"พี่ศิลา... พี่มาทำอะไรที่นี่"
เสียงของโซ่สั่นพร่าขณะที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษาระดับเสียงไม่ให้เผยความหวั่นไหวต่อหน้าคนทั้งห้องซ้อม ความเงียบงันแผ่ซ่านราวกับถูกแช่แข็ง ร่างสูงในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเครื่องดนตรีระเกะระกะก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าของน้องชายตัวเอง
"พี่ก็แค่แวะมาดูว่า 'โปรเจกต์สำคัญ' ของน้องชายพี่มันมีดีพอที่จะไปโชว์ในงานใหญ่ได้หรือเปล่า" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก เขาก้าวเท้าเดินวนรอบวงดนตรี ราวกับผู้ตรวจการที่กำลังมองหาสิ่งผิดปกติ "กัปตัน... ดูเหมือนเธอจะตกใจจนทำไม้กลองหล่นพื้นเลยนะ"
กัปตันที่ยืนแข็งทื่อรีบก้มลงเก็บไม้กลองอย่างลนลาน "ขอโทษครับพี่ศิลา ผม... ผมแค่ไม่คิดว่าระดับโปรดิวเซอร์อย่างพี่จะให้เกียรติมาเยี่ยมชมพวกเราถึงที่นี่"
เมโลดี้ขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากชายคนนี้ เขาไม่ใช่แค่พี่ชายของโซ่ แต่เขาคือ 'กำแพง' ที่กั้นระหว่างความฝันของพวกเขากับความสำเร็จที่จับต้องได้
"ออกเดินทางกันเถอะ" ศิลาสั่งตัดบท สายตาของเขายังคงจ้องมองไปที่เคสกีตาร์ของเมโลดี้ "รถตู้รออยู่ข้างล่างแล้ว ถ้าอยากจะไปเข้าค่ายดนตรีเพื่อพิสูจน์ฝีมือ ก็อย่าปล่อยให้เวลาอันมีค่าของฉันต้องเสียไปกับความเฉื่อยชา"
บรรยากาศบนรถตู้ระหว่างทางไปค่ายดนตรีไม่ได้เป็นไปตามที่ทุกคนคาดหวัง จากเดิมที่ควรจะเป็นความเฮฮาและเสียงร้องเพลงตามประสาคนดนตรี กลับกลายเป็นความเงียบเชียบที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก โซ่นั่งจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง มือที่กำสายกีตาร์ไว้แน่นเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ขึ้นชัดเจนบนหลังมือ
"พี่ศิลาเขาใจดีกว่าที่เห็นเยอะนะโซ่" กัปตันกระซิบข้างหูเพื่อนสนิทหวังจะทำลายบรรยากาศ แต่นั่นกลับทำให้โซ่หันมามองด้วยสายตาที่เย็นชา
"นั่นคือสิ่งที่เขาอยากให้แกเห็น เพื่อที่เขาจะได้คุมเกมได้ทุกอย่างไงกัปตัน" โซ่ตอบเสียงลอดไรฟัน
เมโลดี้ที่นั่งอยู่เบาะหลังสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอขยับเข้าไปใกล้โซ่ แตะมือลงบนไหล่เขาเบาๆ แม้จะยังไม่กล้าพูดอะไรออกมา แต่สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ความโกรธของชายหนุ่มลดระดับลง เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะหันมาสบตาหญิงสาว แววตาของเขาเปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเป็นความอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเหนื่อยล้า
"ขอบใจนะเมโลดี้" โซ่พึมพำ
ทว่าความสงบก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงริงโทนโทรศัพท์ของโซ่ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อ 'รินรดา' พร้อมกับข้อความที่เด้งขึ้นมาทำให้โซ่ต้องเบิกตากว้าง 'ฉันถึงที่พักค่ายแล้วนะโซ่... แล้วเจอกันที่ล็อบบี้ หวังว่าเราคงมีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวๆ นะ'
รถตู้เบรกกะทันหันจนทุกคนถลาไปข้างหน้า เสียงยางบดถนนดังสนั่นท่ามกลางความมืดมิดของเส้นทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยว คนขับรถสบถลั่นขณะที่ไฟหน้าสาดส่องไปเจออะไรบางอย่างที่ขวางทางอยู่กลางถนน
มันไม่ใช่ต้นไม้ หรือก้อนหินที่ตกลงมา แต่มันคือร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนถือร่มสีแดงสดขวางทางไว้ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมามองตัวรถด้วยรอยยิ้มที่ทำให้โซ่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
รินรดา... เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ในเมื่อค่ายนี้เป็นสถานที่ปิดที่ไม่มีใครรู้ที่ตั้งนอกจากทีมงาน
"นั่นรินนี่..." กัปตันหน้าซีดเผือด "ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"
ศิลาที่นั่งอยู่เบาะหน้าสุดหันกลับมามองน้องชายด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มุมปากของเขาเหยียดยิ้มขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังสนุกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "ดูเหมือนทริปนี้จะไม่ได้มีแค่เรื่องดนตรีแล้วสินะโซ่ นายคิดว่านายจะรับมือกับอดีตที่ตามมาหลอกหลอนถึงที่นี่ได้ยังไงล่ะ?"
โซ่มองไปที่รินรดาที่เริ่มเดินตรงมาที่รถ แล้วหันกลับมามองเมโลดี้ที่ดูเหมือนจะตระหนักได้ถึงบางอย่าง หญิงสาวถอยกรูดไปพิงเบาะหลังด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่ประตูรถตู้ค่อยๆ ถูกเคาะจากคนข้างนอกด้วยจังหวะที่เชื่องช้าและเย็นเยียบ
"เปิดประตูสิคะโซ่... หนาวจะแย่แล้วนะ" เสียงหวานใสของรินรดาดังลอดผ่านเข้ามา แต่มันกลับทำให้คนในรถรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น
ผมหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับจังหวะชีวิตที่กำลังพลิกผันนี้นะครับ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองของพวกเขานะครับ!
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 36
การเดินทางไปค่ายดนตรี
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!