"นังคนขี้เกียจ! ถ้ายังไม่โผล่หัวออกมา ข้าจะถีบประตูพังเข้าไปแล้วนะ!"
เสียงแผดกร้าวของมารดาฝ่ายชายดังทะลุผ่านไม้กระดานผุพังเข้ามา หลินฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของบ้านดินและกลิ่นเหม็นสาบจากเล้าหมูข้างบ้านทำให้นางขมวดคิ้วมุ่น นี่หรือคือชีวิตที่นางต้องเผชิญหลังจากการทะลุมิติเข้ามา? ร่างกายที่เคยสวมแพรพรรณเนื้อดีบัดนี้กลับสวมใส่เพียงชุดผ้าหยาบสีซีดจาง มือที่เคยจับพู่กันเขียนกลอนกลับต้องหยาบกร้านจากการทำงานหนัก แต่นางไม่ใช่หลินฟางเซียนคนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายอีกต่อไป
มือเรียวบางขยับกลอนประตูออกอย่างมั่นคง ก่อนจะเปิดอ้ากว้าง ปะทะเข้ากับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่สามีและเหล่าญาติฝ่ายชายที่ยืนล้อมกรอบเตรียมจะหาเรื่อง
"เสียงดังปานฟ้าผ่าแต่เช้าตรู่ ท่านแม่มีความทุกข์ใจอันใดหรือเจ้าคะ ถึงได้มาตะคอกใส่เรือนคนป่วยเช่นนี้?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น จนอีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง
"ป่วย? เจ้าน่ะรึป่วย! ข้าเห็นเจ้ายังเดินเหินคล่องปร๋อเมื่อวาน! อย่ามาสำออย วันนี้เป็นวันตัดฟืนที่ท้ายหมู่บ้าน ถ้าเจ้ากับหานหยางไม่ไปขนมาให้ได้สิบมัด วันนี้ทั้งวันก็ไม่ต้องหวังจะได้แตะต้องข้าวต้มแม้แต่หยดเดียว!"
ในจังหวะนั้นเอง ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดทหารเก่าขาดวิ่นก็เดินแทรกออกมาจากด้านหลังของนาง 'หานหยาง' ผู้เป็นสามีในนาม เขายืนตระหง่านราวกับขุนเขา สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองนางด้วยความเย็นชาที่บาดลึกถึงกระดูก แต่นางสัมผัสได้ถึงความสับสนที่วูบผ่านนัยน์ตาเข้มคู่นั้นไปชั่วขณะ
"ข้าจะไปเอง" เสียงทุ้มต่ำของเขากังวานก้อง "นางไม่สบาย... เรื่องฟืนข้าจัดการคนเดียวได้"
"หานหยาง! แกนี่มันโง่จริงๆ ให้เมียชั่วๆ แบบนี้หลอกหัวปักหัวปำ! มันก็แค่สะใภ้มีตำหนิที่บ้านเดิมขับไสไล่ส่งมา แกยังจะปกป้องมันอีกรึ!" แม่สามีแผดเสียงอย่างไม่เกรงใจ
ฟางเซียนขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้หานหยางถึงกับชะงัก นางก้าวออกมาเผชิญหน้ากับกลุ่มคนตรงหน้าด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น
"ท่านแม่เจ้าคะ คำว่า 'สะใภ้มีตำหนิ' ข้าขอยกคืนให้ท่าน... เพราะถ้าบุตรชายของท่านมีดีจริง เหตุใดเขาถึงต้องมาอยู่อย่างลำบากในกระท่อมผุๆ แห่งนี้ แทนที่จะได้เสวยสุขในกองทัพ? หรือเป็นเพราะเขาขัดใจท่านไม่ได้จนต้องยอมทิ้งอนาคตมาเป็นชาวนา?"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนแผลสด หานหยางขมวดคิ้วแน่น มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขามองภรรยาตัวน้อยที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน นางไม่ได้ดูขลาดกลัว ไม่ได้เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีความเด็ดเดี่ยวที่เขามิอาจหยั่งถึง
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงมาว่าข้า!" แม่สามีเงื้อมมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าฟางเซียน แต่หานหยางกลับคว้าข้อมือมารดาไว้ได้ทัน
"พอได้แล้ว" หานหยางกล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบ "วันนี้พวกข้าจะไปขนฟืน แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน... ถ้าเย็นนี้ข้าขนฟืนได้เกินจำนวนที่กำหนด ข้าต้องการที่ดินผืนท้ายไร่ที่รกร้างนั่นมาเป็นสิทธิ์ของข้ากับนาง"
ทุกคนรอบข้างเงียบกริบ ที่ดินผืนนั้นขึ้นชื่อว่าแห้งแล้งและเต็มไปด้วยหิน ใครจะอยากได้กัน? แต่ฟางเซียนกลับหัวใจเต้นรัว นางรู้ดีว่าใต้ผืนดินนั่นมีแหล่งน้ำบาดาลและดินที่มีแร่ธาตุสูงซึ่งเหมาะแก่การทำไร่ชาชั้นยอด!
