สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่เกลียดคำว่าคอลแลบ•ตอนที่ 1

แปลนบ้านกับน้ำตาลไหม้

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าแปลนร้านของคุณมันใช้งานได้จริง ป่านนี้ตึกนี้คงถล่มลงมาทับลูกค้าคาโต๊ะพุดดิ้งไปนานแล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้นเรียบๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องกระจกขนาดกลางที่กำลังจะกลายเป็นร้านเบเกอรี่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อาร์ต สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอก ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้สักด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังกวาดมองแปลนกระดาษแผ่นใหญ่ในมือสลับกับสภาพห้องจริงรอบตัวอย่างจับผิด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกระดาษเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังประเมินความพินาศที่อยู่ตรงหน้า ตรงข้ามกันนั้น ขนมผิง เจ้าของร้านขนมหวานสไตล์โฮมเมดถึงกับสูดหายใจเข้าลึกจนไหล่ยก เธอกำลังใช้ไม้พายซิลิโคนเคาะโต๊ะไม้ตัวยาวดัง *ปุก* ด้วยความหมั่นไส้ ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองจนแทบจะมีควันพุ่งออกมาจากหูอยู่แล้ว "นี่คุณ! พูดให้มันดีๆ นะคะ... เอ๊ย! หมายถึง พูดให้มันดีๆ หน่อยสิคะ!" ขนมผิงเกือบหลุดปากใช้สรรพนามตามความคุ้นเคย แต่เพราะความหัวเสียจึงรีบเปลี่ยนคำแทบไม่ทัน "ร้านนี้ฉันออกแบบเองกับมือ อบอุ่น โฮมมี่ ละมุนละไม เหมาะกับเค้กชิฟฟอนนุ่มๆ ของฉันตรงไหนไม่ทราบ!" "โฮมมี่เหรอครับ" อาร์ตเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันนิดๆ ชวนให้คนมองอยากจะเดินเข้าไปหยิกสักที "ผมเรียกว่า 'รกเรื้อและไร้ระเบียบแบบแผน' ต่างหากครับคุณผิง ประตูครัวอยู่ห่างจากโซนเสิร์ฟเกือบสิบเมตร แถมโต๊ะตัวนี้นั่งแล้วหัวเข่าชนเสาพอดีเป๊ะ ถ้าลูกค้าอ้วนหน่อยคงต้องเดินตะแคงเข้าร้าน หรือไม่ก็ต้องถอดใจกลับบ้านไปเลย" "ก็คนมันชอบบรรยากาศแบบนี้อ่า! ความอบอุ่นมันไม่ต้องเป๊ะตามบรรทัดฐานสถาปนิกจอมเนิร์ดของคุณหรอกนะ!" ขนมผิงเดินดุ่มๆ เข้าไปแย่งกระดาษแปลนในมืออีกฝ่ายมาถือไว้เองด้วยความโมโห จนกระดาษสั่นพับๆ ตามแรงอารมณ์ "ฉันไม่สนหรอกนะว่าคุณจะเป็นสถาปนิกรางวัลโนเบลมาจากไหน พี่ธันเพื่อนคุณบังคับให้คุณมาช่วยดูร้านให้ฉันเฉยๆ หรอกน่า ถ้าจะมาเพื่อวิจารณ์ให้เสียกำลังใจ เชิญกลับไปนั่งตากแอร์เขียนแบบเนี๊ยบๆ ของคุณที่ออฟฟิศโน่นเลยไป!" อาร์ตมองท่าทางฟึדฟัฟพองขนของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความรู้สึกเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูที่กำลังพยายามขู่แง่งใส่เสือโคร่ง ทั้งที่ตัวนิดเดียว เขายกมือขึ้นดันแว่นเล็กน้อย เดินเข้าไปใกล้จนขนมผิงต้องผถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของเนยแท้และวานิลลาที่ติดตัวเธอมาลอยแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและสีทาบ้านใหม่ "ผมไม่ได้ว่างพอนะครับที่จะมาเสียเวลาทะเลาะกับคุณ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยใกล้เสียจนขนมผิงต้องเงยหน้าขึ้นมอง "แต่ที่ผมต้องยืนอยู่ตรงนี้ เพราะเพื่อนผมมันรับปากพี่สาวคุณไว้แล้ว และในเมื่อผมรับงานนี้มา ผมก็ทำให้มันเละเทะไม่ได้... ร้านขนมของคุณจะขายดีหรือเจ๊ง