หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้ากะพริบเป็นจังหวะกระชั้นชิด แสงสีแดงวาบสะท้อนบนม่านตาของคีรินราวกับหยดเลือดที่ถูกสาดลงบนกระจกฝ้า ไฟล์ข้อมูลลับสุดยอดขนาดมหึมาสามชั้นการเข้ารหัสกำลังไหลทะลักออกสู่พิกัดภายนอกสถานีด้วยความเร็วสูง เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสามดังเป็นจังหวะต่ำทุ้มอยู่ในอก ทว่าสิ่งที่ตรึงร่างของเขาให้แข็งค้างไปชั่วขณะ ไม่ใช่ปริมาณข้อมูลที่กำลังรั่วไหล หากแต่เป็นตัวหนังสือสีขาวสว่างที่ปรากฏเด่นหราในช่อง 'ผู้สั่งการ'
รหัสประจำตัวอักษรผสมตัวเลขชุดนั้น... มันฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของเขามานานนับทศวรรษ
"รหัสของพ่อผม..." เสียงของคีรินกระซิบแผ่วเบาในความเงียบงันของห้องควบคุมหลัก ทว่ามันกลับหนักอึ้งราวกับก้อนตะกั่วที่ถ่วงดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
เอเลียสซึ่งยืนพิงแผงควบคุมอยู่อีกด้านขยับตัวอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกราบกวาดมองชุดโค้ดบนหน้าจอด้วยความฉกรรจ์ นิ้วเรียวยาวของวิศวกรดวงดาวกดแป้นพิมพ์ลัดเพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกขึ้นมาตรวจสอบโดยไม่รอช้า บรรยากาศรอบตัวพวกเขาร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น แม้ว่าอุณหภูมิในห้องควบคุมจะถูกตั้งไว้ที่ความเย็นระดับมาตรฐานก็ตาม
"คุณแน่ใจนะว่าตาไม่ฝาด" เอเลียสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาก็จริง แต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียดที่พยายามกดเอาไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม "ระบบความปลอดภัยระดับนีออนไม่เคยอนุญาตให้รหัสที่ถูกลบไปแล้วกลับมาใช้งานซ้ำ ยกเว้นเสียแต่ว่า... คนๆ นั้นไม่เคยตายตั้งแต่แรก หรือมีใครบางคนกำลังเล่นตลกกับหลุมศพ"
คีรินหันขวับมามองวิศวกรหนุ่ม แววตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างฉับพลัน "อย่ามาพูดจาไร้สาระน่า เอเลียส ร่างของพ่อผมถูกฝังไว้ในสุสานอวกาศเซกتور 4 ผมเป็นคนยืนยันเอกสารมรณะนั่นด้วยมือของตัวเองเมื่อสิบปีก่อน!"
"อ๋อเหรอครับ งั้นคุณช่วยอธิบายหน่อยสิว่า ทำไมรหัสผ่านที่ตายไปแล้วถึงกำลังดึงข้อมูลโครงการ 'อีเธอร์เน็ต' ซึ่งเป็นโปรเจกต์ลับสุดยอดที่คุณเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง... ออกไปนอกสถานีล่ะ?" เอเลียสสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดในระยะที่ความกดอากาศระหว่างคนทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง "ในโลกของวิศวกรรม คนเราตายได้ แต่ 'โค้ด' ไม่เคยโกหกใคร... ใครกันแน่ที่กำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ ผู้คุมกฎ"
ก่อนที่คีรินจะทันได้ตอบโต้ด้วยวาจาเชือดเฉือนใดๆ แรงกระแทกมหาศาลก็พุ่งเข้าชนโครงสร้างหลักของสถานีอวกาศจนเกิดเสียงคำรามกึกก้อง คลื่นความสั่นสะเทือนระดับเจ็ดสั่นคลอนไปทั่วทุกตารางนิ้ว พื้นโลหะใต้ฝ่าเท้าสั่นระริกจนทั้งคู่ต้องกางขาออกเพื่อทรงตัว ระบบไฟฉุกเฉินเปลี่ยนจากสีขาวนวลเป็นสีเหลืองอำพันกะพริบวับแวม แสงเงาที่ทอดตัวยาวไปตามผนังทำให้บรรยากาศภายในห้องดูบิดเบี้ยวราวกับภาพหลอน
"เกิดอะไรขึ้น!" คีรินสะบัดตัวหลุดจากภวังค์ ความเป็นมืออาชีพดึงสติเขากลับคืนสู่สถานการณ์คับขันทันที เขากวาดมือเรียกหน้าต่างสถานะโครงสร้างขึ้นมากลางอากาศ
