ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม•ตอนที่ 1

ศพปริศนากลางป่าดิบ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้มีดผ่าตัดเล่มนั้นเปิดซากมนุษย์ที่กระดูกภายในแหลกเป็นผุยผงโดยไร้รอยช้ำภายนอก... วิญญาณของเขาและตัวคุณเอง อาจเป็นรายต่อไปที่จะต้องถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เงาครับ, คุณหมอศตวรรษ" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยทว่าแฝงรังสีคุกคามอันเยือกเย็นดังขึ้นจากความสลัวมุมห้องชันสูตร กลิ่นอายของธูปหอมโบราณและกำยานจางๆ ลอยคละคลุ้งตัดกับกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลินอย่างประหลาด นายแพทย์ศตวรรษชะงักมือที่กำลังสวมถุงมือยาง เหลียวขววับไปมองผู้บุกรุกยามวิกาลที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ ห้องชันสูตรของโรงพยาบาลชุมชนอำเภอแม่สาย อำนาจรัฐและเขตปลอดอภินิหาร... นี่คืออาณาจักรของเขา เหตุใดชายแปลกหน้าในชุดเสื้อคลุมสีเข้มคนนี้จึงเดินเข้ามาได้ตามอำเภอใจ "คุณเป็นใคร และเข้ามาในเขตกักกันเชื้อโรคได้อย่างไร รปภ.ปล่อยให้คนนอกเข้ามาเดินพล่านในนี้ได้อย่างไรกัน" ศตวรรษเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมสะท้อนถึงความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะการทำงานสำคัญ ศพปริศนานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ถูกพบเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนากลางป่าลึกกำลังรอให้เขาไขปริศนาด้วยวิทยาศาสตร์ ชายแปลกหน้าไม่ตอบคำถามเรื่องบัตรผ่าน เขาเพียงสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะสเตนเลสที่มีร่างไร้วิญญาณนอนอยู่ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นมองลอดผ่านร่างของศpผู้เคราะห์ร้ายมาสบตากับศตวรรษอย่างมีความหมาย "ผมชื่อไตรภพ... และผมไม่ได้มาในฐานะคนนอก แต่มาเพื่อเตือนสติคุณว่า สิ่งที่คุณกำลังจะทำกับศพรายนี้ มันก้าวล่วงเขตอาคมที่เกินกว่าตำราแพทย์แผนปัจจุบันของคุณจะเยียวยา" ไตรภพเอ่ย แววตาคู่นั้นลุ่มลึกและอ่านยากราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ศตวรรษแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เขาถอดถุงมือยางข้างหนึ่งออกแล้ววางลงบนถาดเครื่องมือแพทย์อย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับหมอไสยเวทผู้นี้ในระยะประชิด ความสูงไล่เลี่ยกันทำให้การปะทะกันทางสายตาเต็มไปด้วยแรงกดดัน "หมอไตร... หรือคุณไตรภพ สินธร นักพฤกษศาสตร์ป่าไม้ที่ชาวบ้านลือกันว่ารับจ้างปราบผีสางเทวดา ผมอ่านรายงานการสืบสวนเบื้องต้นแล้วครับ" ศตวรรษเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนทีละคำ "ในฐานะแพทย์นิติเวช ผมเชื่อในหลักฐานเชิงประจักษ์ รอยแผล รอยช้ำ สารพิษ หรือแรงกระแทกจากของแข็ง ไม่ใช่ 'คำสาป' หรือ 'วิญญาณอาฆาต' อย่างที่คุณและชาวบ้านกำลังงมงาย" "วิทยาศาสตร์อธิบายได้ทุกเรื่อง... นั่นคือสิ่งที่พวกคุณท่องจำกันมาตั้งแต่ห้องเรียนปีหนึ่ง" ไตรภพตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่มีความโกรธเคือง มีเพียงความเยือกเย็นของผู้ที่เคยเห็นความจริงอันมืดมนที่โลกวิทยาศาสตร์ปฏิเสธ "แต่ลองก้มลงมองกระดูกซี่โครงของศพนี้ผ่านเอกซเรย์ดูสิครับ มันหักละเอียดจากด้านในสู่ด้านนอก ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบอัดมันจากช่องอก... มนุษย์คนไหน แรงโน้มถ่วงแบบใด หรืออุบัติเหตุรูปแบบใดบนโลกนี้ ที่ทำลายโครงสร้างกระดูกมนุษย์ให้กลายเป็นผงแป้งโดยที่ผิวหนังชั้นนอกไร้รอยขีดข่วนได้?" คำพูดนั้นทำให้ศตวรรษนิ่งงันไปชั่วขณะ ข้อมูลจากการสเอกซเรย์เมื่อสองชั่วโมงก่อนผุดขึ้นมาในหัว ภาพฟิล์มสีดำสนิทที่แสดงให้เห็นกระดูกสันหลังและซี่โครงแหลกละเอียดเป็นผุยผงโดยไม่มีรอยแตกร้าวของเนื้อเยื่อภายนอก คือสิ่งที่เขากำลังหาคำตอบ แต่มันไม่ใช่เพราะไสยเวท... มันต้องมีกลไกทางฟิสิกส์หรือเคมีบางอย่างที่เขายังค้นไม่พบต่างหาก "มันอาจจะเป็นปฏิกิริยาเคมีจากพืชมีพิษในป่าลึก ที่ทำปฏิกิริยากับแคลเซียมในกระดูกผ่านการสูดดม ผมจะผ่าพิสูจน์เนื้อเยื่อและส่งตัวิตรวจสอบห้องแลปพิษวิทยาในกรุงเทพฯ" ศตวรรษยังคงยืนหยัดในจุดยืนเดิม แม้ลึกๆ ในใจจะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่ชวนขนลุกของศพตรงหน้า "ส่งไปก็เท่านั้นครับ" ไตรภพก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะชันสูตรอีกก้าว มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ผ้าดิบคลุมร่างสีขาวอย่างแผ่วเบา "เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ศพนี้จะไม่ใช่แค่ซากมนุษย์ไร้ญาติ แต่มันจะเป็น 'สื่อกลาง' ให้บางสิ่งที่ถูกปลุกขึ้นมาจากศาลาถอนวิญญาณกลางป่าลึก ตามมาทวงคืนกระดูกทุกชิ้นที่สูญเสียไป... และคุณนั่นแหละ ที่จะเป็นเป้าหมายแรกในการผ่าตัดครั้งถัดไป" บรรยากาศในห้องชันสูตรเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระส่ำของนายแพทย์หนุ่ม ศตวรรษจ้องมองใบหน้าด้านข้างของไตรภพที่ต้องกับแสงไฟนีออนสีนวล ความดื้อรั้นและความไม่เชื่อมั่นในไสยเวทกำลังถูกทดสอบอย่างหนักหน่วงด้วยสัญชาตญาณอันตรายที่กรีดร้องเตือนภัยอยู่ภายใน "ถ้าคุณแน่ใจนักว่ามันคืออาคม..." ศตวรรษสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ น้ำเสียงของเขากลับมาเยือกเย็นและท้าทายอีกครั้ง "งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ ว่าสิ่งที่เรียกว่าคาถาของคุณ มันแก้ปัญหาบนโต๊ะผ่าตัดของผมได้อย่างไร หรือแท้จริงแล้ว คุณก็เป็นแค่หมอผีต้มตุ๋นที่อาศัยความกลัวของชาวบ้านหากินกันแน่" ไตรภพหันกลับมาสบตาแพทย์หนุ่ม รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความโกรธ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่อผู้ดื้อรั้นและน่าสนใจที่สุดในรอบหลายปี "ด้วยความยินดีครับ หมอศตวรรษ..." ไตรภพเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดผ้าดิบคลุมศพออกอย่างรวดเร็ว ทว่า... ทันทีที่ผ้าสีขาวถูกเปิดออก ร่างไร้วิญญาณที่ควรจะนอนแน่นิ่งมาตลอดสามชั่วโมง กลับลืมตาโพลงขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีดำสนิทไร้แววตาขาวจ้องมองตรงมาที่นายแพทย์ทั้งสอง พร้อมกับเสียงกระดูกลั่นกรอบดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องชันสูตร ราวกับซากศพกำลังหัวเราะเยาะความพยายามของพวกเขา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ดินแดนลี้ลับนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาถอนวิญญาณกับนายแพทย์ชันสูตรศพอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%