ฝุ่นปูนขาวและละอองอิฐคละคลุ้งไปทั่วโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นสามของอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เสียงเครื่องเจาะกระแทกสะท้านก้องจนแก้วหูแทบแตก แต่สิ่งรบกวนโสตประสาทเหล่านั้นยังไม่น่าหงุดหงิดเท่าชายแปลกหน้าที่กำลังยืนโพสต์ท่าราดแฟลชใส่เสาเอกของอาคารอย่างไร้มารยาท
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบผูกกันเป็นปม รองเท้าหนังขัดเงาไร้ฝุ่นเหยียบย่างเข้ามาบนพื้นคอนกรีตดิบอย่างระแวดระวัง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงภายใต้หมวกนิรภัยสีขาวระบุตำแหน่ง ‘สถาปนิกควบคุมงาน’ ฉายแววเย็นชาอย่างถึงที่สุด
"คุณ! ใครอนุญาตให้เข้ามาถ่ายรูปในเขตพื้นที่ก่อสร้างอันตรายแบบนี้"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยแทรกเสียงเครื่องมือกล ชายหนุ่มร่างโปร่งที่สวมเสื้อยืดสีดำสนิทและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ชะงักมือที่กำลังหมุนปรับเลนส์กล้องราคาแพงระยับ เขาก้มลงเก็บสายตาผ่านช่องมองภาพ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แว่นตากันแดดสีชาถูกเลื่อนลงมาคล้องไว้ที่ปลายจมูก เปิดเผยดวงตาเรียวรีที่พราวระยับด้วยความกวนประสาท
คินหรี่ตามองคนตรงหัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก ท่าทีระรานและไม่สะท้านสะเทือนต่อรังสีความน่ากลัวของสถาปนิกหนุ่มแม้แต่น้อย
"อ๋อ สถาปนิกธันวาตัวจริงสินะครับ หน้าตาบึ้งตึงสมคำร่ำลือดีนี่... นึกว่าจะหล่อเหลากว่านี้เสียอีก" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน กวนประสาทเสียจนคนฟังรู้สึกถึงเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "พอดีผมได้รับมอบหมายจากนิตยสารสถาปัตยกรรมให้มาเก็บภาพเบื้องหลัง ก่อนที่ตึกทรงประหลาดนี่จะสร้างเสร็จแล้วถล่มลงมาทับคนงานตายหมู่ซะก่อน"
คำพูดนั้นจี้ใจดำของธันวาเข้าอย่างจัง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความเยือกเย็น ปมในอดีตที่อาคารเคยพังทลายจนเกือบทำลายชีวิตการทำงานของเขาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่แยแสโดยคนแปลกหน้าปากกล้าคนนี้
ธันวาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบหายใจรดต้นคอ ความสูงโปร่งของคินไม่ได้ทำให้ธันวาต้องเงยหน้ามองเลยแม้แต่น้อย สถาปนิกหนุ่มกดสายตาลงต่ำ มองช่างภาพอิสระด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดปิดบัง
"ปากเก่งดีนี่... แต่ถ้าสมองของคุณใช้งานได้ดีเท่ากับปาก คงจะรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้มันอันตรายแค่ไหน หมวกนิรภัยก็ไม่ใส่ ป้ายเตือนตัวใหญ่เท่าบ้านตาบอดหรือไงถึงมองไม่เห็น!" ธันวาตวาดเสียงกร้าว ไหล่กว้างไหวสะท้านด้วยความโกรธ
คินไม่ถอยหลังหนีแถมยังเชิดหน้าสู้ แรงกดดันจากธันวานอกจากจะไม่ได้ทำให้เขากลัวแล้ว กลับยิ่งจุดประกายความท้าทายในตัวช่างภาพหนุ่มขึ้นไปอีก เลนส์กล้องในมือถูกยกขึ้นมาบังระดับสายตาอีกครั้ง ก่อนที่เสียงชัตเตอร์จะดัง *แชะ!*
ภาพใบหน้าบึ้งตึงที่กำลังโกรธจัดของธันวาถูกบันทึกลงในหน่วยความจำอย่างหน้าตาเฉย
"เฮ้! ลบรูปเดี๋ยวนี้!" ธันวาพุ่งมือคว้าข้อมือเรียวของอีกฝ่ายทันที แรงบีบที่มากพอควรทำให้คินนิหน้าเล็กน้อย แต่รอยยิ้มกวนๆ กลับไม่จางหายไปจากริมฝีปากหยัก
"ปล่อยนะเว้ย! นี่มันงานศิลปะ คุณไม่มีสิทธิ์มาละเมิดความเป็นส่วนตัวของช่างภาพนะ สถาปนิกประสาทเสื่อม!" คินสะบัดข้อมือหนีอย่างแรง แต่ธันวากลับรั้งไว้แน่น ปลายนิ้วแข็งแกร่งกำรอบข้อมือเล็กจนขึ้นรอยแดง
"ศิลปะบ้าบออะไรในไซต์งานนรกนี่! ถ้าไม่อยากกลายเป็นศพเฝ้าตึก ก็ไสหัวออกไปซะก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาโยนคุณลงไปชั้นล่าง!"
