"หากคุณยังมองเห็นความเสี่ยงเป็นเพียงอุปสรรค ผมแนะนำให้เก็บเงินก้อนนี้ไว้ใต้หมอน แล้วปล่อยให้คนอื่นคว้าโอกาสไปแทนดีกว่าครับ"
เสียงทุ้มต่ำของผมดังก้องไปทั่วห้องประชุมเล็กๆ ในโรงงานบรรจุภัณฑ์ ดวงตาของผมจ้องเขม็งไปยัง 'จางหย่ง' หัวหน้าทีมบุกเบิกที่ผมคัดเลือกมากับมือ เขากำลังลังเลกับการส่งทีมงานลงไปปักหลักที่กวางโจว พื้นที่ที่กำลังจะกลายเป็นขุมทองแห่งการค้าเสรีในอนาคตอันใกล้
จางหย่งขยับแว่นสายตาที่เบี้ยวเล็กน้อย นิ้วมือของเขาสั่นเทาขณะจับปากกา "คุณเฉินครับ... การบุกเบิกตลาดแดนใต้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันคือการเผชิญหน้ากับอิทธิพลมืดและกลุ่มพ่อค้าท้องถิ่นที่ถือครองเส้นทางขนส่งสินค้า เราไม่มีทางรู้เลยว่าถ้าเราก้าวเท้าเข้าไปแล้ว จะมีใครมาสกัดขาเราไว้หรือเปล่า"
ผมผ่อนลมหายใจอย่างใจเย็น วางเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระทบกันของกระดาษดังชัดเจนในความเงียบ "อิทธิพลมืดมีไว้สำหรับคนที่ไม่กล้าต่อรองด้วยผลประโยชน์ครับจางหย่ง เราไม่ได้ไปเพื่อทำสงคราม แต่เราไปเพื่อสร้าง 'โครงข่าย' ที่ขาดเราไม่ได้ คุณจำไว้ให้ดี ในยุคที่กำแพงภาษีและกฎระเบียบกำลังจะเปลี่ยนผ่าน ใครที่มีสายส่งสินค้าที่เร็วที่สุดและถูกที่สุด คนนั้นคือผู้ชนะ"
หลี่มู่ที่นั่งอยู่ข้างกายผมตั้งแต่ต้นจนจบ ขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอวางมือลงบนแผ่นหลังของจางหย่งเบาๆ แววตาของเธอสงบนิ่งทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจที่มองเห็นได้ยาก "จางหย่ง พวกเราไม่ได้ส่งคุณไปตาย แต่เราส่งคุณไปเป็นตัวแทนของ 'สำนัก' ของเราในดินแดนใหม่ หากคุณทำได้สำเร็จ สิ่งที่รอคุณอยู่ไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่มันคือการเป็นหุ้นส่วนที่ถือครองอนาคตของพวกเราทุกคน"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนมีเส้นลวดขึงอยู่กลางอากาศ จางหย่งมองสลับไปมาระหว่างผมกับหลี่มู่ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาว แล้วพยักหน้าอย่างแน่วแน่ "ผมเข้าใจแล้วครับ... ผมจะออกเดินทางคืนนี้"
ผมยิ้มมุมปาก ความดุดันที่เคยฉายชัดค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความพึงพอใจ "ดีมาก เตรียมเอกสารลับชุดที่ผมให้คุณไปให้พร้อม อย่าให้ใครเห็นจนกว่าจะถึงมือผู้รับที่กวางโจว และจำไว้ว่า... อย่าเชื่อใจใครจนกว่าจะได้เห็นความจงรักภักดีด้วยตาตัวเอง"
หลังจากจางหย่งออกไป ผมลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองดูความวุ่นวายของโรงงานในยามบ่าย การขยายตัวสู่ภาคใต้ครั้งนี้คือไพ่ตายใบสำคัญ หากทำสำเร็จ เราจะครองตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเกือบครึ่งค่อนประเทศ แต่ถ้าพลาด... ทุกอย่างที่สร้างมาอาจพังทลายลงในพริบตา
"คุณกำลังกังวลเรื่องใครบางคนในกวางโจวใช่ไหมคะ... เอ้ย ใช่ไหมครับ?" หลี่มู่เดินตามมาหยุดข้างๆ เธอเรียกสติผมด้วยการใช้น้ำเสียงหยอกล้อเล็กน้อย
"ผมไม่ได้กังวลเรื่องใคร แต่มันคือเรื่องของ 'เวลา' ครับหลี่มู่ ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบางอย่างที่ผิดปกติจากทางทิศใต้ ราวกับว่ามีคนรู้ว่าผมกำลังจะทำอะไร" ผมหันไปมองเธอ สายตาของผมวาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณนักสู้ที่เคยผ่านสมรภูมิในอีกมิติหนึ่งมานับไม่ถ้วน "ไม่ใช่แค่การค้า แต่มันมีความเคลื่อนไหวของอำนาจที่ซับซ้อนกว่านั้น"
คืนนั้น การเดินทางของทีมบุกเบิกเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ผมยืนมองรถบรรทุกคันเก่าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากโกดัง ล้อรถที่บดไปบนพื้นดินขรุขระเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีวันย้อนกลับ
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับเพื่อวางแผนก้าวต่อไป เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง
"หัวหน้าเฉิน... ดูเหมือนว่าของที่คุณฝากให้จางหย่งไปส่ง จะมีคนบางกลุ่มตามหามานานมากแล้วนะครับ"
น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและไม่คุ้นเคย ผมหันขวับไปทันที พบชายร่างสูงใหญ่สวมหมวกปีกกว้างยืนพิงเสาเหล็ก มือของเขากำลังควงมีดสั้นเล่มหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเขาซ่อนความโหดเหี้ยมที่ผ่านการฆ่าฟันมาอย่างโชกโชน
"แกเป็นใคร?" ผมถามเสียงเรียบ พร้อมกับเตรียมปราณในร่างให้พร้อมรับมือทันที
ชายคนนั้นแค่นยิ้มเผยให้เห็นแผลเป็นที่ข้างแก้ม "คนที่จะทำให้คุณรู้ว่า... ในกวางโจวที่คุณหมายตาไว้ ไม่ได้มีแค่พ่อค้าที่รอต้อนรับคุณอยู่ แต่มี 'ปีศาจ' ที่กำลังรอฉีกกระชากธุรกิจของคุณให้เป็นชิ้นๆ ตั้งแต่วันที่คุณย่างกรายเข้าไป"
เขาส่งซองเอกสารเปื้อนเลือดมาตรงหน้าผม หนึ่งในนั้นคือตราประทับของตระกูลที่ควรจะสูญสิ้นไปตั้งแต่ก่อนที่ผมจะทะลุมิติมาที่นี่!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกแห่งยุค 70 นะครับ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงครับ!
เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70•ตอนที่ 45
การขยายกิจการสู่ภาคใต้
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนยุทธภพพลิกมิติ ลุยธุรกิจยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!