ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 2

การปะทะกันของสองขั้ว

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กปะปนกับกลิ่นสาบสางของซากศพที่เริ่มเน่าสลาย ลอยอวลอัดแน่นอยู่ในอากาศชื้นทึบของศาลาไม้สักทองเก่าแก่กลางป่าทึบ แสงไฟฉายคาดหัวของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสาดส่องตัดความมืดทึบ เกิดเป็นลำแสงสีขาวนวลที่เต็มไปด้วยละอองฝุ่นและแมลงเม่าที่บินวนเวียนรอบซากศพของหญิงสาวเคราะห์ร้าย นายแพทย์ศตวรรษ หรือ หมอวัฒน์ ย่อกายลงอย่างระมัดระวัง สวมถุงมือยางสีขาวสะอาดสะอ้าน แววตาภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบ กวาดมองร่างไร้วิญญาณที่ถูกตรึงไว้กับพื้นไม้ด้วยตะปูสังฆวานรขนาดยักษ์ รอยสักอักขระขอมโบราณสีดำสนิทบนผิวหนังซีดเซียวส่งกลิ่นหอมประหลาด คล้ายดอกไม้บูชายศที่เน่าเปื่อย "หมอครับ... ทางกองพิสูจน์หลักฐานเช็คเบื้องต้นแล้ว ร่างกายไม่มีร่องรอยการต่อสู้ กระดูกไม่หัก แต่สาเหตุการตายน่าจะมาจากระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน... แปลกมากคราบน้ำตาบนแก้มยังไม่แห้งสนิทเลยครับ" นายตำรวจหนุ่มลูกน้องหน้าตาตื่นตระหนกเอ่ยรายงานเสียงสั่น หมอวัฒน์ไม่ตอบทันที นิ้วเรียายาวภายใต้ถุงมือยางกำลังบรรจงใช้อุปกรณ์เขี่ยคราบไขมันสีเหลืองขุ่นที่ซอกเล็บของศพ แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของแพทย์นิติเวชผู้เชื่อมั่นในตรรกะและวิทยาศาสตร์ เขาไม่เคยเชื่อว่าความตายจะถูกกำหนดด้วยภูตผีหรือมนต์ดำ ทุกอย่างมีเหตุและผลเสมอ... มนุษย์ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด "ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ไม่ได้แปลว่าไสยเวททำงานได้เองสารวัตร... มันต้องมีสารพิษบางชนิดที่ออกฤทธิ์กดประสาทอย่างรวดเร็ว จนเหยื่อไม่ทันได้ขัดขืน ผมจะส่งชิ้นเนื้อนี้ไปตรวจสารพิษเชิงลึกที่ห้องแล็บกรุงเทพฯ ภายในสามสิบหกชั่วโมงเราจะได้คำตอบที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้" หมอวัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง ทว่าแฝงความเฉียบขาด "หึ... วิทยาศาสตร์ของหมอน่ะ มันมองเห็นแค่เปลือกนอกของความตาย แต่กลับตาบอดสนิทต่อสิ่งที่อยู่ลึกลงไปในจิตวิญญาณ" เสียงทุ้มต่ำ กังวาน เย็นเยียบ และเปี่ยมด้วยอำนาจลึกลับดังขึ้นจากความมืดนอกศาลาไม้ หมอวัฒน์ชะงักมือที่กำลังเก็บตัวอย่างหลักฐาน เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง หันขวับไปมองยังต้นเสียงด้วยสายตานิ่งสนิทที่ฉายแววความรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อคลุมสีเข้มทับกางเกงขายาวสีดำ ก้าวพ้นเงาไม้ใหญ่ออกมาอย่างเชื่องช้า แสงจันทร์สาดส่องลงกระทบใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณหางตา ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นมองมาที่หมอวัฒน์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ราวกับเสือดาวกำลังจ้องมองเหยื่อในอาณาจักรของมัน "ไตรภพ..." หมอวัฒน์เอ่ยชื่อนั้นลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง "คุณเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของคดีอาญาได้อย่างไร ใครอนุญาตให้หมอผีเถื่อนอย่างคุณเข้ามาป้วนเปื้อนในที่เกิดเหตุ" ไตรภพ หรือ หมอไตร ก้าวขึ้นมาบนศาลาไม้ เสียงฝีเท้าของเขานุ่มนวลจนแทบไม่ได้ยิน กลิ่นอายจางๆ ของกำยานและไม้จันทน์หอมโชยมาแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นอายความตายรอบตัว เขาเดินผ่านหน้าหมอวัฒน์ไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าศพหญิงสาว สายตาสีเทาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังพิจารณาบางสิ่งที่มนุษย์ธรรมดามองไม่เห็น "พื้นที่ควบคุมเหรอครับหมอวัฒน์... สำหรับผม ที่นี่คือ 'ศาลาถอนวิญญาณ' สถานที่ที่วิญญาณของเหยื่อยังถูกจองจำด้วยอาคมสะกดวิญญาณโบราณ... คุณเอาแต่ก้มหน้าก้มตาหา องค์ประกอบทางเคมีในห้องแล็บ แต่คุณกลับมองไม่เห็นว่า 'วิญญาณ' ของเธอกำลังร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดแค่ไหน" ไตรภพพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่นจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ หมอวัฒน์ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนเหลือเพียงแค่คืบ แววตาสีเข้มของแพทย์นิติเวชจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาของหมอไสยเวท ปะทะกันด้วยกระแสจิตวิทยาและทิฐิที่แตกต่างสุดขั้ว "เลิกงมงายเสียทีหมอไตร! คุณกำลังหากินกับความกลัวและความงมงายของชาวบ้าน ตะปูพวกนี้ รอยสักพวกนี้ มันก็แค่เครื่องมือจิตวิทยาชั้นต่ำที่ฆาตกรใช้สร้างสถานการณ์เพื่ออำพรางคดีฆาตกรรมอำมหิต! ไม่มีความเร้นลับอะไรทั้งนั้น มีแต่ฆาตกรโรคจิตที่ต้องถูกลากตัวเข้าคุกด้วยกฎหมายและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์!" หมอวัฒน์เอ่ยเสียงเฉียบขาด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบระเบิด ไตรภพหัวנסในลำคอเบาๆ รอยยิ้มบนมุมปากของเขาไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับกัน มันมีความเย้ยหยันและเวทนาเจืออยู่จางๆ "คุณมั่นใจในเครื่องมือวิทยาศาสตร์ของคุณมากสินะครับหมอวัฒน์... ว่ามันพิสูจน์ได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ งั้นลองตอบผมหน่อยสิครับ ว่าทำไมรอยสักอักขระบนตัวศพ ถึงขยับได้ในยามที่พระจันทร์เต็มดวง?" ไตรภพโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูหมอวัฒน์ น้ำเสียงกระซิบนั้นเย็นเยียบราวกับสายลมจากป่าช้า "และที่สำคัญที่สุด... ทำไมตะปูสังฆวานรดอกนี้ ถึงเพิ่งถูกตอกลงไป หลังจากที่เธอ 'ตาย' ไปแล้วถึงสามชั่วโมง?" หมอวัฒน์ชะงักกึก ความมั่นใจทั้งหมดในหลักการแพทย์พังทลายลงชั่วขณะ เขาก้มมองลงไปที่ตะปูสังฆวานรดอกใหญ่ที่ปักอยู่บนพื้นไม้ รอยไม้รอบๆ ตะปูยังสดใหม่ ไร้ซึ่งคราบสนิมเก่าแก่อย่างที่ควรจะเป็น หากศพตายมาสามชั่วโมงแล้ว ทำไมรอยตอกจึงเพิ่งเกิดขึ้นใหม่? ในจังหวะที่ความเงียบงันและอึดอัดเข้าปกคลุม ทันใดนั้นเอง... เสียงกระซิบแหบพร่าของผู้หญิงก็ดังแว่วมาจากความมืดมิดใต้ถุนศาลาไม้ เบาหวิวแต่ชัดเจนแจ่มแจ้งในโสตประสาทของคนทั้งคู่ *"...ช่วยด้วย... มันยังไม่ออกจากร่างฉัน..."* หมอวัฒน์ผละถอยหลังด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อหันกลับไปมองร่างบนพื้นไม้ ร่างที่ควรจะไร้วิญญาณ กลับกำลังกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ดวงตาสองข้างที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมโพลงขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาขาวขุ่นที่ไร้แววตาของมนุษย์! แล้วขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ดินแดนลี้ลับนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%