"กล้าก็ลองดูสิครับ!" คินยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาท้าทายสะท้อนเงาของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังเดือดดาล "ผมจะฟ้องร้องข้อหาทำร้ายร่างกายแถมฟ้องหมิ่นประมาทเอาให้บริษัทคุณเจ๊งคามือเลย คอยดู!"
บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความเกลียดชัง ทั้งคู่จ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ไม่มีใครยอมใคร แรงปะทะระหว่างความเนี๊ยบเจ้าระเบียบกับความเซอร์ไร้กรอบสร้างแรงสั่นสะเทือนยิ่งกว่าเสียงเครื่องเจาะคอนกรีตเสียอีก ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำไล่ที่เจ็บแสบกว่าเดิม หากไม่มีเสียงหวานใสของใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากบันไดหนีไฟเสียก่อน
"ธันวา! คิน! หยุดเถอะค่ะ พวกคุณสองคนเป็นเด็กอมมือกันหรือไง ถึงได้ยืนทะเลาะกันกลางฝุ่นตลบแบบนี้!"
รินรดาในชุดสูทสีเบจสะอาดตาเดินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย เธอมองสภาพของเพื่อนสนิทสถาปสติกที่หัวฟัดหัวเหวี่ยงกับช่างภาพหนุ่มชื่อดังที่เธอดึงตัวมาเองกับมือ สลับไปมาด้วยความระอาใจ
ธันวาจำต้องปล่อยมือออกจากข้อมือของคินอย่างไม่เต็มใจนัก เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่เพื่อนสนิท "ริน เธอพาตัวปัญหาคนนี้เข้ามาในไซต์งานฉันได้ยังไง แถมยังปล่อยให้เดินป้วนเปี้ยนอย่างไร้มารยาทแบบนี้เนี่ยนะ"
คินลูบข้อมือตัวเองปอยๆ พลางส่งค้อนวงใหญ่ให้สถาปนิกปากร้าย ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้รินรดา "สวัสดีครับคุณริน... ขอบคุณที่พามาชมสวนสัตว์เปิดนะครับ สนุกมากเลย ได้เจอลิงยักษ์หัวเสียด้วย"
ธันวาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกทางจมูกด้วยความเหลืออด "แกกว่าใครเป็นลิงห๊ะ ไอ้ช่างภาพปากเสีย!"
"อุ๊ย! เสียงดังแบบนี้ ระวังหน้าแก่เร็วนะครับคุณสถาปนิก" คินยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเตรียมเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อเก็บภาพมุมอื่นต่อ โดยไม่สนใจเสียงคำรามในลำคอของธันวาที่แทบจะพุ่งเข้ามาขย้ำคอเขาอยู่รอมร่อ
แต่ทว่า... ก้าวเท้าพ้นไปได้เพียงสองก้าว พื้นคอนกรีตตรงจุดที่คินกำลังจะเหยียบลงไปกลับส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะน่ากลัว!
เศษปูนและฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดานด้านบนอย่างไร้สัญญาณเตือน ธันวาที่ยืนมองอยู่เสี้ยววินาทีนั้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สัญชาตญาณดิบของวิศวกรและสถาปนิกทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างสูงโปร่งของธันวากระโจนเข้าใส่ช่างภาพหนุ่มที่กำลังหันกลับมามองด้วยความงุนงงเต็มแรง
"ระวัง!"
*โครม!*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมติดกับดักความป่วนและเคมีชวนจิกหมอนนี้นะคะ <3 — "ตุ๊กตาโบราณ"
เลนส์รักซ่อนรอยแค้นของช่างภาพปากร้าย•ตอนที่ 1
ไซต์งานนรก
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลนส์รักซ่อนรอยแค้นของช่างภาพปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
