"ถ้าคุณยังเลือกที่จะเก็บงำเบาะแสชิ้นนั้นไว้คนเดียวเหมือนคราวก่อน ผมคงต้องขออนุญาตทบทวนใหม่... ว่าเราสองคนยังเป็น 'คู่หู' กันอยู่หรือเปล่า"
น้ำเสียงของเอลิน่าราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษที่ถูกชักออกจากฝัก เธอยืนพิงกรอบหน้าต่างหินแกรนิตของหอคอยบัญชาการ แสงจันทร์สีนวลยามวิกาลสาดส่องกระทบสันกรามคมคายและดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตัดพ้ออย่างไม่ปิดบัง บนโต๊ะไม้โอ๊กกลางห้องเกลื่อนกลาดไปด้วยชิ้นส่วนกลไกเวทมนตร์และเอกสารคดีลอบสังหารที่ยังปิดไม่ลง
เรย์ถอนหายใจยาวนาน เขาขยับกรอบแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อยตามความเคยชินยามต้องใช้ความคิด มือข้างหนึ่งถือกระบอกเลนส์เวทมนตร์ที่เพิ่งถอดประกอบเสร็จ รอยคล้ำใต้ตาของเขาฟ้องชัดเจนว่าไม่ได้นอนมาข้ามคืนแล้ว
"คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้มีเจตนาจะปิดบัง เอลิน่า" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง เขาวางเครื่องมือลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ "ข้อมูลชิ้นนั้น... มันอันตรายเกินกว่าจะให้คุณเข้าไปยุ่งตั้งแต่แรก รอยประทับเวทของตระกูลขุนนางฝ่ายเหนือบนศพเหยื่อ ไม่ใช่สิ่งที่หน่วยพิทักษ์สถาบันธรรมดาจะแตะต้องได้โดยไม่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาพอ"
"แล้วคิดว่าฉันกลัวหรือไง?" เอลิน่าผละตัวออกจากหน้าต่าง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศในห้องรอบตัวเหมือนจะเบาบางลง ดวงตาของเธอจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา "คุณเห็นฉันเป็นแค่เด็กฝึกงานที่ต้องคอยปกป้องหรือไงกัน เรย์? ตลอดเวลาที่เราไขปริศนาด้วยกันมา คุณแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเสมอ... คุณคิดว่าผมรู้สึกยังไงเวลาเห็นคุณเกือบเอาชีวิตไปทิ้งในเขตอาคมระดับสิบ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเฟืองนาฬิกาโบราณบนผนังที่ดังติ๊กต่อกย้ำเตือนเวลาที่กำลังไหลผ่าน
เรย์มองผู้หญิงตรงหน้า—อดีตครูฝึกผู้แข็งกระด้างที่บัดนี้ร่องรอยความเปราะบางในแววตานั้นสะท้อนภาพความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชา เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้ช่องว่างนี้ขยายใหญ่ขึ้น ความไว้วางใจที่สั่งสมมาทั้งยี่สิบสี่ตอนคงพังทลายลงในพริบตา
ชายหนุ่มระบายยิ้มจางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความกวนประสาทอย่างที่เคยเป็น
"โอเค ยอมแพ้ครับ" เรย์ยกมือขึ้นยอมจำนนทั้งสองข้าง ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะที่ใกล้พอจะได้ยินเสียงลมหายใจ "ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องกังวล... แต่จำไว้นะครับ ว่าเหตุผลเดียวที่ผมไม่อยากให้คุณเจ็บตัว ไม่ใช่เพราะผมมองว่าคุณอ่อนแอ แต่เพราะโลกใบนี้... ถ้าไม่มีคุณคอยดึงสติเวลาที่ผมคิดนอกกรอบมากเกินไป ผมก็คงเป็นแค่นักสืบกระจอกๆ ที่ตายไปตั้งแต่คดีแรกแล้วล่ะครับ"
เอลิน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวไหววับวูบหนึ่ง เธอเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนร่องรอยความเขินอายที่ระเรื่อขึ้นบนพวงแก้ม ก่อนจะพึมพำลอดไรฟัน
"พูดจาเจ้าเล่ห์ตลอด... นี่คือวิธีง้อคนของอดีตนักสืบโลกอื่นหรือไง?"
"เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดต่างหากล่ะครับ" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่อันตรธานหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางค่ำคืนอันหนเหน็บ
รอยยิ้มของเรย์ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตานุ่มลึกที่จริงจังขึ้น เขายื่นมือออกไปสัมผัสหลังมือเรียวของเอลิน่าอย่างแผ่วเบา เธอไม่ได้ชักมือหนี ปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นๆ นั้นกุมความเย็นเฉียบจากการทำงานหนักไว้
"เอาล่ะ ในเมื่อเราปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว..." เรย์หันกลับไปหยิบม้วนกระแสเวทแผ่นสุดท้ายขึ้นมา กางมันออกบนโต๊ะ แสงสีฟ้าอ่อนส่องสว่างเผยให้เห็นโครงสร้างแผนที่ใต้ดินของสถาบัน "ผมแกะรหัสกลไกของไอเทِمที่พบในที่เกิดเหตุได้แล้ว มันไม่ใช่แค่ระเบิดเวทธรรมดา แต่มันคือ 'กุญแจ' ที่เชื่อมต่อไปยังห้องนิรภัยใต้ดินของสภาสูง ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของคดีใหญ่ที่เรากำลังตามหาอยู่"
เอลิน่าปรับสีหน้ากลับสู่โหมดนักรบผู้เฉียบคมทันทีเมื่อเข้าสู่เรื่องงาน ดวงตาของเธอกวาดมองแผนที่อย่างรวดเร็วด้วยทักษะทางยุทธวิธีที่เหนือชั้น
"ห้องนิรภัยใต้ดิน? ถ้าเป็นที่นั่น ระบบรักษาความปลอดภัยต้องเชื่อมต่อกับค่ายกลอาคมโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่ก่อตั้งสถาบัน การจะบุกเข้าไปโดยไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัว เป็นไปไม่ได้เลยถ้าใช้กำลังทหาร" เธาวิเคราะห์เสียงเรียบ นิ้วเรียวชี้ไปยังจุดอับสัญญาณบนแผนที่ "เว้นแต่... เราจะใช้เส้นทางระบายอากาศเก่าที่ถูกปิดตายเมื่อสิบปีก่อน"
"ถูกต้องครับ และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องร่วมมือกัน" เรย์หยิบแว่นขยายคู่ใจขึ้นมาสวม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "คุณใช้กำลังทะลวงแนวป้องกันส่วนหน้า ส่วนผมจะใช้ทักษะการสังเกตการณ์แกะกลไกประตูนิรภัยจากด้านใน คดีนี้... เราจะปิดฉากมันในคืนนี้แหละครับ"
ทั้งคู่สบตากันเพียงเสี้ยววินาที เคมีที่ลงตัวและความไว้วางใจที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวทำให้ไม่ต้องเอื้อnเอ่ยคำพูดใดๆ เพิ่มเติมอีก เอลิน่าพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น เธอหยิบดาบประจำกายขึ้นมาคาดเอว ส่วนเรย์ก็เก็บเครื่องมือลงกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างคล่องแคล่ว
ทว่า... ในวินาทีที่ทั้งคู่ก้าวเท้าหันหลังเพื่อเตรียมมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบใต้ดิน เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดของสถาบันก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
*หวอ—! หวอ—!*
แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วทางเดินหินแกรนิต พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบเวทมนตร์ส่วนกลางที่รายงานด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและติดขัด
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการบุกรุกจากบุคคลไม่ทราบฝ่าย... เป้าหมายคือห้องนิรภัยใต้ดิน... ปัจจุบัน ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดถูกควบคุมโดยบุคคลภายนอก... และ... และ...]*
เสียงประกาศเงียบหายไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวhาะทุ้มต่ำ เยือกเย็น และคุ้นหูอย่างประหลาดดังแทรกเข้ามาผ่านระบบกระจายเสียงทั่วทั้งตึก
*"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปครับ... คุณนักสืบ และคุณครูฝึกคนเก่ง... น่าเสียดายนะ ที่พวกคุณมาช้าไปก้าวเดียว..."*
เรย์เบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ทันทีว่าเสียงนั้นคือใคร ร่างของเงาลึกลับที่พวกเขาตามหามาตลอด ไม่ได้กำลังหลบหนี... แต่มันกำลังรอต้อนรับพวกเขาอยู่ในกับดักที่ใหญ่กว่าเดิม
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขคดีเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอดนะครับ!
คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ•ตอนที่ 25
คืนใจให้กัน
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับสลับร่าง: คุณชายตัวร้ายกับคุณครูฝึกสุดแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!