"ถ้าเธอคิดว่านี่คือเรื่องบังเอิญ... ฉันว่าเธอควรพิจารณาใหม่นะพาย"
ประโยคของมีนาที่ทิ้งไว้เมื่อวานยังคงดังก้องอยู่ในหัว ฉันกำสมุดบันทึกเล่มสีครีมในมือแน่นจนปกมันยับย่น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปตามสันหลังเมื่อนึกถึงลายมือตัวบรรจงที่เขียนตอบกลับมาใต้ข้อความตัดพ้อของฉัน
ฉันแทบทรุดลงนั่งกับพื้นเมื่ออ่านจบ ความลับที่ฉันคิดว่าซ่อนไว้มิดชิดถูกเขารู้ทันตั้งแต่เมื่อไหร่? และที่สำคัญกว่านั้น... เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่!
ภายในห้องสมุดคณะอักษรฯ ที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงแอร์ครางหึ่งๆ ฉันทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะมุมอับ สายตาจับจ้องไปที่หน้ากระดาษแผ่นเดิม—หน้าที่มีข้อความของฉันเขียนไว้ว่า *'การแอบมองคนคนหนึ่งจากมุมนี้มันเหนื่อยจังนะ... ทั้งที่เขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่เหมือนอยู่คนละโลกเลย'*
และใต้บรรทัดนั้น มีลายมือที่ดูแข็งแรงทว่ามีความอ่อนโยนซ่อนอยู่เขียนตอบไว้ว่า *'มุมนี้ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่เธอคิดหรอกครับ... เพราะบางที คนที่เธอแอบมอง ก็อาจจะกำลังมองหาเงาของเธออยู่เหมือนกัน'*
หัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ลมหายใจติดขัด ฉันไม่กล้าแม้แต่จะหันมองไปรอบๆ เพราะกลัวว่าสายตาคมกริบของกวินจะจับจ้องมาจากที่ไหนสักแห่งในห้องนี้
"เขาหมายความว่ายังไง..." ฉันพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือ
กวินน่ะเหรอ? วิศวะหนุ่มมาดนิ่งที่ใครๆ ต่างก็ขนานนามว่าเข้าถึงยาก เขาเนี่ยนะจะมานั่งตอบบันทึกของเด็กอักษรขี้แพ้อย่างฉัน? หรือนี่อาจจะเป็นเพียงความสนุกของเขาที่ได้เล่นตลกกับความรู้สึกของคนอื่นกัน?
ฉันหยิบปากกาขึ้นมา มือไม้สั่นเทา พยายามบังคับไม่ให้มันขีดเขียนสิ่งที่ซื่อตรงเกินไปลงไป แต่สุดท้าย หัวใจก็ทำหน้าที่ของมันได้เร็วกว่าสมอง
*‘คุณเป็นใครกันแน่? และทำไมต้องเล่นตลกกับบันทึกของฉันด้วย?’*
ฉันรีบปิดสมุด วางมันไว้ที่เดิม—ชั้นหนังสือแถว D ล็อกที่ 4 มุมประจำที่ฉันมักจะวางทิ้งไว้ก่อนไปเข้าคลาส แล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องสมุด ราวกับหนีความจริงที่กำลังจะพุ่งเข้าชน
ตลอดทั้งวัน ฉันไม่มีสมาธิกับการเรียนเลยสักนิด คำพูดของมีนาที่ว่า 'เขารู้ทันตั้งแต่เมื่อไหร่' ย้ำเตือนให้ฉันนึกถึงวันที่กวินเคยเดินผ่านฉันที่โรงอาหาร เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองด้วยแววตาที่ฉันอ่านไม่ออก แววตาที่ดูเหมือนจะรู้จักฉัน... ทั้งที่เราไม่เคยแม้แต่จะพูดคุยกันจริงๆ จังๆ
เย็นวันนั้น ฉันตัดสินใจกลับไปที่ห้องสมุดอีกครั้ง แม้จะกลัวจนใจสั่น แต่ความอยากรู้มันกัดกินหัวใจจนอยู่ไม่สุข
ชั้นหนังสือโซนเดิมยังคงเงียบสงัด กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อย ฉันเอื้อมมือไปหยิบสมุดเล่มนั้นออกมา หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอกเมื่อเห็นว่ามีรอยจดหมายแทรกอยู่ตรงกลาง
ฉันรีบเปิดออก ลายมือชุดเดิมปรากฏขึ้น
*'ผมไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคุณหรอกพาย... และผมก็ไม่ได้เล่นตลกกับความรู้สึกของคุณ เพราะในมุมเงียบๆ ของห้องสมุดนี้ มีเพียงผมกับคุณเท่านั้นที่เข้าใจว่า 'การแอบมอง' มันรู้สึกยังไง'*
ถัดจากข้อความนั้น มีโน้ตกระดาษแผ่นเล็กๆ เสียบอยู่ มันเป็นรูปวาดลายเส้นดินสอ—รูปพู่กันเล็กๆ สัญลักษณ์ประจำตัวที่ฉันมักจะวาดทิ้งไว้ขอบสมุดเสมอ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ภาพวาดของฉัน แต่มันคือภาพที่ใครบางคนวาดคนสองคนกำลังยืนมองท้องฟ้าเดียวกันจากคนละมุม
