"ถ้ามึงยังดีดเพี้ยนแบบนี้อีกรอบ กูจะเอาไม้กลองยัดปากมึงแทนข้าวเช้านะกัปตัน"
ผมสบถเบาๆ พร้อมกับไล้นิ้วไปตามสายกีตาร์ไฟฟ้าตัวเก่ง เสียงแหลมคมของมันยังคงบาดลึกอยู่ในโสตประสาท แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับเสียงนกหวีดจากรุ่นพี่ฝ่ายกิจกรรมที่กำลังเป่าแหลมบาดหูอยู่บนเวทีกลางลานกิจกรรมคณะนิเทศฯ
"โธ่ไอ้โซ่ ใจเย็นดิวะ นี่มันงานรับน้อง ไม่ใช่เวทีคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโลก มึงจะซีเรียสไปไหน" กัปตันเพื่อนซี้ที่นั่งหอบแฮ่กอยู่หลังชุดกลองยักไหล่กวนประสาท มันขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มทะล้น "แต่ก็นะ... สาวปีหนึ่งปีนี้งานดีชะมัด โดยเฉพาะคนที่ยืนอยู่ขวาสุดของแถวคณะมนุษยศาสตร์คนนั้นน่ะ"
ผมไม่ได้หันไปมองตามที่มันบอก เพราะสายตาของผมถูกตรึงไว้กับแอมป์กีตาร์ที่เพิ่งเปิดเครื่องทิ้งไว้ เสียงดนตรีที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าคือเครื่องพิสูจน์ฝีมือของชมรมดนตรีปีนี้ แต่มันกลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาด ราวกับมีบางอย่างที่ขาดหายไปในจังหวะของผม
เมื่อถึงคิวแนะนำตัวบนเวที ผมก้าวขึ้นไปท่ามกลางเสียงกรี๊ดเบาๆ จากสาวๆ ทั้งในและนอกคณะ ผมไม่ถนัดเรื่องการพูดปลุกใจหรือทำตัวเป็นไอดอล ผมถนัดแต่การสื่อสารผ่านคอร์ดกีตาร์
"สวัสดีครับ ผมโซ่ ธันวา มือกีตาร์ชมรมดนตรีสากล" ผมพูดสั้นๆ พลางเกี่ยวสายกีตาร์ให้เกิดเสียงดึงดูดความสนใจ "เป้าหมายของผมในรั้วมหาลัยปีนี้ไม่ใช่แค่เรียนให้จบ แต่คือการหาซาวด์ที่หายไป... ถ้าใครรู้สึกว่าตัวเองมีจังหวะที่ตรงกับผม ลองแวะมาที่ห้องซ้อมดนตรีหลังตึกกิจกรรมดูนะครับ"
ผมเห็นสายตาคู่หนึ่งในฝูงชนชะงักไปครู่หนึ่ง หญิงสาวคนนั้นไม่ได้กรี๊ดเหมือนคนอื่น เธอยืนนิ่งราวกับรูปปั้นในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบ เส้นผมยาวสลวยปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ผมสนใจคือกล่องใส่กีตาร์โปร่งเคสแข็งที่เธอสะพายไว้ด้านหลังอย่างทะนุถนอม
หลังจบกิจกรรม ผมปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนที่กำลังล้อมวงคุยเรื่องสาวๆ ผมเดินตรงไปยังอาคารห้องซ้อมดนตรีเก่าที่มักจะเงียบเหงาในช่วงเปิดเทอมวันแรก กลิ่นอับของฝุ่นผงและกลิ่นไม้เก่าๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของห้องซ้อมทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายเสมอ
เสียงดีดสายกีตาร์โปร่งดังแว่วออกมาจากห้องซ้อมห้องที่สาม จังหวะที่นิ้วเกากระทบสายมันดูหนักแน่นแต่แฝงไว้ด้วยความเหงาที่ชวนให้ใจสั่น มันไม่ใช่การดีดเพื่อความบันเทิง แต่มันเหมือนการระบายความในใจที่ไม่มีคำพูดใดจะสื่อสารได้ ผมตัดสินใจแง้มประตูเข้าไปโดยไม่ให้เกิดเสียง
ภาพที่เห็นทำเอาผมลืมการหายใจไปชั่วขณะ
หญิงสาวคนเดิมจากงานรับน้อง... เธอคนนั้นกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า กีตาร์โปร่งไม้สีน้ำตาลเข้มวางอยู่บนตัก นิ้วเรียวยาวของเธอเคลื่อนไหวพลิ้วไหวราวกับร่ายมนตร์ แสงแดดที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาตกกระทบที่ใบหน้าด้านข้างของเธอ ผมเห็นความเศร้าที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่สวยนั้นได้อย่างชัดเจน
