"ถ้าแปลนร้านของคุณมันใช้งานได้จริง ป่านนี้ตึกนี้คงถล่มลงมาทับลูกค้าคาโต๊ะพุดดิ้งไปนานแล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้นเรียบๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องกระจกขนาดกลางที่กำลังจะกลายเป็นร้านเบเกอรี่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
อาร์ต สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอก ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้สักด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังกวาดมองแปลนกระดาษแผ่นใหญ่ในมือสลับกับสภาพห้องจริงรอบตัวอย่างจับผิด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกระดาษเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังประเมินความพินาศที่อยู่ตรงหน้า
ตรงข้ามกันนั้น ขนมผิง เจ้าของร้านขนมหวานสไตล์โฮมเมดถึงกับสูดหายใจเข้าลึกจนไหล่ยก เธอกำลังใช้ไม้พายซิลิโคนเคาะโต๊ะไม้ตัวยาวดัง *ปุก* ด้วยความหมั่นไส้ ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองจนแทบจะมีควันพุ่งออกมาจากหูอยู่แล้ว
"นี่คุณ! พูดให้มันดีๆ นะคะ... เอ๊ย! หมายถึง พูดให้มันดีๆ หน่อยสิคะ!" ขนมผิงเกือบหลุดปากใช้สรรพนามตามความคุ้นเคย แต่เพราะความหัวเสียจึงรีบเปลี่ยนคำแทบไม่ทัน "ร้านนี้ฉันออกแบบเองกับมือ อบอุ่น โฮมมี่ ละมุนละไม เหมาะกับเค้กชิฟฟอนนุ่มๆ ของฉันตรงไหนไม่ทราบ!"
"โฮมมี่เหรอครับ" อาร์ตเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันนิดๆ ชวนให้คนมองอยากจะเดินเข้าไปหยิกสักที "ผมเรียกว่า 'รกเรื้อและไร้ระเบียบแบบแผน' ต่างหากครับคุณผิง ประตูครัวอยู่ห่างจากโซนเสิร์ฟเกือบสิบเมตร แถมโต๊ะตัวนี้นั่งแล้วหัวเข่าชนเสาพอดีเป๊ะ ถ้าลูกค้าอ้วนหน่อยคงต้องเดินตะแคงเข้าร้าน หรือไม่ก็ต้องถอดใจกลับบ้านไปเลย"
"ก็คนมันชอบบรรยากาศแบบนี้อ่า! ความอบอุ่นมันไม่ต้องเป๊ะตามบรรทัดฐานสถาปนิกจอมเนิร์ดของคุณหรอกนะ!" ขนมผิงเดินดุ่มๆ เข้าไปแย่งกระดาษแปลนในมืออีกฝ่ายมาถือไว้เองด้วยความโมโห จนกระดาษสั่นพับๆ ตามแรงอารมณ์ "ฉันไม่สนหรอกนะว่าคุณจะเป็นสถาปนิกรางวัลโนเบลมาจากไหน พี่ธันเพื่อนคุณบังคับให้คุณมาช่วยดูร้านให้ฉันเฉยๆ หรอกน่า ถ้าจะมาเพื่อวิจารณ์ให้เสียกำลังใจ เชิญกลับไปนั่งตากแอร์เขียนแบบเนี๊ยบๆ ของคุณที่ออฟฟิศโน่นเลยไป!"
อาร์ตมองท่าทางฟึדฟัฟพองขนของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความรู้สึกเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูที่กำลังพยายามขู่แง่งใส่เสือโคร่ง ทั้งที่ตัวนิดเดียว
เขายกมือขึ้นดันแว่นเล็กน้อย เดินเข้าไปใกล้จนขนมผิงต้องผถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของเนยแท้และวานิลลาที่ติดตัวเธอมาลอยแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและสีทาบ้านใหม่
"ผมไม่ได้ว่างพอนะครับที่จะมาเสียเวลาทะเลาะกับคุณ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยใกล้เสียจนขนมผิงต้องเงยหน้าขึ้นมอง "แต่ที่ผมต้องยืนอยู่ตรงนี้ เพราะเพื่อนผมมันรับปากพี่สาวคุณไว้แล้ว และในเมื่อผมรับงานนี้มา ผมก็ทำให้มันเละเทะไม่ได้... ร้านขนมของคุณจะขายดีหรือเจ๊ง ผมไม่แคร์หรอครับ แต่ถ้ามันพังเพราะโครงสร้างห่วยๆ คนที่ซวยคือผม เพราะชื่อเสียงผมมันค้ำคออยู่"
คำพูดตรงไปตรงมาแบบขวานผ่าซากทำเอาขนมผิงพูดไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตมองสบกับดวงตาสีนิลคู่คมที่นิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ผู้ชายคนนี้ช่างเย็นชาและน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก!
"งั้นก็เชิญคุณสถาปนิกผู้สูงส่ง แก้แปลนบ้าๆ นี่ตามใจชอบเลยค่ะ! ฉันจะไปดูเตาอบขนมในครัว ไม่ต้องมาเรียกถ้าไม่จำเป็น!"
ขนมผิงสะบัดหน้าหนี หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าปังๆ เข้าไปยังโซนครัวหลังร้านทันที ทิ้งให้อาร์ตยืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากอย่างผู้ชนะ
เขาก้มลงมองกระดาษแปลนในมืออีกครั้ง ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหยิบดินสอไม้ขึ้นมาเตรียมจะขีดฆ่าเส้น
*ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะกระจกหน้าร้านเบาๆ เรียกร้องความสนใจ ทำให้อาร์ตหันไปมองผ่านกระจกใสบานใหญ่
ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าร้าน มือถือโทรศัพท์มือถือแนบหู พร้อมกับส่งซิกให้อาร์ตเปิดประตูให้
อาร์ตขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินไปปลดกลอนแล้วผลักประตูกระจกเปิดออก "แกมาทำไมเนี่ยไอ้ธัน บอกว่าให้รอที่ออฟฟิศไม่ใช่เหรอ"
พี่ธัน เพื่อนสนิทตัวดีหัวเราะร่วน เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับถุงกาแฟเย็นในมือ ยักคิ้วให้เพื่อนรักแบบมีเลศนัย "ก็เป็นห่วงกลัวแกจะโดนเจ้าของร้านเอาไม้พายตีหัวแบะไปซะก่อนน่ะสิ ว่าแต่... บรรยากาศเป็นไงบ้างวะ เคมีเข้ากันดีไหม"
"เข้ากันกับผีสิครับ ร้านนี้ถ้าไม่รื้อทำใหม่ทั้งระบบ เตรียมตัวเจ๊งตั้งแต่สามเดือนแรกได้เลย" อาร์ตส่ายหัวอย่างระอา ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวที่เขาเพิ่งตำหนิไปเมื่อครู่
"เอาน่า ใจเย็นๆ ขนมผิงเขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ น่ารักดีออก หัวดื้อหน่อยแต่ใจดี" พี่ธันตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบเบาๆ "เออ... พูดถึงเรื่องร้านเนี่ย เมื่อกี้ตอนฉันเดินมา ฉันบังเอิญไปเจอเอกสารใบนึงวางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวหลังร้าน เป็นกระดาษโน้ตเขียนด้วยลายมือยุกยิก... แกอยากรู้ไหมว่าเขาเขียนอะไรไว้เกี่ยวกับแก?"
อาร์ตชะงัก เงยหน้ามองเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยระคนระแวง "อะไรของแก?"
พี่ธันยิ้มกริ่ม ดึงกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่แอบหยิบติดมือมาคลี่ออก อ่านออกเสียงเบาๆ ด้วยน้ำเสียงล้อเลียน
*"สถาปนิกหน้าตาย ปากหมาเป็นที่สุด ตัวก็สูงโย่งยังกับเสาไฟฟ้า หน้าตาเหมือนคนอกหักตลอดเวลา... แต่... แปลกแฮะ ยืนเถียงกันเมื่อกี้ หัวใจดันเต้นแรงชะมัด บ้าจริง..."*
อาร์ตตาโตขึ้นเล็กน้อย ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ
ก่อนที่เสียงฝีเท้าเบาๆ จะดังขึ้นจากหลังร้าน พร้อมกับเงาร่างของขนมผิงที่เดินถือถาดเค้กออกมาพอดี เธอนิ่งค้างไปเมื่อเห็นว่าในมือของพี่ธันถืออะไรอยู่ และเห็นสายตาของอาร์ตที่กำลังจ้องตรงมายังเธอด้วยประกายตาแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้นะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่เกลียดคำว่าคอลแลบ•ตอนที่ 1
แปลนบ้านกับน้ำตาลไหม้
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่เกลียดคำว่าคอลแลบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!