กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 21

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งผสมผสานกับไอเย็นเยือกของเขตแดนเหมันต์นิรันดร์จนกลายเป็นหมอกสีครามจางๆ ภายในโถงลับใต้ตำหนักแปดทิศ หลิวเหยียนยืนนิ่งดั่งรูปสลัก กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือซ้ายไม่ได้เปล่งประกายเจิดจ้า หากแต่บิดเบือนมิติรอบกายจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น สายตาของเขาทอดมองร่างที่ทรุดฮวบลงเบื้องหน้า—ร่างของผู้อาวุโสซู บุรุษผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยร่วมเป็นร่วมตายเคียงบ่าเคียงไหล่ในศึกผาอัสนี มู่หรงเซวียนยืนอยู่เบื้องขวา ห่างออกไปเพียงครึ่งก้าว ไอเย็นจากวิชาธารน้ำแข็งพิฆาตแผ่ซ่านจากปลายนิ้วเรียางามของนางจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมพื้นศิลาเป็นลายพยัคฆ์ "เจ้า... เจ้ากล้าสงสัยข้าผู้เป็นอาจารย์อา?" ผู้อาวุโสซูกระอักโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต ดวงตาที่เคยเปี่ยมด้วยเมตตามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นและหวาดกลัว รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของคนแก่ชรา "หลิวเหยียน... เจ้าคิดว่าการล้างแค้นให้ตระกูลหลิวของเจ้า จะจบลงที่ตัวข้าอย่างนั้นหรือ?" หลิวเหยียนไม่กล่าววาจา ไอสังหารแผ่ออกจากร่างจนสะเก็ดไฟปราณสีชาดลุกโชนขึ้นรอบกาย ความเงียบงันนี้กดดันยิ่งกว่าคมกระบี่จ่อคอหอย ความจริงที่เพิ่งเปิดเผยออกมากัดกินหัวใจของเขาดั่งเข็มนับพันเล่ม ตัวการแท้จริงที่ชักใยเบื้องหลังการสังหารล้างตระกูลหลิวเมื่อสิบปีก่อน ไม่ใช่สำนักมารโลหิต ไม่ใช่เจ้าสำนักเหมันต์คนก่อน แต่กลับเป็นบุคคลที่นั่งดื่มสุราเคล้าเสียงเพลงร่วมโต๊ะกับบิดาของเขามานับสิบปี บุคคลที่หยิบยื่นเคล็ดวิชาแรกให้เขาด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น "ท่านซู..." เสียงของหลิวเหยียนแหบพร่า ทว่ากังวานลึกดั่งเสียงระฆังสำริดจากหุบเหวไร้ก้น "ข้าเคารพท่านเสมือนบิดาคนที่สอง ยามที่ตระกูลข้าถูกเผาเป็นจุล ท่านคือผู้ส่งข่าวบอกพิกัดหลบหนี ท่านคือผู้ยื่นมือเข้าช่วย... เหตุใดเล่า มือที่ยื่นมาช่วย จึงเป็นมือเดียวกันกับผู้ที่แทงข้างหลังในค่ำคืนนั้น?" ผู้อาวุโสซูหัวเราะรơiร่า น้ำตาไหลรินผสมปะปนกับลิ่มเลือด "ฮ่าๆๆ... โง่เง่า! เจ้าคิดว่าวิชา 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ที่สมบูรณ์แบบ ได้มาจากการฝึกฝนตามตำราคร่ำครึอย่างนั้นรึ? ถ้าไม่มีคัมภีร์โลหิตบรรพกาลที่ตระกูลหลิวของเจ้าซ่อนไว้ สภาวะจิตของข้าจะทะลวงสู่ขอบเขตเซียนแท้จริงได้อย่างไร!" มู่หรงเซวียนขมวดคิ้วมุ่น ความเย็นเยือกในแววตานางทวีความรุนแรงขึ้น นางก้าวเท้าเข้ามาขนาบข้างหลิวเหยียน ไอเย็นพวยพุ่งจนหยาดน้ำค้างแข็งตัวกลางอากาศ "วาจาสัตย์ซื่อจอมปลอม เจ้าใช้คราบของผู้อ/าวุโสผู้ทรงคุณธรรม บงการศิษย์สายในให้ชิงตัดตอนพยานในคดีของหลิวเหยียนมาตลอดสามปีที่ผ่านมาสินะ... ซูเหิง นึกไม่ถึงว่าใต้หน้ากากเซียนผู้สูงส่ง จะซ่อนวิญญาณเดรัจฉานกระหายเลือดเอาไว้" "มู่หรงเซวียน... เจ้าเด็กน้อย เจ้าเข้าใจอะไร ยุทธภพนี้มีแต่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ!" ผู้อาวุโสซูแผดเสียงคำราม ลมปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งระเบิดออกจากตัน田 (ดันเตียน) ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้น เส้นเลือดปูดโปนดั่งหนอนพิฆาต "ในเมื่อความลับแตกตกร่องชิ้นนี้ ข้าจะฝังพวกเจ้าไว้ที่นี่ พร้อมกับความลับของตระกูลหลิว!" *เปรี้ยง!