"ถ้าคุณยังเดินวนเวียนอยู่แถวตู้เค้กมะพร้าวอ่อนของผมด้วยสายตาประเมินราคาเหมือนจะเอาไปรื้อสร้างใหม่แบบนี้อีกรอบ ผมจะคิดค่าลิขสิทธิ์สายตาตารางเมตรละห้าร้อยบาทนะครับคุณสถาปนิก"
เสียงหวานที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์ไม้สักเก่าคร่ำคร่า ขนมผิงในผ้ากันเปื้อนสีครีมเปื้อนแป้งบางเบาตรงมุมปาก ยืนกอดอกมองผู้ชายในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่ยืนถือสมุดสเก็ตช์เล่มหนาอยู่กลางร้าน *'บ้านละมุนละไม'* ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น
อาร์ตเงยหน้าขึ้นจากกระดาษร่างแบบ แว่นสายตาเลนส์ใสสะท้อนแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟวินเทจ เขาไม่ได้มีท่าทีสะทกสะทاخต่อคำขู่ของเจ้าของร้านแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแต่ดันกรอบแว่นขึ้นด้วยนิ้วชี้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่มักจะทำให้คนฟังอยากจะปาพายบลูเบอร์รี่ใส่หน้าเขาสักที
"ผมแค่กำลังคำนวณโครงสร้างรับน้ำหนักของชั้นวางขนมครับ ผิง... ร้านคุณเปิดมาสามสิบปี เสาไม้สักทองพวกนี้เริ่มล้าแล้ว ถ้าวันดีคืนดีมีลูกค้าตัวใหญ่ใจดีเข้ามากินเค้กแล้วกระแทกโต๊ะแรงหน่อย ผมเกรงว่าโครงสร้างฝั่งนี้อาจจะกลายเป็นโมเดิร์นอาร์ตแบบไม่ตั้งใจ"
"ร้านผมแข็งแรงกว่าหน้าตาคุณเยอะครับ!" ขนมผิงสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความหมั่นไส้ "แล้วก็เลิกเรียกผมเฉยๆ แบบสนิทสนมได้แล้ว เราไม่ได้ดองกันที่นาแปลงไหน คุณเป็นแค่วิศวกร... เอ้ย สถาปนิกที่เพื่อนผมจ้างมาดูฮวงจุ้ย ไม่ใช่สิ มาดูโครงสร้างร้านต่างหาก"
อาร์ตยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เห็น มันเป็นรอยยิ้มที่ซ่อนความกวนประสาทไว้เต็มพิกัดจนขนมผิงต้องเมินหน้าหนีไปจัดกล่องเค้กเพื่อซ่อนอาการใจสั่นแปลกๆ ที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งเวลาที่ผู้ชายคนนี้โน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อชี้ให้ดูรอยร้าวบนผนัง
บรรยากาศภายในร้านช่วงบ่ายคล้อยเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ เคล้ากลิ่นหอมกรุ่นของเนยและวานิลลาที่อบอวลไปทั่วห้อง อาร์ตมองแผ่นหลังบางที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดขนม สายตาของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้มองสำรวจโครงสร้างตึกอีกต่อไปแล้ว แต่ทอดมองความดื้อรั้นที่แสดงออกทางท่าทางของคนตรงหน้าอย่างพิจารณา
เขารู้ดีว่าทำไมขนมผิงถึงเกลียดคำว่า 'คอลแลบ' นัก... สำหรับคนอื่น มันอาจจะเป็นโอกาสทางธุรกิจ การขยายฐานลูกค้า หรือการสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่สำหรับขนมผิง ร้านนี้คือความทรงจำ คือกลิ่นอายของยายผู้ล่วงลับที่ทิ้งสูตรลับอบอวลอยู่ในทุกอณูของแป้งและน้ำตาล การที่มีคนนอกอย่างบริษัทสถาปนิกชื่อดังเข้ามาแตะต้อง มันจึงเท่ากับการรื้อถอนรากเหง้าทางจิตใจ
แต่โลกธุรกิจไม่ได้ใจดีกับความทรงจำ... นั่นคือสิ่งที่อาร์ตบอกกับตัวเองมาตลอด จนกระทั่งเขาได้ก้าวเข้ามาในร้านนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน
"โอเคครับ เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าผมไม่ได้มารื้อร้านคุณทิ้งเพื่อสร้างคอนโดมิเนียมไฮไลท์ ผมมีข้อเสนอ" อาร์ตปิดสมุดสเก็ตช์ดัง *ปั๊ก* วางมันลงบนโต๊ะไม้ตัวเดิม
ขนมผิงหันกลับมาทันที หรี่ตามองอย่างระแวง "ข้อเสนออะไรของคุณอีก อย่าบอกนะว่าจะให้ผมทุบผนังฝั่งนู้นแล้วทำกระจกใสแบบมินิมอลตามเทรนด์เกาหลี ผมไม่เอาเด็ดขาดนะ!"