ทันใดนั้น เธอหยุดดีดกะทันหันก่อนจะหันขวับมามองทางประตูด้วยสายตาที่เย็นชาจนผมรู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมา
"ใคร?" เธอถาม เสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคม
"ผม... โซ่" ผมตอบพลางยิ้มเจื่อนๆ พยายามแสดงตัวว่าเป็นมิตร "ขอโทษที่ถือวิสาสะเข้ามาครับ ผมแค่ได้ยินเสียงกีตาร์แล้วมัน... คุ้นๆ น่ะ"
"คุ้นเหรอ?" เธอแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเธอไล่สำรวจผมอย่างดูแคลน "ฉันไม่ได้เล่นให้ใครฟัง และที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ที่คนชอบทำตัวเด่นบนเวทีอย่างคุณควรจะมาเหยียบ"
เธอลุกขึ้นคว้ากีตาร์เตรียมจะเดินหนี แต่ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องซ้อมถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังโครม ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสสีแดงสดเดินเฉิดฉายเข้ามา เธอมีใบหน้าที่สวยเฉี่ยวแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจที่ผมจำได้ดี
"เซอร์ไพรส์! จำฉันได้ไหมคะโซ่?"
รินรดา... คนที่หายไปจากชีวิตผมโดยไม่บอกลาเมื่อปีที่แล้ว เธอยืนอยู่ตรงนั้น ยิ้มให้ผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่เมโลดี้—หญิงสาวเจ้าของกีตาร์โปร่ง—หยุดชะงักไปพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นความตกใจอย่างเห็นได้ชัด เธอจ้องหน้าผม สลับกับรินรดาด้วยสายตาที่ราวกับจะบอกว่า 'นายกับยัยนี่... สัมพันธ์กันแบบไหน?'
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องซ้อมทันที กลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงจากรินรดาตีกับกลิ่นอับของห้องซ้อมจนผมเวียนหัว ผมมองรินรดาที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ และมองเมโลดี้ที่กำคอกีตาร์แน่นจนนิ้วซีดขาว
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน... ผมเพิ่งจะเริ่มต้นชีวิตมหาลัยได้ไม่กี่ชั่วโมง แล้วความวุ่นวายก็พุ่งเข้าใส่เหมือนพายุ
รินรดาเอื้อมมือมาแตะแขนผมเบาๆ พลางหันไปมองเมโลดี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม "น้องคนนี้เพื่อนใหม่เหรอคะ? ดูท่าทางจะเข้ากับคนยากนะ ระวังจะโดนพิษร้ายใส่ตัวเข้าล่ะ"
เมโลดี้ไม่ได้ตอบโต้อะไร เธอเพียงแค่สะพายกีตาร์ขึ้นบ่าแล้วก้าวเท้าเตรียมจะเดินผ่านผมออกไป แต่ในจังหวะที่ไหล่ของเธอเฉียดผ่านไหล่ผมไปนั้น เธอกระซิบด้วยเสียงที่เบาจนเกือบจะหายไปในอากาศ
"หึ... นักดนตรีที่ไหนก็เหมือนกันหมด น่ารังเกียจไม่ต่างกัน"
ความรู้สึกผิดที่ผมไม่ได้ก่อเริ่มเกาะกินใจ ผมจะปล่อยให้เธอเดินออกไปทั้งแบบนี้ไม่ได้ แต่รินรดาที่เกาะแขนผมอยู่กลับแน่นขึ้น ราวกับกำลังประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย
นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดิมพันที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองในใจของผมนะครับครับ
ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 1
เปิดเทอมใหม่กับเสียงกีตาร์ที่คุ้นเคย
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!