"หยุดก่อน... เพลงนี้มันขาดจิตวิญญาณ หรือต่อให้เธอเล่นจนจบด้วยโน้ตที่ถูกเป๊ะๆ แต่มันก็เหมือนหุ่นยนต์เล่นดนตรีให้ฟังนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดของ 'อาจารย์วิชัย' อดีตมือเบสระดับตำนานประจำวงดนตรีรุ่นใหญ่ของคณะ ดังแทรกขึ้นกลางห้องซ้อม เสียงกีตาร์โปร่งในมือของเมโลดี้เงียบสนิทลงทันที ทิ้งไว้เพียงความอึดอัดที่เกาะกินหัวใจคนในห้องจนแทบหายใจไม่ออก
เมโลดี้ก้มหน้าลง สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่นิ้วมือที่เริ่มขึ้นรอยแดงจากการฝึกซ้อมอย่างหนักตลอดสัปดาห์ เธอพยายามทำตามคำแนะนำทุกอย่าง พยายามใส่ความรู้สึก พยายามถ่ายทอดตัวตนลงไปในสายเหล็กเส้นบาง แต่คำวิจารณ์เมื่อครู่กลับเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนความมั่นใจของเธอจนแหลกละเอียด
"ขอโทษค่ะ... ผมหมายถึง ขอโทษครับ" เมโลดี้แก้คำสรรพนามตัวเองอย่างตะกุกตะกัก ความประหม่าทำให้เธอลืมตัวไปชั่วขณะ
"ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ แต่ควรขอโทษ 'ดนตรี' ที่เธอทำให้มันจืดชืดแบบนี้" อาจารย์วิชัยวางไม้เรียวในมือลงบนโต๊ะก่อนจะหันไปทางโซ่ที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่มุมห้อง "โซ่... เธอเป็นคนสอนน้องเขาไม่ใช่เหรอ? ทำไมผลลัพธ์ถึงได้แห้งแล้งขนาดนี้"
โซ่ขยับตัวออกจากกำแพง ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองอาจารย์ แต่มองตรงไปยังแผ่นหลังที่สั่นเทาเล็กน้อยของหญิงสาวที่เขารัก "ผมสอนทุกอย่างที่ผมรู้แล้วครับอาจารย์ แต่บางที... ดนตรีมันอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิค แต่เป็นเรื่องของบาดแผลที่ใครบางคนยังไม่ยอมเปิดออกดู"
คำพูดของโซ่ทำเอาเมโลดี้ถึงกับสะอึก เธอหันขวับกลับมามองเขา สายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและเจ็บปวด เธอไม่ได้โกรธที่เขาพูดแบบนั้น แต่เธอโกรธที่เขา... ดันพูด 'ความจริง' ที่เธอพยายามปิดตายมาตลอดชีวิต
"บาดแผลเหรอครับ?" อาจารย์วิชัยแค่นหัวเราะ "ถ้าจะเอาแต่ดึงอดีตมาเป็นเครื่องมือ หากินกับความเศร้าโดยไม่คิดจะก้าวข้ามมันไปให้ได้ เธอก็เป็นแค่นักดนตรีขี้แพ้ที่เล่นเพลงให้ตัวเองฟังในห้องแคบๆ เท่านั้นแหละมินตรา"
"อาจารย์ครับ! ผมว่านั่นมันเกินไป" กัปตันที่นั่งอยู่หลังกลองทนไม่ไหวจนต้องแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน "พวกเราตั้งใจกันมากนะครับ เมโลดี้เขาไม่ได้ขี้แพ้ เขาแค่อาจจะต้องการเวลา"
"เวลาเหรอ? บนเวทีจริงไม่มีเวลาให้หรอกนะ" อาจารย์วิชัยหันมาจ้องหน้าทุกคน "พรุ่งนี้คือรอบคัดเลือก ถ้าเธอยังเล่นเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากแบบนี้ ผมแนะนำให้ถอนตัวซะ จะได้ไม่เสียชื่อชมรม"
เขาสะบัดตัวเดินออกจากห้องซ้อมไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม เมโลดี้กำคอกีตาร์แน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดนูน เธอไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ร่างบางวางกีตาร์ลงในเคสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปโดยไม่หันมามองใคร
"เมโลดี้! เดี๋ยวสิ!" โซ่ตะโกนเรียกตามหลัง แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรินรดาเดินสวนเข้ามาที่หน้าประตูพอดี
"จะรีบไปไหนล่ะเมโลดี้? เพิ่งจะโดนด่ามาไม่ใช่เหรอ?" รินรดาแกล้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความสะใจ เธอมองตามหลังเมโลดี้ไปก่อนจะหันมามองโซ่ด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก "โซ่... ฉันว่านายเลิกเสียเวลากับคนที่เล่นดนตรีเหมือนคนไม่มีวิญญาณแบบนั้นเถอะ กลับมาทำโปรเจกต์กับฉันดีกว่า เราเคยเข้าขากันได้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ?"