* แรงระเบิดจากวิชาต้องห้ามสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตำหนัก หลิวเหยียนพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าสีชาด กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือไม่ได้วาดออกเป็นกระบวนท่า แต่เป็นการแปรเปลี่ยนสภาวะจิตให้กล the โกลาหล พลังลมปราณผสานเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการแก้แค้น ก่อเกิดเป็นคมกระบี่ไร้รูปที่พุ่งทะลวงผ่านม่านพลังสีดำได้อย่างง่ายดาย ทว่า ท่ามกลางประกายไฟจากการปะทะกันของลมปราณอันน่าสะพรึงกลัว รอยยิ้มแปลกประหลาดกลับผุดขึ้นบนใบหน้าของผู้อาวุโสซู มันไม่ได้พยายามหลบหนีหรือสวนกลับ แต่มือเหี่ยวย่นกลับควักป้ายหยกสีเลือดชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วบดขยี้มันลงบนพื้นศิลา "คิดว่าข้ามาที่นี่คนเดียวอย่างนั้นหรือ... หลิวเหยียน?" ผู้อาวุโสซูแย้มยิ้มอย่างน่าสยดสยอง ขณะที่โลหิตไหลทะลักออกจากมุมปาก "คนที่ชักใยแท้จริง... ไม่ใช่แค่ข้าคนนี้หรอก..." *ครືนกกกกกกกก—!* พื้นศิลาเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงคำรามต่ำดั่งอสูรกายหลับใหลดังขึ้นจากใต้รากฐานของสำนักเหมันต์นิรันดร์ ม่านอาคมโบราณที่ถูกปิดตายมานับพันปีพลันเรืองแสงสีม่วงเข้มขึ้นทีละจุด ท้องนภาด้านนอกที่เคยกระจ่างใสกลับถูกกลืนกินด้วยเมฆหมอกทมิฬหนาทึบ สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมาใจกลางตำหนักจนหลังคาพังทลายลงมาเป็นจุล มู่หรงเซวียนหน้าถอดสี นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาจากขุมนรกเบื้องล่าง "นี่มัน... ค่ายกลสะบั้นวิญญาณเก้าสวรรค์? ไฉนจึงถูกกระตุ้นขึ้นมาได้!" หลิวเหยียนหรี่ตาลงคมกริบ สัญชาตญาณการต่อสู้เตือนภัยระดับสูงสุดกระหน่ำซัดเข้ามาในโสตประสาท เขาตวัดกระบี่ตัดศีรษะของผู้อาวุโสซูในดาบเดียวอย่างไร้ความปรานี ร่างไร้หัวทรุดฮวบลงจมกองเลือด แต่ทว่า... วินาทีนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็ก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยวกลางกองเพลิงและเศษซากปรักหักพัง กลิ่นอายพลังระดับ 'เซียนขั้นบรรพกาล' กดทับลงมาจนลมหายใจของคนทั้งสองติดขัด ร่างกายของหลิวเหยียนสั่นสะท้านด้วยแรงกดดันอันมหาศาล เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าสวมหน้ากากเงินลายพยัคฆ์เหมันต์ ทว่า... ดำริและกระบี่ที่ถืออยู่ในมือขวานั้น หลิวเหยียนจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด "คารวะ... ท่านเจ้าสำนักผู้เฒ่า" มู่หรงเซวียนอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงจนสุ้มเสียงสั่นพร่า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า บุรุษใต้หน้ากากเงินหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเยียบเย็น เสียดแทงหัวใจของหลิวเหยียนจนชาดิ่ง "เด็กน้อยหลิวเหยียน... เจ้าตามหาตัวการมาสิบปี แต่เจ้ากลับไม่รู้เลยว่า... คนที่ฆ่าล้างตระกูลของเจ้าด้วยมือคู่นี้ คือผู้ที่มอบกระบี่เล่มนั้นให้แก่เจ้าตั้งแต่แรกเริ่มต่างหาก..." ด้วยความเคารพในวิถีแห่งอักษรและมรรคาเซียน **เพลิงโอสถสวรรค์**
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%