เฉิน ลมหายใจของนางหยุดนิ่งสนิท ม่านพลังปราณรูปดอกบัวแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวโปรยปรายลงมาราวกับหิมะโปรย เย่เฉินเบิกตากว้าง หัวใจของเขาราวกับถูกควักออกไปทั้งดวง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงสายลมยามวิกาลที่พัดหวีดหวิวราวกับเสียงหัวเราะเยาะของสวรรค์ ทว่า... ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเข้ากัดกินจิตใจ ร่างของมู่หลานที่ควรจะไร้ลมหายใจ กลับเริ่มเรืองแสงสีทองอร่ามขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับรอยสักรูปกระบี่โบราณที่ปรากฏขึ้นกลางหน้าผากของนาง... และเงาร่างปริศนาเจ็ดร่างที่ก้าวออกมาจากมิติความมืดเบื้องหน้า พร้อมเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่สั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ! - ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ - หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%