"ถ้าคุณยังไม่อยากให้กล้องราคาหกหลักนี่กลายเป็นเศษเหล็กประดับพื้นห้อง กรุณาถอยหลังไปสามก้าว... แล้วเอามือสกปรกของคุณออกจากเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ตัวนั้นซะ, คุณคิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรหนวดคริ้มจางๆ ริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง และดวงตาสีดำสนิทที่ดุราวกับเหยี่ยวหิวโซกำลังจ้องเขม็ง—ทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่ธันวา สถาปัตยกรรมหนุ่มผู้ได้ชื่อว่า ‘ปีศาจแห่งความเนี๊ยบ’ มอบให้เป็นของต้อนรับช่างภาพปากกล้าในเช้าวันที่สองของการทำงานร่วมกัน ภายในสตูดิโอถ่ายภาพกึ่งบ้านพักที่ถูกรีโนเวทจากโกดังเก่าริมน้ำ
คินไหวไหล่เบาๆ ไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดดี้โอเวอร์ไซส์สีดำสนิทและกางเกงยีนส์ขาดเข่า ปลายกระบอกเลนส์ราคาครึ่งล้านในมือยังคงห่างจากผิวแก้วชิ้นนอกสุดของเลนส์ของธันวาแค่ไม่ถึงคืบ นิ้วเรียวยาวจงใจเคาะเล็บลงเบาๆ บนฮู้ดเลนส์เพื่อยั่วโมโห
"มือสกปรกเหรอคะคุณสถาปนิก?" คินทวนคำ เสียงหัวenในลำคอทุ้มหวานแต่กวนประสาท "ก่อนออกจากบ้านฉันล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เกรดการแพทย์ฆ่าเชื้อโรคได้เก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์นะ แต่ถ้าพูดถึงความสะอาด... ฉันว่าสิ่งเดียวในห้องนี้ที่ต้องระวังเชื้อโรคฝังรากลึก ไม่ใช่เลนส์กล้องฉันหรอกค่ะ น่าจะเป็นสมองส่วนที่คิดกฎบ้าๆ บอๆ ห้ามแตะต้องโน่นนี่นั่นของคุณมากกว่ามั้ง"
ธันวากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามกระตุก รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกจากร่างสูงโปร่งที่อยู่ในชุดเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยจากการกำปากกาในมือแน่น
นี่คือ 'โซนหวงห้าม' พื้นที่ส่วนตัวที่ธันวากำหนดไว้เด็ดขาด ห้ามใครล้ำเส้นเข้ามาเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นรินรดาหรือใครหน้าไหน แต่ไอ้ช่างภาพตัวแสบคนนี้กลับเดินดุ่มๆ เข้ามาหยิบจับข้าวของบนโต๊ะทำงานของเขาโดยไม่ขออนุญาตสักคำ แถมยังทำท่าทางเหมือนเด็กกำลังท้าทายอำนาจมืดของครูฝ่ายปกครอง
"ผมเตือนคุณแล้วนะคิน" ธันวาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวและกาแฟคั่วเข้มพุ่งเข้าปะทะจมูกคินทันที จนช่างภาพหนุ่มต้องผะงกศีรษะถอยหลังโดยอัตโนมัติเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์สตูดิโอ "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และอุปกรณ์ทุกชิ้นในนี้ มีประวัติ มีราคาค่างวด และที่สำคัญ... มันคือชีวิตของผม"
"ชีวิตเหรอคะ?" คินเงยหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ให้กับแรงกดดันทางกายภาพที่ธันวาจงใจใช้ข่มขู่ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตายาวช้อนขึ้นมองสบตาคมกริบอย่างไม่เกรงกลัว "โอ้โห ซึ้งจังเลยค่ะ นึกว่ามันเป็นแค่เศษเหล็กและกระจกโค้งๆ ที่คุณเอาไว้ใช้บังหน้าความใจแคบของตัวเองซะอีก"
"ปากดี" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินเข้าหากันจนคินรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ระวังปากของคุณไว้หน่อยเถอะคิน ก่อนที่ผมจะหาทาง... ปิดปากมันด้วยวิธีอื่น"
คินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะเมื่อได้ยินประโยคกำกวมพร้อมสายตาที่พราวระยับด้วยประกายความดุร้ายปนเร่าร้อนแบบนั้น แต่วินาทีต่อมา ความอวดดีก็เข้ามาทำหน้าที่แทนที่ความประหม่า ช่างภาพหนุ่มยิ้มมุมปาก ยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ลองดูสิคะ ถ้าคุณคิดว่าคุณมือถึงพอ..."