"ใจเย็นครับคุณเจ้าของร้าน ผมไม่ใช่พวกชอบทำตามกระแส" อาร์ตหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาหนึ่งแผ่น กับปากกาหมึกซึมด้ามหรูที่พกติดตัวเสมอ เขาก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว "นี่คือกฎสามข้อของผม ในการปรับปรุงร้านโดยที่คุณยังรักษาจิตวิญญาณเดิมไว้ได้ครบถ้วน"
ชายหนุ่มเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นข้ามเคาน์เตอร์ไปหยุดอยู่ตรงหน้าขนมผิง
เจ้าของร้านขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มลงอ่านข้อความด้วยลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับพิมพ์ออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์
*กฎสามข้อในการปรับปรุง 'บ้านละมุนละไม' โดยสถาปนิกผู้เรื่องมาก:*
*ข้อ 1: ห้ามแตะต้องตู้เค้กไม้สักโบราณตัวนี้เด็ดขาด ยกเว้นแต่การซ่อมแซมบานพับที่ฝืด*
*ข้อ 2: สูตรขนมและกลิ่นอายความอบอุ่นภายในร้าน จะต้องคงอยู่ 100% ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนเป็นคาเฟ่ปูนเปลือยคูลๆ เด็ดขาด*
*ข้อ 3: เจ้าของร้านจะต้องยอมรับฟังคำอธิบายทางวิศวกรรมของผมวันละอย่าง โดยแลกกับการที่ผมจะยอมกินเค้กมะพร้าวอ่อนฝีมือคุณจนหมดชิ้น โดยไม่บ่นว่าหวานเกินไป*
อ่านจบ ขนมผิงก็เงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มด้วยความประหลาดใจระคนขบขัน "ข้อสามนี่มันกติกาการทำงานหรือข้ออ้างในการกินฟรีกันแน่ครับคุณอาร์ต?"
"ถือว่าเป็นสวัสดิการของที่ปรึกษาโครงการครับ" อาร์ตตอบหน้าตาย สายตาสีเข้มมองตรงมาที่เธออย่างจริงจัง "ว่ายังไงครับ... กฎสามข้อนี้ แลกกับการที่ผมจะไม่ยุ่งกับผนังปูนฉาบโบราณของคุณ คุณรับข้อเสนอไหม?"
ขนมผิงกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างใช้ความคิด ข้อเสนอของเขามันดูแฟร์เกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาเพื่อบังคับฝืนใจอย่างที่เธอกลัว แต่เขากำลังหา 'จุดตรงGลาง' ระหว่างความปลอดภัยของโครงสร้างกับความทรงจำในวัยเด็กของเธออย่างชาญฉลาด
"ก็ได้..." ขนมผิงยอมพยักหน้าช้าๆ แต่ไม่วายส่งค้อนวงใหญ่ไปให้ "แต่ถ้าโครงสร้างร้านผมพังเพราะลายมือการคำนวณของคุณ ผมจะฟ้องคุณข้อหาทำลายโบราณสถานแน่"
อาร์ตหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่อบอุ่นและมีเสน่ห์จนขนมผิงต้องรีบเบือนหน้าหนีไปเสิร์ฟน้ำให้ลูกค้าโต๊ะอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าว
แต่ความเงียบสงบในร้านไม่ได้อยู่กับพวกเขานานนัก เมื่อเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊งขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่และรอยยิ้มกว้างที่คุ้นเคย
"สวัสดีครับคนสวย พี่ธันคนเดิม เพิ่มเติมคือเอาข่าวดีมาบอก!" พี่ธัน เพื่อนสนิทตัวดีของอาร์ตเดินดุ่มๆ ตรงมาที่เคาน์เตอร์โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุระหว่างคนทั้งสอง
อาร์ตขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นเพื่อนรักโผล่มาผิดเวลา ส่วนขนมผิงหันไปยิ้มรับด้วยความยินดีตามประสาคนอัธยาศัยดี
"มีข่าวดีอะไรเหรอครับพี่ธัน หรือว่าโปรเจกต์คอลแลบร้านผมถูกยกเลิกแล้ว?" ขนมผิงเอ่ยแซ
พี่ธันหัวเราะร่า วางช่อดอกไม้ลงบนเคาน์เตอร์ก่อนจะหันไปตบไหล่อาร์ตแรงๆ จนร่างสูงเซเล็กน้อย "ยกเลิกอะไรกันเล่า ยิ่งกว่าได้อีก! น้องผิงรู้ไหมครับว่าตานี่... ไอบ้าอาร์ตเนี่ย มันเพิ่งแอบไปปฏิเสธงานโปรเจกต์ใหญ่ระดับประเทศมูลค่าหลายสิบล้านเมื่อเช้า เพื่อที่จะมานั่งเฝ้าร้านขนมเค้กเก่าๆ ให้ผิงเนี่ยนะ!"
บรรยากาศในร้านราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลาทันที
ขนมผิงเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าคมสันเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างเห็นได้ชัด แววตาของอาร์ตไหววูบไปชั่วขณะเมื่อความลับที่เขาตั้งใจจะเก็บไว้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
มือหนาของอาร์ตเอื้อมไปคว้าแขนเสื้อของพี่ธันไว้แน่น พยายามส่งซิกทางสายตาให้เพื่อนรักหุบปาก แต่สายเกินไปเสียแล้ว
"เอ่อ... พี่พูดมากไปเหรอวะ?" พี่ธันเพิ่งรู้ตัว กวาดสายตามองหน้าอาร์ตสลับกับขนมผิงที่ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้น
อาร์ตสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาหันกลับมาสบตากลมโตที่เต็มไปด้วยความตกใจและคำถามมากมายของขนมผิง ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยประโยคที่ทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นกว่าปกติเล็กน้อย
"ผิง... คือผม..."
*- สายลมแผ่วเบา-*
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่เกลียดคำว่าคอลแลบ•ตอนที่ 3
กฎสามข้อของร้านขนม
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่เกลียดคำว่าคอลแลบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!