โซ่กำหมัดแน่นข้างลำตัว เขาโกรธ... โกรธทั้งอาจารย์ที่พูดจารุนแรง โกรธรินรดาที่เข้ามาซ้ำเติม แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขากำลังโกรธตัวเองที่ปล่อยให้เมโลดี้ต้องแบกรับทุกอย่างเพียงลำพัง
"ออกไปจากห้องนี้ซะ ริน" โซ่เอ่ยเสียงเย็น "แล้วอย่ากลับมาเสนอหน้าอีก ถ้าเธอคิดว่าสิ่งที่เธอทำมันคือความหวังดี"
รินรดาแค่นยิ้ม "นายจะปกป้องเขาได้นานแค่ไหนกันเชียว? ในเมื่อตัวเขาเองยังปกป้องความฝันของตัวเองไม่ได้เลย"
เมื่อรินรดาเดินจากไป กัปตันก็ถอนหายใจยาว "โซ่... นายต้องตามไปนะ เมโลดี้ดูแย่มากเลยว่ะ ผมไม่เคยเห็นเขาเงียบขนาดนี้มาก่อน"
โซ่ไม่รอช้า เขาหยิบกีตาร์ไฟฟ้าคู่ใจสะพายหลังแล้ววิ่งออกไปจากห้องซ้อมทันที บรรยากาศข้างนอกเริ่มโพล้เพล้ แสงสีส้มจางๆ ของอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงบนพื้นถนน เขาวิ่งผ่านตึกคณะต่างๆ จนมาหยุดอยู่ที่มุมสวนหลังหอสมุด ที่นั่น... เมโลกี้นั่งกอดเข่าอยู่บนม้านั่งตัวยาว ดวงตาของเธอว่างเปล่าเหมือนคนใจสลาย
โซ่ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ เขาตัดสินใจไม่พูดอะไรในตอนแรก แต่เขาเลือกที่จะนั่งลงข้างๆ เธอ แล้วเริ่มดีดกีตาร์เบาๆ เป็นทำนองเพลงที่เมโลดี้ชอบเล่น... แต่คราวนี้เขาใส่ความเศร้า ความเข้าใจ และความปรารถนาดีลงไปในทุกตัวโน้ต
เมโลดี้เงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำตาใสๆ รื้นขึ้นมาจนเกือบจะไหล "ทำไม... ทำไมเธอถึงไม่ไปเล่นกับรินรดาล่ะ ในเมื่อฉันมันก็แค่ตัวถ่วง... เป็นนักดนตรีที่ไม่มีวิญญาณอย่างที่เขาบอก"
โซ่หยุดนิ้วมือที่กำลังสั่นไหว เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาจะให้ได้ "เธอรู้ไหมทำไมฉันถึงเลือกเล่นกีตาร์ไฟฟ้า? เพราะเสียงมันดัง มันแรง จนบางทีฉันก็ลืมไปว่าหัวใจตัวเองจริงๆ แล้วมันต้องการอะไร... จนกระทั่งฉันได้ยินเสียงกีตาร์โปร่งของเธอในห้องซ้อมวันนั้น"
เขายื่นมือไปกุมมือเธอที่เย็นเฉียบ "เสียงของเธอไม่ได้จืดชืดหรอกมินตรา มันแค่มีเรื่องราวที่รอให้คนที่มีหัวใจมากพอจะเข้าไปรับฟัง... และฉันจะเป็นคนนั้นเอง ที่จะฟังมันจนจบ"
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังเริ่มจะคลี่คลาย เสียงโทรศัพท์ของโซ่ก็ดังแทรกขึ้นมา เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้าเป็นเบอร์ของ 'อาจารย์วิชัย' แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเขากระตุกไม่ใช่ชื่อคนโทร แต่เป็นข้อความแจ้งเตือนจากกลุ่มชมรมดนตรีที่เด้งขึ้นมาพร้อมกัน
'ประกาศด่วน: มีการเปลี่ยนตัวสมาชิกในงานคัดเลือกวันพรุ่งนี้ โดยรินรดาจะเข้ามาเป็นมือกีตาร์หลักแทนมินตราตามคำสั่งของภาควิชา'
เมโลดี้เห็นข้อความนั้นในจอโทรศัพท์ของเขาพอดี ร่างบางที่เพิ่งจะเริ่มสงบลงกลับสั่นเทาหนักกว่าเก่า เธอค่อยๆ หันมามองโซ่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว... ราวกับว่านี่คือจุดจบของทุกอย่างที่เธอพยายามสร้างมา
"โซ่..." เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "นี่มันหมายความว่ายังไง... เธอเป็นคนขอให้เขาเปลี่ยนตัวฉันใช่ไหม?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองของหัวใจในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ - คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง -
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 34
คำวิจารณ์ที่เจ็บปวด
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!