"ถ้าป้ายังไม่หยุดเคาะประตู กูจะเอาผีปอบไปปล่อยไว้ใต้เตียงให้มึงนอนฝันเปียกกับน้ำเหลืองเจ็ดปี!"
รินกระชากเสียงลอดบานไม้ผุๆ ของห้องเช่ารูหนูในซอยเปลี่ยวกลางกรุง เสียงทุบประตูด้านนอกชะงักกึกทันทีตามด้วยเสียงแหลมสูงของป้าสมรที่กรี๊ดสวนเข้ามาจนแสบแก้วหู
"นังตัวดี! อีเนรคุณ! แกกล้าด่าย่าของแกอย่างนั้นเรอะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เงินเดือนเดือนนี้ของแกไปไหน ทำไมไม่ส่งมาให้ฉันกับน้อง นายทุนทวงหนี้มันมาแปะประกาศขายบ้านเราแล้วนะเว้ย!"
รินแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวพับหน้าจอโน้ตบุ๊กราคาแพงที่เพิ่งอัปเกรดการ์ดจอมาหมาดๆ ลงเสียงดัง *พับ* หล่อนกวาดตามองห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีแต่ลังบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและยันต์กันผีแปะเต็มผนัง นี่คือชีวิตของบัณฑิตสาวจบใหม่ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ผู้มีงานอดิเรกเป็นสัปเหร่อจำเป็นและหมอผีเฉพาะกิจ ชีวิตในเมืองกรุงของหล่อนถูกสูบเลือดสูบเนื้อจากญาติฝั่งพ่อที่ขยันสร้างหนี้พนันไม่เว้นแต่ละวัน โดยอ้างคำว่า "บุญคุณความกตัญญู" ค้ำคอ
แต่ขอโทษที... ยุค 80 ปลายๆ ใกล้เข้าสู่ยุค 90 แบบนี้ รินคนนี้ไม่ใช่ควายให้ใครขี่ หล่อนเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์จากการรับจ้างเขียนโค้ดปราบวิญญาณและแฮกข้อมูลเว็บมืด ซื้อตั๋วรถไฟเที่ยวเดียวพร้อมโฉนดที่ดินรกร้างขนาดสิบไร่ที่ปู่ทิ้งไว้ให้ที่อำเภอไกลปืนเที่ยง จังหวัดสุรินทร์
"อยากได้เงินนักเหรอ? เอาหัวควายไปแลกเอาเองก็แล้วกัน!" รินตะโกนสวนกลับพร้อมกับดีดนิ้วเป๊าะ "มิติลับ, ทำงาน!"
พริบตาเดียว ร่างของรินพร้อมคอมพิวเตอร์คู่ใจและลังเครื่องรางสารพัดชนิดก็หายวับไปจากห้องเช่า ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและกลิ่นธูปสาบสางที่หล่อนจุดทิ้งไว้ให้ป้าสมรเป็นของขวัญส่งท้าย
***
รถไฟขบวนเก่าโยกเยกจนไส้แทบทะลัก รินก้าวลงมาสู่สถานีปลายทางด้วยสภาพเหงื่อท่วมหลัง แต่ดวงตากลับเป็นประกายวาววับ ไร่มรณะที่ชาวบ้านลือกันว่าผีชุมจนหญ้าไม่กล้าขึ้น แท้จริงแล้วคือขุมทรัพย์ทางฮวงจุ้ยชั้นดี รินเดินลากกระเป๋าเข้ามาในเขตไร่ร้าง รั้วไม้ไผ่ผุพังและบ้านไม้สองชั้นที่ดูเหมือนบ้านผีสิงในหนังฮ่องกงไม่มีผิดเพี้ยน
แต่สำหรับริน... ที่นี่คืออิสรภาพ
หล่อนเปิดประตูบ้านเข้าไป ฝุ่นตลบอบอวลจนต้องไอโขลก ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน กลิ่นอายความเย็นยะเยือกก็แผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นไม้ เบื้องหน้าของหล่อนตรงมุมห้องนั่งเล่น มีเงาดำทะมึนรูปร่างสูงใหญ่กำลังนั่งยองๆ หันหลังให้อยู่ มันส่งเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอ พร้อมกับค่อยๆ หันหัวกลับมา 180 องศา ดวงตาสดๆ สีแดงก่ำและน้ำเหลืองที่ไหลเยิ้มตามรอยแยกของใบหน้าทำให้คนขวัญอ่อนสลบได้ทันที
"หึ... แขกไม่ได้รับเชิญมาไวishดีแทค" รินถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่าย หล่อนไม่รอช้า ควักแผ่นปรอทไล่ผีที่เขียนด้วยโค้ดภาษา C++ ผสมอักขระขอมโบราณออกจากกระเป๋าเป้ "อยากลองของกับโปรแกรมเมอร์สายบู๊เหรอไอ้น้อง?"