"ไม่ใช่การชนจากอุกกาบาต หรือแรงดันสุญญากาศภายนอก..." เอเลียสกัดฟันกรอด นิ้วมือรัวบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงด้วยความเร็วสูงเพื่อวิเคราะห์คลื่นความถี่ที่กำลังแปรปรวน "แรงสั่นนี่มาจาก... แกนกลางของสถานี แต่มันไม่มีเหตุผลทางฟิสิกส์ข้อไหนอธิบายได้เลยว่าทำไมพลังงานถึงพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้สาเหตุในจุดที่ไม่มีเครื่องจักรทำงาน"
"มิติเหลื่อมล้ำ..." คีรินพึมพำเมื่อเห็นกราฟแสดงค่าความหนาแน่นของอนุภาคในพื้นที่อับสัญญาณพุ่งทะยานจนทะดเพดานวัด "ที่นี่กำลังเกิดความผิด
ปกติทางควอนตัม"
"คุณเรียกว่าความผิดปกติ แต่ผมเรียกว่า 'รอยร้าวในโครงสร้าง' ของความเป็นจริงต่างหากล่ะครับ" เอเลียสพูดเสียงเข้ม ขณะที่แรงสั่นสะเทือนระลอกที่สองรุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนข้าวของบนโต๊ะทำงานกระเด็นตกลงมากระแทกพื้นเหล็กดังสนั่น
สถานีอวกาศทั้งหลังส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดราวกับกระดูกของยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะแตกหัก โครงสร้างโลหะผสมไทเทเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ภายนอกกำลังบิดตัวผิดรูปจากแรงดึงดูดประหลาดที่หาที่มาไม่ได้ ในมุมมองจากหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ความเวิ้งว้างของอวกาศสีดำสนิทเบื้องนอกเริ่มบิดเบี้ยวเป็นคลื่นราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป ดวงดาวนับล้านดวงพร่ามัวและเคลื่อนที่สลับตำแหน่งกันอย่างน่าประหลาด
คีรินพยายามเอื้อมมือไปกดปุ่มล็อกระบบฉุกเฉินเพื่อตัดการเชื่อมต่อพลังงานทั้งหมด แต่ปลายนิ้วของเขากลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อระบบโฮโลแกรมตรงหน้าไม่ได้ตอบสนองคำสั่งของเขาอีกต่อไป หน้าจอทั้งหมดดับวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะสว่างวาบขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยสีเขียวมรกต—สีที่เป็นสัญลักษณ์ของระบบปฏิบัติการยุคเก่าที่สาบสูญไปพร้อมกับอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน
ข้อความใหม่บรรทัดหนึ่งพิมพ์ขึ้นทีละตัวอักษรอย่างเชื่องช้า แต่มั่น1คง บนหน้าจอหลักเบื้องหน้าพวกเขา
*ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกชายของฉัน*
ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลังของคีริน ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ท่ามกลางเสียงคำรามของโครงสร้างสถานีที่กำลังสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง เอเลียสลดมือลงจากแป้นพิมพ์ หันมามองหน้าผู้คุมกฎหนุ่มด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ไม่ใช่ความท้าทาย ไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง แต่เป็นความตระหนักรู้บางอย่างที่น่ากลัวเกินกว่าจะเอ่ยปาก
และในวินาทีที่เงียบงันที่สุดท่ามกลางเสียงโกลาหลนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทเบื้องนอกห้องควบคุม—เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างใจเย็น ราวกับผู้เป็นเจ้าของกำลังเดินอยู่บนพื้นผิวโลก ไม่ใช่ในสถานีอวกาศที่ไร้แรงโน้มถ่วง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ•ตอนที่ 3
รอยร้าวในโครงสร้าง
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดวงดาวปะทะผู้คุมกฎแห่งสุญญากาศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
