บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด•ตอนที่ 9

งานกลุ่มที่น่าหนักใจ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“พี่คะ... หยุดเถอะค่ะ!” เสียงของพายสั่นพร่าขณะที่เธอก้าวฉับๆ เข้าไปคว้าบันทึกเล่มหนาสีซีดจากมือบรรณารักษ์หนุ่มด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก บรรยากาศเงียบกริบของห้องสมุดโซนลึกดูจะกดทับลงมาจนหายใจไม่ออก กวินยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาคมคายคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะความตกตะลึงที่เห็นปกสมุดเล่มนั้นสั่นไหวในมือของคนรักความสงบอย่างเธอ “ขอโทษครับ... ผมแค่เห็นมันวางลืมไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือ เลยกะว่าจะเอาไปเก็บที่เคาน์เตอร์เผื่อมีคนมาตามหา” บรรณารักษ์หนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากสายตาของเขากลับดูเหมือนกำลังสนุกกับ ‘ความลับ’ ที่เพิ่งถูกเปิดออกครึ่งหนึ่ง มีนาที่ยืนอยู่ข้างๆ กวินดูจะตั้งสติได้ก่อนใคร เพื่อนสาวรีบเข้ามาโอบไหล่พายไว้แน่น สัมผัสอุ่นๆ จากเพื่อนทำให้พายรู้สึกเหมือนพายุที่กำลังก่อตัวในอกเริ่มสงบลงเพียงเล็กน้อย “เอาล่ะค่ะพี่ ขอบใจมากนะที่ช่วยเก็บให้ เดี๋ยวพวกเราจัดการต่อเองค่ะ” มีนาตัดบทด้วยรอยยิ้มที่ดูแข็งทื่อเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปหากวิน “กวิน... ไปกันเถอะ ตรงนี้มันอึดอัดนะ” กวินยังไม่ขยับ เขาจ้องมองพาย... จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่วูบไหวราวกับจะค้นหาคำตอบว่า ‘บันทึกเล่มนั้น’ สำคัญเพียงใด พายกอดบันทึกไว้แนบอกแน่นราวกับกอดชีวิตของตัวเองไว้ หัวใจของเธอร่ำร้องอยากจะบอกความจริง แต่คำว่า ‘ความมั่นใจในตัวเองต่ำ’ ที่คอยย้ำเตือนอยู่เสมอกลับกลายเป็นกำแพงหนาที่กั้นเธอไว้ “พาย... โอเคไหม?” กวินถามสั้นๆ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีความเป็นห่วงเจืออยู่จางๆ “ฉัน... ฉันโอเคค่ะ” พายตอบเสียงแผ่ว “ขอตัวก่อนนะคะ พอดีมีงานกลุ่มที่ต้องรีบไปจัดการน่ะค่ะ” เธอหันหลังเดินหนีออกมาทันทีโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองสีหน้าของกวินอีก เธอเดินผ่านชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ที่เปรียบเสมือนป้อมปราการของเธอ ความเงียบในห้องสมุดที่เคยเป็นมิตร กลับกลายเป็นห้องขังที่บีบคั้นหัวใจจนปวดหนึบ งานกลุ่มวิชาประวัติศาสตร์วรรณกรรมที่แสนยากเย็นดูจะไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจเท่ากับการที่ความลับในบันทึกเกือบจะถูกเผยแพร่ต่อหน้าคนที่เธอแอบรัก --- สามวันต่อมา... โต๊ะไม้ตัวยาวในมุมอับของห้องสมุดวิศวะกลายเป็น ‘คุก’ ของพาย กองเอกสารงานวิจัยและแล็ปท็อปหลายเครื่องวางระเกะระกะ พายถูกล้อมรอบด้วยเพื่อนร่วมกลุ่มที่ขยันขันแข็งจนน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะ ‘ธีร์’ ประธานรุ่นวิศวะที่ดูจะกระตือรือร้นกับงานนี้เป็นพิเศษ “พาย ลองดูหัวข้อนี้สิ ผมว่าถ้าเราเน้นไปที่ทฤษฎีอรรถศาสตร์ของบทกวีบทนี้ น่าจะน่าสนใจนะ” ธีร์ขยับเข้ามาใกล้พายมากเกินความจำเป็น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาทำให้พายรู้สึกอึดอัด เธอขยับถอยออกห่างอย่างรักษาระยะห่างที่เหมาะสม “อืม... ก็ดีนะคะ แต่ฉันว่าถ้าเราเพิ่มมุมมองเชิงประวัติศาสตร์เข้าไปด้วยจะลึกซึ้งกว่า” พายตอบพร้อมกับจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในใจพายเฝ้าแต่นึกถึงโซนห้องสมุดคณะอักษรฯ ที่เธอเคยนั่งอ่านหนังสือกับกวิน ทุกเย็นที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งข้อความไปหาเขา งานกลุ่มที่อัดแน่นทำให้เวลาชีวิตของเธอหายไปราวกับถูกดูดกลืน “วันนี้เลิกดึกอีกแล้วเหรอ?” ธีร์ถามขึ้นพลางปิดหน้าจอแล็ปท็อปของเขา “ไปหาอะไรกินกันไหม? ผมเห็นร้านบะหมี่หน้ามหาลัยเปิดใหม่ เห็นว่ารสชาติใช้ได้นะ” “ไม่ดีกว่าค่ะ... ฉันเกรงว่าถ้าทำวันนี้เสร็จ พรุ่งนี้จะได้มีเวลาไปตรวจทานงานส่วนอื่นต่อ” พายปฏิเสธด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น เธอไม่อยากให้ธีร์เข้าใจผิดว่าเธอเปิดโอกาสให้ ขณะที่พายกำลังเก็บสมุดจดเข้ากระเป๋า สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงคุ้นตาที่เดินผ่านหน้าประตูห้องสมุดวิศวะ กวิน... เขามาทำอะไรที่นี่? และที่แย่ไปกว่านั้นคือเขากำลังยืนคุยกับมีนาที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบด้วยท่าทีสนิทสนมจนพายรู้สึกจุกที่ลำคอ “กวิน! พายอยู่ข้างในใช่ไหม?” มีนาตะโกนถาม พายรีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกไปหา “มีนา... กวิน... มีอะไรหรือเปล่าคะ?” กวินหยุดชะงัก สายตาของเขาเลื่อนไปมองธีร์ที่เดินตามหลังพายออกมา ก่อนจะกลับมาจ้องที่ใบหน้าของเธอ “เปล่าหรอก แค่ผ่านมารแถวนี้... เห็นว่าช่วงนี้เธอยุ่งมาก” “อ๋อ... ค่ะ งานกลุ่มน่ะค่ะ เลยไม่ค่อยมีเวลาเลย” พายก้มหน้าลงมองพื้น เธอกำสายกระเป๋าแน่น ความรู้สึกผิดแล่นริ้วในใจที่เธอไม่สามารถอธิบายสถานการณ์ตรงนี้ได้ “ถ้างานยุ่งมาก ก็ไม่ต้องฝืนนะ” กวินกล่าว น้ำเสียงของเขาดูนิ่งสงบเกินไปจนน่ากลัว “เมื่อวานผมไปที่ห้องสมุดอักษรฯ มา แต่ก็ไม่เจอเธอ... ผมเลยซื้อขนมที่เธอชอบมาฝาก แต่คงต้องยกให้คนอื่นแล้วล่ะ” เขายื่นถุงกระดาษใบเล็กให้เธอ พายรับมาด้วยมือที่สั่นเทา กวินหันหลังกลับทันทีโดยไม่มีคำร่ำลา มีนาทำหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ตัดสินใจเดินตามกวินไป ทิ้งให้พายยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บที่จู่ๆ ก็พัดผ่านเข้ามา “แฟนเธอดูเหมือนจะขี้หึงนะ” ธีร์พูดขึ้นเบาๆ ข้างหู พายรีบก้าวถอยห่าง “เขาไม่ใช่แฟนฉันค่ะ... แล้วก็อย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ มันไม่เหมาะสม” เธอเดินแยกตัวออกมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย พายรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับไปยังหอพัก ทันทีที่ถึงห้องเธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียง หยิบบันทึกเล่มนั้นออกมาเปิดดูอีกครั้ง หน้ากระดาษที่จดบันทึกเรื่องราวของกวินไว้มากมายดูจะหมองหม่นลงไปทุกที เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้จะต้องขาดสะบั้นลงแน่นอน เมื่อเธอเปิดไปถึงหน้าสุดท้ายที่ยังไม่ได้เขียนอะไร... เธอกลับพบกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่แทรกอยู่ระหว่างหน้าหนังสือ มันเป็นลายมือที่เธอไม่คุ้นเคย เป็นกระดาษโน้ตสีเหลืองจากบรรณารักษ์คนนั้นที่เธอยังไม่ได้อ่านมันอย่างละเอียด *‘บันทึกเล่มนี้มีคนอ่านมากกว่าที่คุณคิด... และหนึ่งในนั้นเพิ่งจะรู้ว่าคุณแอบรักใครตั้งแต่วันที่เขาหยิบมันขึ้นมาถือในมือ’* ความเย็นวาบแล่นเข้าสู่ไขสันหลัง พายรีบพลิกไปอ่านข้อความด้านหลังของบันทึกที่เป็นลายมือคุ้นตา... ลายมือของกวินที่เขียนทับลงบนรอยหมึกเก่าๆ ของเธอว่า *‘ทำไมถึงคิดว่าผมไม่รู้... ในเมื่อผมแอบมองเธออ่านสมุดเล่มนี้มานานพอๆ กับที่เธอแอบมองผม’* พายตัวชาวาบ มือสั่นระริกจนแทบทำสมุดตกพื้น ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องของเธอดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่นที่ทำให้ลมหายใจของเธอหยุดชะงักไปชั่วขณะ เธอค่อยๆ เดินไปที่หน้าประตู หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเธอแง้มประตูออกเพียงเล็กน้อย ร่างสูงของกวินก็ยืนอยู่ตรงนั้น... ในมือของเขาไม่ได้ถือขนมเหมือนครั้งก่อน แต่ถือสมุดบันทึกอีกเล่มหนึ่งที่มีหน้าตาคล้ายกับของเธอไม่มีผิดเพี้ยน! "เล่มนี้... ผมเขียนทิ้งไว้ให้เธอในห้องสมุดตั้งนานแล้ว แต่ดูเหมือนเธอจะยุ่งกับงานกลุ่มจนไม่ได้เข้าไปหยิบมันมาอ่านเลยนะ... พาย" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของพายและกวินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู -
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%