"บ้าไปแล้ว..." ฉันอุทานออกมาเบาๆ พลางกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง
ความเงียบในห้องสมุดดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นในทันที ฉันรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาจากมุมห้องที่มืดมิด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินช้าๆ บนพื้นไม้ดังใกล้เข้ามาทุกที
ฉันรีบปิดสมุดแล้วกอดมันไว้แน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะหันหลังกลับไปเผชิญกับเจ้าของเสียงนั้น
ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจของฉันแทบหยุดกั้น กวินยืนอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งถือหนังสือเล่มโปรด แววตาของเขาไม่ได้นิ่งเฉยเหมือนทุกวันที่เคยเห็น แต่มันฉายแววบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกแผดเผา
"หาคำตอบเจอหรือยังครับ?" กวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของฉัน
ฉันอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก ได้แต่กอดสมุดบันทึกไว้แน่นราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวสุดท้าย
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง" ฉันถามด้วยเสียงที่แทบจะเป็นเพียงเสียงกระซิบ
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ แบบหนังสือเก่าและโคโลญจน์ประจำตัวของเขาโชยมาแตะจมูก กวินก้มหน้าลงมามองฉัน แววตาของเขาอ่อนแสงลงราวกับกำลังสื่อสารบางอย่างที่ฉันไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง
"ผมแค่จะบอกว่า..." เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากของเขาห่างจากใบหูของฉันเพียงนิดเดียว "...ที่ผ่านมา ผมไม่ได้เป็นคนแอบมองฝ่ายเดียวหรอกนะพาย"
หัวใจของฉันหยุดเต้นไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะขยับตัวออกไปเล็กน้อยแล้วยื่นมือมาแตะที่หน้าปกสมุดในมือฉันเบาๆ
"เล่มต่อไป... เขียนถึงผมโดยตรงเลยดีไหมครับ? เพราะผมเริ่มขี้เกียจรอให้คุณเขียนลงกระดาษแล้ว"
คำพูดนั้นทำเอาสติฉันกระเจิงไปหมด แต่ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยถามอะไรไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าของบรรณารักษ์ก็ดังใกล้เข้ามา กวินรีบผละออกห่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ทันใดนั้นเอง... มือถือในกระเป๋ากางเกงของฉันก็สั่นรัว ฉันหยิบมันขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่ไม่เคยบันทึกไว้เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*'ถ้าอยากรู้ว่าผมเริ่มชอบคุณตั้งแต่ตอนไหน... หันหลังกลับไปมองที่ชั้นหนังสือแถว E สิครับ'*
ฉันค่อยๆ หันไปตามสัญชาตญาณ และภาพที่เห็นก็ทำให้ความรู้สึกทั้งหมดในใจพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นั่น... มีคนอีกคนที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังยืนถือสมุดบันทึกอีกเล่มหนึ่งอยู่!
ขอบคุณที่เดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าเรื่องราวของพายจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงไปพร้อมกับฉันนะคะ
จากใจ... "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" ค่ะ
บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด•ตอนที่ 4
ข้อความตอบกลับใต้กระดาษ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!