ผมไม่แคร์หรอครับ แต่ถ้ามันพังเพราะโครงสร้างห่วยๆ คนที่ซวยคือผม เพราะชื่อเสียงผมมันค้ำคออยู่" คำพูดตรงไปตรงมาแบบขวานผ่าซากทำเอาขนมผิงพูดไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตมองสบกับดวงตาสีนิลคู่คมที่นิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ผู้ชายคนนี้ช่างเย็นชาและน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก! "งั้นก็เชิญคุณสถาปนิกผู้สูงส่ง แก้แปลนบ้าๆ นี่ตามใจชอบเลยค่ะ! ฉันจะไปดูเตาอบขนมในครัว ไม่ต้องมาเรียกถ้าไม่จำเป็น!" ขนมผิงสะบัดหน้าหนี หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าปังๆ เข้าไปยังโซนครัวหลังร้านทันที ทิ้งให้อาร์ตยืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขาก้มลงมองกระดาษแปลนในมืออีกครั้ง ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหยิบดินสอไม้ขึ้นมาเตรียมจะขีดฆ่าเส้น *ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกหน้าร้านเบาๆ เรียกร้องความสนใจ ทำให้อาร์ตหันไปมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าร้าน มือถือโทรศัพท์มือถือแนบหู พร้อมกับส่งซิกให้อาร์ตเปิดประตูให้ อาร์ตขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินไปปลดกลอนแล้วผลักประตูกระจกเปิดออก "แกมาทำไมเนี่ยไอ้ธัน บอกว่าให้รอที่ออฟฟิศไม่ใช่เหรอ" พี่ธัน เพื่อนสนิทตัวดีหัวเราะร่วน เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับถุงกาแฟเย็นในมือ ยักคิ้วให้เพื่อนรักแบบมีเลศนัย "ก็เป็นห่วงกลัวแกจะโดนเจ้าของร้านเอาไม้พายตีหัวแบะไปซะก่อนน่ะสิ ว่าแต่... บรรยากาศเป็นไงบ้างวะ เคมีเข้ากันดีไหม" "เข้ากันกับผีสิครับ ร้านนี้ถ้าไม่รื้อทำใหม่ทั้งระบบ เตรียมตัวเจ๊งตั้งแต่สามเดือนแรกได้เลย" อาร์ตส่ายหัวอย่างระอา ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวที่เขาเพิ่งตำหนิไปเมื่อครู่ "เอาน่า ใจเย็นๆ ขนมผิงเขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ น่ารักดีออก หัวดื้อหน่อยแต่ใจดี" พี่ธันตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบเบาๆ "เออ... พูดถึงเรื่องร้านเนี่ย เมื่อกี้ตอนฉันเดินมา ฉันบังเอิญไปเจอเอกสารใบนึงวางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวหลังร้าน เป็นกระดาษโน้ตเขียนด้วยลายมือยุกยิก... แกอยากรู้ไหมว่าเขาเขียนอะไรไว้เกี่ยวกับแก?" อาร์ตชะงัก เงยหน้ามองเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยระคนระแวง "อะไรของแก?" พี่ธันยิ้มกริ่ม ดึงกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่แอบหยิบติดมือมาคลี่ออก อ่านออกเสียงเบาๆ ด้วยน้ำเสียงล้อเลียน *"สถาปนิกหน้าตาย ปากหมาเป็นที่สุด ตัวก็สูงโย่งยังกับเสาไฟฟ้า หน้าตาเหมือนคนอกหักตลอดเวลา... แต่... แปลกแฮะ ยืนเถียงกันเมื่อกี้ หัวใจดันเต้นแรงชะมัด บ้าจริง..."* อาร์ตตาโตขึ้นเล็กน้อย ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฝีเท้าเบาๆ จะดังขึ้นจากหลังร้าน พร้อมกับเงาร่างของขนมผิงที่เดินถือถาดเค้กออกมาพอดี เธอนิ่งค้างไปเมื่อเห็นว่าในมือของพี่ธันถืออะไรอยู่ และเห็นสายตาของอาร์ตที่กำลังจ้องตรงมายังเธอด้วยประกายตาแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่เกลียดคำว่าคอลแลบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%