ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส•ตอนที่ 48

จดหมายถึงเมโลดี้

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดลงมากระจกห้องซ้อมดนตรีชั้นสี่ของตึกกิจกรรม ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในอกของผมลดลงเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วโป้งข้างขวาของผมมีรอยพุพองและคราบหมึกปากกาซึมติดอยู่เล็กน้อยจากการจดๆ เขียนๆ สมุดโน้ตบรรทัด 5 เส้นที่วางอยู่ตรงหน้า บนโต๊ะไม้ตัวเก่ามีกระดาษฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกองสุมกันราวกับภูเขาขนาดย่อม ทุกคำ ทุกประโยคที่ถูกขีดฆ่าทิ้ง ล้วนเป็นเศษเสี้ยวความรู้สึกที่ผมพยายามกลั่นกรองออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "เฮ้ย โซ่ มึงจะเขียนคัมภีร์ใบลานหรือไงวะ นั่งจ้องกระดาษมากว่าสามชั่วโมงแล้วนะเว้ย" เสียงห้าวๆ ของกัปตันดังขึ้น พร้อมกับเสียงไม้กลองที่เคาะลงกับโต๊ะเป็นจังหวะรัวกวนประสาท มือกลองประจำวงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาขาดๆ ฝั่งตรงข้าม หยิบกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาเปิดจนเกิดเสียงฟู่ ผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ท่อนฮุกสุดท้ายที่เพิ่งเขียนเสร็จ บรรทัดแล้วบรรทัดเล่าที่เต็มไปด้วยหมึกสีน้ำเงิน มันไม่ใช่แค่เนื้อเพลงธรรมดา แต่มันคือจดหมายสารภาพความรู้สึกที่ผมไม่เคยกล้าพูดออกไปตรงๆ ให้เมโลดี้ฟัง "ถ้ามันง่ายเหมือนตอนตีกลอง มึงคงไม่ต้องมานั่งทำหน้าเครียดเป็นตูดหมึกแบบนี้หรอก กัปตัน" ผมตอบเสียงเรียบ พลางหมุนปากกาในมือเล่น "ฮึ้ย พูดแบบนี้เสียหมาเลยนะเพื่อน!" กัปตันหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย "ว่าแต่... แน่ใจแล้วเหรอวะว่าจะใช้เพลงนี้? รินรดาเขาเพิ่งกลับมาป่วนเปี้ยนแถวคณะเรานะเว้ย ข่าวลือเรื่องมึงกับแฟนเก่าเริ่มแพร่ไปถึงหูยัยมือเบสของเราแล้ว ถ้าเกิดเมโลดี้เข้าใจผิดขึ้นมา..." "ฉันไม่ได้สนใจอดีต" ผมตัดบทเสียงเฉียบคม วางปากกาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังทึบ ดวงตาคมกวาดมองข้อความในกระดาษอีกครั้ง "รินรดาเป็นแค่อดีตที่จบไปนานแล้ว แต่เมโลดี้... เธอคือคนปัจจุบัน และเป็นท่วงทำนองเดียวที่ฉันอยากเล่นไปตลอดชีวิต ถ้าฉันไม่ทำอะไรสักอย่างตอนนี้ ฉันอาจจะเสียเธอไปจริงๆ" บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงคำรามก้อง กัปตันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตบไหล่ผมปึกใหญ่ "เออ ถ้ามึงกล้าตัดสินใจแบบนี้ ฉันกับไอ้พวกที่เหลือก็พร้อมลุยสนับสนุนเต็มที่เว้ย! ไปจัดการเคลียร์ใจกับยัยมือเบสหน้าหวานให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ดนตรีมันต้องบรรเลงด้วยความจริงใจเว้ยเพื่อน!" คำพูดของกัปตันจุดประกายบางอย่างในตัวผม โซ่คนนี้ไม่เคยกลัวอะไร ยกเว้นการสูญเสียผู้หญิงที่ทำให้กีตาร์โปร่งของเธอกลายเป็นเสียงเพลงที่ไพเราะที่สุดในชีวิตผมไปเสียแล้ว ผมหยิบสมุดโน้ตเล่มนั้นขึ้นมา พับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหยิบกีตาร์ไฟฟ้าคู่ใจขึ้นมาสะพายพาดบ่า แต่ทว่า... ก่อนที่ผมจะได้ก้าวเท้าออกจากห้องซ้อม เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาของรินรดาปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่ผมด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เธอยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งผมเคยหลงใหล