"ได้! อยากได้ดินแห้งแล้งนั่นก็เอาไปเลย! อย่าร้องไห้มาขอข้าวข้ากินทีหลังก็แล้วกัน!"
เมื่อกลุ่มคนพวกนั้นจากไป หานหยางก็หันมามองนางด้วยสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ได้ เขาไม่พูดอะไรสักคำ ก่อนจะคว้าขวานเดินมุ่งหน้าไปยังป่าท้ายหมู่บ้าน ทิ้งให้ฟางเซียนยืนมองแผ่นหลังกว้างนั่นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
นางรีบกลับเข้าเรือน ปิดประตูล็อคกลอนแน่น ก่อนจะเรียก 'มิติแล็บเกษตร' ออกมา กลางอากาศเบื้องหน้าปรากฏหน้าจอโฮโลแกรมล้ำสมัย นางต้องเร่งผลิตปุ๋ยชีวภาพสูตรพิเศษจากตัวอย่างดินที่นางแอบเก็บมาเมื่อคืน เพื่อเปลี่ยนที่ดินรกร้างนั่นให้กลายเป็นทองคำ!
เมื่อถึงเวลาเย็น หานหยางกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพที่เหนื่อยล้า เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคล แต่สิ่งที่รอเขาอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ กลับไม่ใช่ข้าวต้มก้นหม้อที่เคยได้รับเป็นประจำ
กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นเข้มข้นอบอวลไปทั่วกระท่อมไม้เล็กๆ หานหยางหยุดชะงัก กลิ่นหอมนั้นเตะจมูกจนท้องไส้เขาปั่นป่วน เขาจำได้ว่าในครัวไม่มีเนื้อสัตว์แม้แต่น้อย
"เจ้าเอาอะไรมาทำ..." เสียงของเขาแหบพร่า
ฟางเซียนเดินออกมาจากมุมห้อง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้มอย่างผู้ชนะ นางถือชามกระเบื้องที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายวางลงตรงหน้าเขา
"ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจ... ท่านขนฟืนมาให้ข้า ข้าก็ตอบแทนท่านด้วยอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่ข้าจะหาได้" นางก้มลงกระซิบข้างหูเขา "ลองชิมดูสิเจ้าคะ... และหลังจากนี้ เตรียมตัวให้พร้อม เพราะชีวิตเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"
หานหยางหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขามองหน้าภรรยาตนเองสลับกับอาหารจานเด็ดตรงหน้า ก่อนจะคีบเนื้อชิ้นนั้นเข้าปาก ทันใดนั้น ดวงตาคมเข้มของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
นั่นไม่ใช่เนื้อธรรมดา... รสสัมผัสที่ละลายในปากและความหวานล้ำลึกที่แผ่ซ่านไปทั่วลิ้นทำให้นางแทบจะลืมเลือนความเย็นชาที่เขามีต่อนางไปชั่วขณะ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยถามถึงที่มาของเนื้อชิ้นนี้ เสียงทุบประตูดังลั่นบ้านอีกครั้ง พร้อมกับเสียงของหัวหน้าหมู่บ้านที่ตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"หานหยาง! ออกมา! มีคนจากทางการ... มีราชโองการด่วนจากเงินหลวงมาถึงเจ้าที่นี่!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของฟางเซียนและท่านแม่ทัพผู้เย็นชา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 3
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชา
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!