“เธอพูดเรื่องอะไรของเธอ มีนา?”
น้ำเสียงของกวินไม่ได้มีความเกรี้ยวกราด ทว่ามันกลับเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง พายที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือที่กำแน่นของเขา เธอได้แต่ก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง พยายามไม่ให้หยดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาทรยศความรู้สึก
“ก็เรื่องที่พายเขียนนั่นไง... เรื่องของคนๆ หนึ่งที่พายเฝ้ามองมาตลอดในห้องสมุด” มีนาแค่นยิ้ม ดวงตากลมโตจ้องมองเพื่อนสนิทสลับกับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจ “หรือจะให้ฉันพูดออกมาเลยล่ะ ว่าบันทึกเล่มนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องรักข้างเดียว แต่มันมี 'ความลับ' ของใครบางคนซ่อนอยู่ด้วย!”
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณโถงทางเดินของคณะอักษรฯ ราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา กวินปล่อยมือจากกระเป๋าสะพายที่ถืออยู่ เขาขยับเข้ามาใกล้พายหนึ่งก้าว สายตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนจากความนิ่งเฉยกลายเป็นความสงสัยที่ปนไปด้วยความสับสน
“พาย... บันทึกเล่มนั้นอยู่ที่ไหน?”
เสียงของกวินแผ่วเบา ทว่ามันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของหญิงสาวจนเธอแทบยืนไม่อยู่ พายเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่สั่นระริกของเธอฟ้องทุกอย่างที่เธอพยายามปิดบังมาตลอดหลายเดือน
“มันไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอกค่ะกวิน... มันก็แค่บันทึกไร้สาระของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบเพ้อฝันไปวันๆ เท่านั้นเอง” พายตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อจะเดินหนีจากสถานการณ์ที่กดดันนี้ไปให้เร็วที่สุด
แต่กวินไวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แม้จะดูทะนุถนอมแต่หนักแน่นพอที่จะไม่ให้เธอเดินจากไปไหน
“ถ้ามันไม่สำคัญ ทำไมตอนที่ฉันพูดถึงตัวอักษรในนั้น เธอถึงทำหน้าเหมือนกับว่าฉันกำลังจะอ่านใจเธอออกล่ะ?” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบนั้น “บอกฉันมา พาย... ใครคือเจ้าของเรื่องราวในนั้นที่เธอพยายามปกป้องนักหนา?”
หัวใจของพายเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอไม่ได้กลัวความลับจะถูกเปิดเผย แต่น่ากลัวกว่านั้นคือ... เธอกลัวว่าหากกวินรู้ความจริง เขาจะไม่ใช่ 'กวินคนเดิม' ที่เธอเคยตกหลุมรักในมุมเงียบของห้องสมุดอีกต่อไป
ความเงียบที่ยาวนานทำให้มีนาที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด “โธ่เอ๊ย! ถ้าพวกเธอไม่กล้าพูดกัน ฉันนี่แหละจะเป็นคนบอกเอง ว่าจริงๆ แล้วคนในบันทึกที่พายเฝ้ามอง... ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลเลย!”
“มีนา! พอที!” พายตะโกนขึ้นมาในที่สุด เสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอสะบัดข้อมือออกจากกวินแล้ววิ่งหนีไปตามทางเดิน ทิ้งให้คนสองคนยืนค้างอยู่ตรงนั้น
กวินยืนนิ่งงัน ความคิดในหัวตีกันให้วุ่น ภาพของบันทึกเล่มสีน้ำเงินที่เขาเคยแอบเปิดอ่านในห้องสมุดฉายซ้ำเข้ามาในหัวอีกครั้ง ข้อความที่เขียนด้วยลายมือบรรจงที่บอกเล่าความรู้สึกของใครบางคนที่มีต่อเขา... ไม่สิ! เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านั่นคือเรื่องของเขาจริงๆ หรือว่าเป็นเพียงเงาสะท้อนของความลับบางอย่างที่เขาอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของมันโดยไม่รู้ตัว
เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง... ในวันที่เขารู้สึกว่าโลกของเขามีแค่การอ่านหนังสือเงียบๆ กับความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ จู่ๆ เขาก็พบว่าตนเองอาจจะเป็นเพียงตัวละครหนึ่งในบันทึกของคนอื่น โดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่า 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ในนั้นมันหนักอึ้งเพียงใด
กวินตัดสินใจวิ่งตามพายไป เขาพบเธอนั่งกอดเข่าอยู่หลังชั้นวางหนังสือในมุมอับที่ห่างไกลจากผู้คน เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังลอดออกมา บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยไอความเศร้า
“พาย...” กวินเรียกชื่อเธอเบาๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ โดยเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ “ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องลำบากใจ แต่เรื่องทั้งหมดนี้... มันเกี่ยวกับฉันใช่ไหม?”
พายเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอแดงก่ำ “คุณอยากรู้อะไรกันแน่กวิน? อยากรู้ว่าใครชอบคุณ? หรืออยากรู้ว่าฉันเป็นคนทรยศที่เก็บความลับของคุณไว้กันแน่?”
กวินชะงักไป คำว่า 'ทรยศ' กระแทกใจเขาอย่างจัง เขาไม่เคยคิดว่าพายจะรู้สึกแบบนั้น
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น...”
“บันทึกเล่มนั้น...” พายตัดสินใจพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด แม้มันจะสั่นเครือ “มันไม่ใช่ของฉันตั้งแต่แรก มันเป็นสมุดที่ฉันเก็บได้ในห้องสมุด... เล่มที่มีชื่อของคุณเขียนอยู่หน้าปกด้วยลายมือที่คุณเองก็จำไม่ได้!”
กวินเบิกตากว้าง สมุดที่มีชื่อเขา? เขาไม่เคยมีสมุดบันทึกแบบนั้น และเขาก็ไม่เคยเขียนอะไรทิ้งไว้ในห้องสมุดเลยนอกจากหนังสือที่ยืมอ่าน!
“ว่าไงนะ?”
พายหยิบสมุดบันทึกเล่มสีน้ำเงินเก่าคร่ำคร่าออกมาจากกระเป๋าสะพาย มันดูเหมือนสมุดบันทึกธรรมดา แต่เมื่อกวินเห็นลายมือที่ปรากฏบนหน้ากระดาษที่พายเปิดออก เขาก็แทบหยุดหายใจ ลายมือที่ดูเหมือนลายมือของเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน... ลายมือที่กำลังบรรยายถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น!
ขณะที่กวินกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดเล่มนั้น ทันใดนั้นมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาในมุมเงียบสงบนั้น ทั้งสองหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ ร่างของชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานและแววตาเย็นชาจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างไม่ลดละ
“ในที่สุด... ฉันก็หามันจนเจอ” ชายปริศนากล่าวด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก พร้อมกับยื่นมือออกมาเพื่อทวงถามของในมือพาย “ส่งสมุดเล่มนั้นคืนให้ฉัน กวิน... ก่อนที่ความลับที่พ่อยัดเยียดให้เธอ จะทำลายชีวิตของเธอเอง!”
กวินนิ่งค้างไป สมองของเขาราวกับถูกแช่แข็งเมื่อได้ยินคำว่า 'พ่อ' และเมื่อมองไปที่ชายคนนั้นอีกครั้ง เขาก็พบความจริงที่โหดร้ายที่สุดว่า เหตุใดตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาถึงรู้สึกเหมือนถูกจับตามองอยู่เสมอในมุมเงียบของห้องสมุดแห่งนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับในมุมเงียบของห้องสมุดกับ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" นะคะ
บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด•ตอนที่ 11
ความห่างเหินที่ใจบอก
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!