แต่วันนี้มันกลับสร้างความอึดอัดให้ผมอย่างบอกไม่ถูก "บังเอิญจังเลยนะคะโซ่..." รินรดาก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยลอยมาแตะจมูก "รินได้ยินมาว่า... คุณกำลังแต่งเพลงใหม่อยู่เหรอคะ? เพลงที่แต่งให้ใครบางคน... คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ หรือว่า... ยังเป็นเรื่องของเราที่ยังเคลียร์ไม่จบกันแน่คะ?" กัปตันลุกขึ้นยืนบังหน้าผมทันที สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด "เฮ้ย รินรดา ที่นี่ห้องซ้อมวงเรา เธอไม่มีสิทธิ์เข้ามาพลการแบบนี้นะ กลับไปซะเถอะ โซ่เขากำลังจะไปธุระสำคัญ" รินรดาไม่สนใจกัปตัน เธอยังคงจ้องมองผมด้วยสายตาเว้าวอน ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ จนระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว มือเรียวเอื้อมมาแตะที่ปลายแขนเสื้อของผมเบาๆ "โซ่คะ... ฟังรินก่อนสักนิดไม่ได้เหรอคะ เรื่องของเราเมื่อก่อนมันมีความหมายมากนะ รินรู้ว่าโซ่ยังรู้สึกเหมือนเดิม..." ผมถอยหลัง1ก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ปัดมือเธอออกอย่างสุภาพแต่เด็ดเดี่ยว แววตาของผมว่างเปล่าไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ นอกเหนือจากความรำคาญใจ "ริน... เราจบกันไปนานแล้ว และผมก็มีคนที่อยู่ในใจแล้วด้วย" ผมเอ่ยเสียงนิ่งสนิท "กรุณาอย่าล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมอีกเลย" รินรดาชะงักไป ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความโกรธและเสียหน้า แต่รอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "มั่นใจนักเหรอคะโซ่ว่าผู้หญิงคนนั้น... เขาจะอยากฟังเพลงที่คุณแต่ง?" รินรดาลอยหน้าลอยตาพูด ก่อนจะเอียงคอพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ "ถ้าเกิดว่าตอนนี้... เมโลดี้เขากำลังยืนถือร่มคันสีฟ้าอยู่หน้าห้องสมุดคณะมนุษยศาสตร์ แล้วบังเอิญเห็นภาพที่เราสองคนยืนอยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้... คุณคิดว่าเธอจะเข้าใจความหมายในเนื้อเพลงของคุณไหมล่ะคะ?" สิ้นคำพูดนั้น หัวใจของผมกระตุกวูบ ภาพความทรงจำทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ผมหันขวับมองนาฬิกาบนผนังทันที นี่มันเวลาที่เมโลดี้มักจะเดินผ่านตึกนี้เพื่อไปหอสมุด! ผมไม่รอช้า พุ่งตัวผ่านหน้ารินรดาออกจากห้องซ้อมทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เสียงเรียกของกัปตันดังไล่หลังมาแต่ผมไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองชุดในท่อนโซโล่ ผมวิ่งฝ่าสายฝนลงมาที่ชั้นล่างอย่างไร้ความลังเล ปลายทางมีเพียงเป้าหมายเดียวคือการไปให้ถึงตัวเธอ ก่อนที่ความเข้าใจผิดจะกลายเป็นกำแพงที่ไม่มีวันทลายลงได้อีก และเมื่อผมวิ่งมาถึงทางเชื่อมตึกคณะมนุษยศาสตร์ ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาเปียกฝนเล็กน้อยกำลังยืนถือร่มสีฟ้าค้างไว้ ดวงตากลมโตสีนิลคู่นั้นมองตรงมาที่ผมด้วยแววตาที่สั่นระริกและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ปะปนกับสายฝน เธอกำลังมองผม... ที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาจากทางตึกดนตรี โดยมีเงาของรินรดาเดินตามหลังลงมาห่างๆ ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองจังหวะรัก: บันทึกเสียงหัวใจยัยมือเบส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%