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในระยะประชิดอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา รินรดาชะโงกหน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ซ่อนความตกใจไว้ไม่มิดเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทและช่างภาพคนใหม่ยืนชิดกันจนแทบจะสิงร่าง
"เอ่อ... ขอโทษทีนะ พอดีกาแฟที่สั่งมาส่งแล้ว... ฉันขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?"
ธันวาผละถอยหลังออกห่างจากคินทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าคมคายกลับคืนสู่โหมดเย็นชาและเรียบเฉยอย่างรวดเร็วราวกับสับสวิตช์ ผิดกับคินที่ยังคงยืนกอดอกพิงชั้นวางของ ปรบมือเบาๆ สองทีด้วยท่าทางกวนประสาท
"มาได้จังหวะมากค่ะคุณรินรดา ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะเผลอเอาเลนส์เทเลโฟโต้ฟาดหัวสถาปนิกขี้โมโหแถวนี้ตายคาที่ไปแล้ว"
ธันวาปรายตามองคินด้วยหางตา พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างฮึดฮัดก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน "ถ้าคุณยังอยากทำงานต่อ ก็ออกไปรอกข้างนอกซะ ผมจะตรวจเช็กอุปกรณ์ต่อ และห้ามใคร... เข้ามาในนี้อีกเด็ดขาด"
คินยักไหล่ส่งให้ ส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้อยากหยิกแก้วใสๆ นั่นให้ช้ำมือ ก่อนจะเดินผ่านร่างสูงโปร่งไปพร้อมกับเสียงหัวingเบาๆ ในลำคอ ทว่าในจังหวะที่เดินผ่านไหล่หนาของธันวา คินกลับจงใจกระซิบเบาๆ ข้างหูด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่
"กฎมีไว้แหกนะคะคุณธันวา... แล้วเราจะได้เห็นดีกัน"
ธันวาหันขวับกลับมามองแผ่นหลังบางที่เดินนวยนาดออกไปจากห้องทำงานด้วยรอยยิ้มเยาะ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่สายตาสีดำสนิทจับจ้องประตูที่เพิ่งปิดลงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก—ความรู้สึกที่ว่าการเข้ามาของช่างภาพปากร้ายคนนี้ กำลังจะพังทลายระเบียบวินัยทั้งชีวิตของเขาให้พินาศลงในไม่ช้า
แต่ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะได้หันกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์จากสมาร์ตโฟนบนโต๊ะก็ดังขึ้น หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมข้อความจากเบอร์แปลกปลอมที่แนบรูปถ่ายโคลสอัพใบหน้าขณะที่เขากำลังยืนจ้องหน้าคินในระยะประชิดเมื่อครู่ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มถึงกับชะงักค้าง
*‘รูปนี้มุมสวยดีนะคะ... อยากได้ต้นฉบับแบบไม่เซนเซอร์ คืนนี้เจอกันที่ห้องมืดชั้นใต้ดินค่ะคุณสถาปนิก’*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและจิกหมอนไปกับเคมีอันตรายคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ <3 — ตุ๊กตาโบราณ
เลนส์รักซ่อนรอยแค้นของช่างภาพปากร้าย•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนเนี๊ยบ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลนส์รักซ่อนรอยแค้นของช่างภาพปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