รินพุ่งเข้าไปประชิดตัววิญญาณร้ายอย่างไม่เกรงกลัว มือหนึ่งกดแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กมินิที่เชื่อมต่อกับเสาสัญญาณอาคมเฉพาะกิจ อีกมือซัดยันต์แปดทิศปักเข้ากลางหน้าผากภูตผี เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะของพลังงานลึกลับทำให้ข้าวของในบ้านสั่นสะเทือน แต่รินกลับยิ้มกริ่มเมื่อหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีเขียวเรืองแสง: *[System: Exorcism Successful. +500 Mana Points]*
"เยี่ยม แบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย" รินปาดเหงื่อที่หน้าผาก พลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดสนิท ความเงียบสงบของไร่ร้างเข้าปกคลุม ทว่าในความเงียบนั้น กลับมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาที่ระเบียงหน้าบ้าน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ไม่ใช่เสียงผีแน่... เพราะสัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุและกลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้นจนขนลุกซู่ รินหรี่ตามองผ่านร่องหน้าต่างด้วยความระแวดระวัง มือซ้ายหยิบคัตเตอร์อาคมขึ้นมาเตรียมพร้อม
ประตูไม้หน้าบ้านถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบทหารบกเต็มยศ ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงมาที่รินด้วยความตกตะลึงปนเป็นห่วงสุดขีด ในมือข้างหนึ่งของเขาหิ้วปิ่นโตเคลือบอีเมลสีหวานแหวว อีกข้างถือปืนลูกซองยาว
"คุณ... คุณเป็นใคร มาทำอะไรในไร่ผีบอกนี่อันตรายนะ" นายทหารหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กวาดสายตามองสำรวจรินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความร้อนรน "ผมผู้กองศร... ได้ยินเสียงโวยวายเมื่อกี้ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"
รินมองผู้ชายแปลกหน้าที่บุกเข้ามาในดงผีด้วยท่าทีคุกคามแต่แววตกลับฉายความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด หล่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางเก็บคัตเตอร์อาคมลงกระเป๋า
"ผู้กองเหรอคะ... เอ๊ย ผู้กองเหรอครับ?" รินเกือบหลุดปากผิดสำนวน "ฉันเพิ่งย้ายมาใหม่... แล้วก็เพิ่งตบผีเจ้าบ้านไปหมาดๆ ถ้ามาดีก็เชิญนั่ง แต่ถ้ามาหาเรื่อง... เชิญทางประตูครับ"
ผู้กองศรชะงักไปนิด ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาอย่างชอบใจ เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาวางปิ่นโตเหล็กกลมลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลิ่นหอมฉุยของแกงคั่วกลิ้งเนื้อสะเด็ดน้ำและไข่เจียวฟูร้อนๆ พุ่งทะลุรอยต่อของชั้นปิ่นโต กระจายฟุ้งไปทั่วห้องโถงที่เพิ่งผ่านศึกปราบผีมาหมาดๆ จนรินถึงกับเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"ผมไม่ได้มาหาเรื่องครับ... ผมแค่เอาสำรับมื้อค่ำมาฝากเพื่อนบ้านใหม่" ผู้กองศรยิ้มกริ่ม นัยน์ตาส่อแววคลั่งรักแบบไม่ปิดบัง "และดูท่าทาง... คุณคงหิวจนกินช้างได้ทั้งตัวแล้วล่ะมั้งครับ คุณหมอผีคนสวย"
รินมองหน้าผู้กองหนุ่มสลับกับปิ่นโตตรงหน้า สมองประมวลผลความหิวและความน่ากินของอาหารอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะได้เอ่ยปากตอบอะไร จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังปังๆ ขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังบ้าน พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับสิบตนที่พากันแห่กันมาล้อมรอบบ้านไม้หลังนี้ไว้มิดชิด!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเปิดตี้ปราบผีกับผมในตอนแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
หมอผีไอทีกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ผีบอก•ตอนที่ 1
ย้ายหนีญาติมาเปิดตี้ผีในไร่
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ผีบอก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!