“เจ้าบอกว่าจดหมายลับของฝ่าบาทอยู่ในนี้งั้นหรือ?”
เสียงทุ้มต่ำของท่านอ๋องจินหยางสั่นพร่าด้วยความประหม่าที่หาได้ยากยิ่ง ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์กวาดมองแผ่นกระดาษในมือที่เปลี่ยนไปราวกับมีเวทมนตร์ มือหนาที่เคยจับกระบี่สังหารศัตรูมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงเนื้อสัมผัสของกระดาษสมุนไพรชั้นเลิศและตราประทับสีทองอร่ามที่ยังคงความร้อนผ่าวราวกับเพิ่งประทับลงไปเมื่อวินาทีนี้เอง
หลินซูเหยาขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวาน แต่มีความร้ายกาจซ่อนเร้น นางมองดูท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ที่กำลังตกอยู่ในอาการ ‘ไปไม่เป็น’ ด้วยสายตาสมเพชเวทนาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่บาดลึกถึงกระดูก “ท่านอ๋อง... ของที่หายไปน่ะ ท่านคงไม่ต้องหาแล้วกระมัง เพราะสิ่งที่แทนที่มันอยู่นั้น มีมูลค่ามหาศาลเสียจนบัลลังก์ที่ท่านกำลังแย่งชิงยังดูหมองหม่นไปถนัดตา”
จินหยางเงยหน้าขึ้นมองนาง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความฉงนแกมตื่นตะลึง “นี่คือโฉนดที่ดิน ‘หอคอยมังกรบูรพา’... สถานที่ที่แพงที่สุดในเมืองหลวงซึ่งตระกูลใหญ่ต่างหมายปองมานับร้อยปี เหตุใดชื่อของเจ้าถึงไปอยู่บนนั้นได้? และใครกันที่กล้าประทับตรา ‘เบ็ดเสร็จเด็ดขาด’ นี่ลงไป!”
ซูเหยาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของนางดังก้องในห้องโถงที่เงียบสงัด จนคนรับใช้เก่าแก่ของตระกูลหลินที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น เขาจำตราประทับนั้นได้ดี... มันคือตราของสภาธุรกิจลับที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจ แล้วเหตุใดคุณหนูผู้นี้ที่เพิ่งถูกไล่ออกจากตระกูลถึงได้ครอบครองมัน?
“คนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์” ซูเหยาปรายตามองชายแก่ด้วยความเย็นชา “เจ้าดูให้ดีเถิด ว่าเจ้ากำลังรับใช้นายที่โง่เขลา หรือกำลังก้มหัวให้กับผู้ที่ถือครองกุญแจเศรษฐกิจของแผ่นดินอยู่กันแน่”
ชายแก่คนนั้นหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริกพยายามจะเอ่ยบางอย่าง แต่เสียงนั้นกลับกลายเป็นเพียงลมที่เล็ดลอดผ่านไรฟัน เขาตระหนักได้ทันทีว่าโชคชะตาของตระกูลหลิวที่เคยรุ่งโรจน์ กำลังถูกบดขยี้ด้วยปลายนิ้วของผู้หญิงที่พวกเขาทอดทิ้งให้ไปตายดาบหน้า
จินหยางขยับกายเข้ามาใกล้ซูเหยา กลิ่นไม้กฤษณาหอมจางๆ จากกายของเขาทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดสะบั้น “เจ้าต้องการอะไรกันแน่ หลินซูเหยา? โฉนดผืนนี้คือประกาศสงครามกับตระกูลหลิว... และอาจรวมถึงราชสำนักด้วย”
“สงครามหรือ?” ซูเหยาแค่นยิ้ม ดวงตาสุกสกาววาวโรจน์ “ข้าไม่สนใจเรื่องสงครามชิงอำนาจน่ารำคาญนั่นหรอก สิ่งที่ข้าสนใจคือการทำให้พวกที่เคยดูถูกข้าต้อง ‘ซื้อ’ ลมหายใจของตัวเองด้วยเงินของข้าต่างหาก”
ทันใดนั้น เสียงเตือนจากระบบมหาศาลก็ดังขึ้นในหัวของนางอย่างเร้าใจ
[ติ๊ง! ตรวจพบค่าความหวั่นไหวของเป้าหมาย: อ๋องจินหยาง เพิ่มขึ้น 15%!]
[ภารกิจแรก: เปิดร้านค้ากลางเมืองสำเร็จ! รางวัล: ระบบอัปเกรดสินค้า ‘เวทมนตร์การค้า’ ปลดล็อก!]
ซูเหยาไม่รอช้า นางหยิบการ์ดสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุไม่ทราบชื่อออกมาจากแขนเสื้อ การ์ดใบนั้นสะท้อนแสงไฟจนเกิดเป็นประกายสีรุ้ง นางดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงกลไกบางอย่างก็ทำงานขึ้นทั่วทั้งหอคอย
*กริ๊ก...*
ทันใดนั้น ประตูทางเข้าของหอคอยมังกรบูรพาที่เคยปิดตายมานานนับสิบปีก็เปิดออกพร้อมกัน ผ้าม่านราคาแพงจากผ้าไหมสีทองระย้าลงมา โคมไฟคริสตัลระยิบระยับสว่างไสวขึ้นเองโดยไม่ต้องใช้เปลวไฟ และกลิ่นหอมของสมุนไพรหายากโชยออกมาจากข้างในจนคนทั้งเมืองต้องหยุดชะงักมอง
บรรดาคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่เคยเหยียดหยามซูเหยาต่างพากันแห่มาดูความผิดปกติ พวกนางอ้าปากค้างเมื่อเห็นสตรีที่พวกนางมองว่าไร้ค่า กำลังยืนตระหง่านอยู่กลางหอคอยที่ล้ำค่าที่สุด โดยมีท่านอ๋องจินหยางยืนอยู่เคียงข้างด้วยท่าทีที่กึ่งเกรงใจกึ่งลุ่มหลง
“นี่มันเรื่องอะไรกัน!” เสียงหวีดร้องของหลินม่านม่าน คุณหนูผู้เย่อหยิ่งจากตระกูลหลิว ดังแทรกผ่านฝูงชนเข้ามา “ซูเหยา! นังคนทรยศ! เจ้าไปขโมยโฉนดมาจากไหน? เจ้าไม่มีวันเป็นเจ้าของที่นี่ได้!”
ซูเหยาหันกลับไปมองหญิงสาวที่วิ่งเข้ามาด้วยความโกรธจัด นางเพียงแค่ยิ้ม—รอยยิ้มที่เหมือนกับจะบอกว่า ‘เจ้ามันก็แค่ตัวประกอบที่น่ารำคาญ’
นางยกการ์ดสีดำในมือขึ้น แล้วรูดมันผ่านเครื่องอ่านลึกลับที่ปรากฏขึ้นบนอากาศเบื้องหน้า เสียงแจ้งเตือนดังสนั่นไปทั่วทั้งอาณาเขตที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง
*“ชำระค่าภาษีที่ดินและค่าธรรมเนียมทั้งหมดด้วยวงเงินไม่จำกัด... รายการชำระเสร็จสิ้น! ท่านคือเจ้าของหอคอยมังกรบูรพาอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมายศักดิ์สิทธิ์!”*
หลินม่านม่านชะงักกึก หน้าซีดเผือดจนแทบเป็นลม ส่วนฝูงชนรอบข้างต่างพากันฮือฮาด้วยความตื่นตะลึง ท่านอ๋องจินหยางจ้องมองการ์ดใบนั้นด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความปรารถนา... ไม่ใช่ความปรารถนาในอำนาจ แต่เป็นความปรารถนาในตัวหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า
“ม่านม่าน” ซูเหยาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนทำให้อีกฝ่ายต้องหยุดกึก “ร้านค้านี้เปิดแล้ว และแขกคนแรกที่จะถูกไล่ออกไปอย่างไม่ไว้หน้า... ก็คือเจ้า”
ในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ ร่างเงาสีดำสายหนึ่งก็พุ่งลงมาจากหลังคาทรงสูงของหอคอย ก่อนจะคุกเข่าลงเบื้องหน้าซูเหยาอย่างนอบน้อม มือของเงาสายนั้นถือถาดทองคำที่มีตราประทับแห่งราชันย์ที่หายสาบสูญไปนานกว่าร้อยปี พร้อมกับเสียงประกาศก้องจากคนลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุม
“ทูลเจ้าแม่แห่งหอคอย... กองกำลังค้าขายทั่วทั้งห้าแคว้น พร้อมสยบแทบเท้าท่านแล้ว พ่ะย่ะค่ะ!”
หลินซูเหยาหันมามองท่านอ๋องจินหยางที่ยืนแข็งทื่ออยู่ข้างกาย ก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำเอาหัวใจคนฟังต้องกระตุก “ท่านอ๋อง... ดูเหมือนว่าวันนี้ ท่านจะต้องเลือกระหว่าง ‘จดหมายลับของฮ่องเต้’ ที่หายไป หรือ ‘ความเป็นความตาย’ ของแคว้นที่ท่านปกป้อง... เพราะนับจากนี้เป็นต้นไป ทุกหยาดเหงื่อในเมืองหลวงแห่งนี้ อยู่ในกำมือของข้าเพียงผู้เดียว!”
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดผู้น่ารักตื่นเต้นและอยากติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ!
หลิวเยี่ยนซีค่ะ
หวนคืนบัลลังก์เจ้าแม่โรงเตี๊ยม กับระบบเปย์แหลกทลายแคว้น•ตอนที่ 3
เช็กอินครั้งแรก ได้รับร้านค้ากลางเมือง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เจ้าแม่โรงเตี๊ยม กับระบบเปย์แหลกทลายแคว้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
