แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 18

คดีปริศนาในไร่ชา

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
กลิ่นอายความอับชื้นผสมกลิ่นฉุนประหลาดที่ลอยคละคลุ้งออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่ใบโต ทำให้บรรยากาศในโรงคั่วชาของตระกูลหานยามนี้เยียบเย็นราวกับห้องชันสูตรศพ ฟางเซียนก้มลงใช้ปลายนิ้วเรียวสวยแตะลงบนผงใบชาคั่วบดละเอียดสีเขียวหม่นที่ควรจะหอมกรุ่นกลิ่นอายใบชาอู่หลงชั้นเลิศ ทว่าสัมผัสที่ได้กลับมีความชื้นแฉะผิดธรรมชาติ และเมื่อใช้วิธีโบราณอย่างการแตะริมฝีปากเพื่อชิมรส รสชาติขื่นปร่าแสบลิ้นที่แผ่ซ่านขึ้นมาทันทีก็ทำให้ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยโทสะระคนความฉงน "หงษ์ขาว... พิษสลายเอ็นรั้ง" ฟางเซียนพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นจนน่ากลัว รอยยิ้มบนใบหน้าของนางแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่นัยน์ตาคู่สวยจะวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะระคนความฉงน ขณะที่หานหยางหรี่ลงอันตราย มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ข้างกายโดยสัญชาตญาณ แววตาของแม่ทัพหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ใดก็ตามที่กล้าชักใยอยู่เบื้องหลังแผนการสกปรกนี้ "เซียนเอ๋อร์ ถอยไปข้างหลัง" หานหยางเอ่ยเสียงต่ำ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้มิดชิด สายตาคมกวาดมองไปรอบโรงคั่วชาที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า คนงานทุกคนต่างก้มหน้าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อเห็นประกายสังหารในแววตาของท่านแม่ทัพ "ท่านพี่ ไม่ต้องกังวลค่ะ" ฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติอันเฉียบคมกลับคืนมา สมองของอดีตนางร้ายผู้เคยผ่านการชิงดีชิงเด่นในราชสำนักมาแล้วรอบด้านเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว นางกวาดสายตามองกระสอบใบชาล็อตส่งออกประจำสัปดาห์ที่ถูกวางเรียงรายร่วมร้อยกระสอบ หากชาล็อตนี้หลุดรอดออกไปถึงมือพ่อค้าคนกลางและราชสำนัก หรือถูกส่งต่อไปยังงานเลี้ยงน้ำชาของตระกูลขุนนางใหญ่ ไม่เพียงแต่ชื่อเสียง "ไร่ชาตระกูลหาน" จะพังพินาศย่อยยับจนไม่มีแผ่นดินกลบหน้า แต่ตระกูลหานทั้งหมดอาจถูกข้อหา "กบฏ" หรือ "วางยาพิษลอบปลงพระชนม์" จากความสะשלของใครบางคนได้ในชั่วข้ามคืน! นี่ไม่ใช่แค่การกลั่นแกล้งทางธุรกิจธรรมดา แต่มันคือ "แผนฆ่าโค่นตระกูล" ทั้งเป็น! "ใครเป็นคนรับผิดชอบดูแลการคั่วชาล็อตนี้" เสียงทุ้มต่ำของหานหยางดังขึ้นกังวานบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง บรรยากาศกดดันแผ่ซ่ายจนแทบหายใจไม่ออก "เรียน... เรียนท่านแม่ทัพ บ่าว... บ่าวคือผู้ดูแลห้องคั่วชาฝั่งตะวันออกขอรับ!" ชายวัยกลางคนร่างผอมเกร็งสวมชุดผ้าฝ้ายมอซอคลานเข่าเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าอาบด้วยหยาดเหงื่อกาฬ "แต่... แต่บ่าวสาบานได้นะขอรับว่าบ่าวทำตามขั้นตอนทุกประการ ไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมใดเล็ดลอดเข้ามาได้เลยจริงๆ!" ฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้ชายผู้นั้น ชายกระโปรงผ้าไหมปักลายดอกเหมยสะบัดพลิ้วตามจังหวะก้าวเดินที่มั่นคง นางย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับคนงานผู้นั้น ดวงตาสีดำสนิทลẫบดิ่งราวกับหลุมพรางที่พร้อมจะดูดกลืนความจริงทั้งหมด "ข้าไม่ได้ถามว่าท่านทำตามขั้นตอนหรือไม่..." สุ้มเสียงหวานกังหันแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งบาดผิวเอ่ยขึ้น "แต่ข้าถามว่า... ในช่วงสามวันที่ผ่านมา มีใครแปลกหน้าเข้ามาใกล้เตาผิงหมายเลขสามนี้บ้างหรือไม่? หรือมีใครเป็นผู้จัดหาฟืนและวัตถุดิบเสริมในการหมักชาล็อตนี้เป็นกรณีพิเศษ?" คนงานผู้ดูแลกะพริบตาถี่ด้วยความหวาดกลัว สมองพยายามนึกย้อนกลับไปท่ามกลางความกดดันมหาศาล "ฟืน... ฟืนหรือขอรับ มีเฒ่าแก่เฉินจากหมู่บ้านข้างเคียงเป็นคนเอาไม้สนภูเขามาส่งเมื่อสองวันก่อน บอกว่าเป็นไม้คุณภาพดีช่วยให้กลิ่นชาหอมลึกขึ้น... ส่วนเรื่องคนแปลกหน้า... บ่าว... บ่าวจำได้ว่าคุณชายรองตระกูลหลินเคยแวะมาดูงานเมื่อวานนี้ขอรับ!" *คุณชายรองตระกูลหลิน?* มุมปากของฟางเซียนกระตุกยิ้มเยาะเย้ยทันที นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความดูแคลน ช่างบังเอิญเสียจริง หรือควรจะบอกว่าเป็น "สันดานเดิม" ของคนตระกูลหลินที่ยังคงตามมารังควานนางไม่เลิกรา แม้ว่านางจะตัดขาดจากตระกูลเดิมไปนานแล้วก็ตามที คนพวกนั้นคงคิดว่านางเป็นแค่สตรีอ่อนแอในไร่ชาห่างไกลความเจริญ จึงหยิบยืมมือคนนอกมาทำลายล้างนางเพื่อหวังฮุบสินสอดและส่วนแบ่งการค้าชาอู่หลงที่กำลังทำเงินมหาศาล "หึ ส่งหมาป่าเข้าบ้านตนเองยังไม่พอ ยังกล้าเอาพิษร้ายมาทำลายข้าวปลาอาหารของสามีข้าอีกหรือ" ฟางเซียนรำพึงเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความดุดันที่ซ่อนอยู่ใต้ความนุ่มนวล "เซียนเอ๋อร์ เจ้าถอยไปก่อน พี่จะจัดการเรื่องนี้เอง" หานหยางขยับกายเข้าใกล้ภรรยา ดวงตาคมกริบฉายแววดุดัน รังสีอำมหิตของแม่ทัพสนามรบแผ่ซ่านออกมาจนคนงานรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจแรง เขาไม่สนว่าใครจะอยู่เบื้องหลัง หากมันกล้าแตะต้องภรรยาและครอบครัวของเขา มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยเลือด! "ช้าก่อนค่ะท่านพี่..." ฟางเซียนยกมือเรียวขึ้นแตะเบาๆ ที่ต้นแขนแกร่งของสามี สัมผัสอุ่นซ่านจากฝ่ามือของนางทำให้ความเกรี้ยวกราดในใจของแม่ทัพหนุ่มสงบลงได้อย่างน่าประหลาด นางสบตาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความฉลาดเฉลียวและรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยแผนการ "การใช้วิธีดิบเถื่อนบุกไปเอาเรื่องตอนนี้ มีแต่จะทำให้พวกมันไหวตัวทันและทำลายหลักฐานทิ้งเสียหมด... ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสกปรกนัก ข้าก็จะเปิดประตูต้อนรับพวกมันด้วย 'สำรับอาหาร' มื้อใหญ่ที่พวกมันไม่มีวันลืมเลยทีเดียว" หานหยางมองรอยยิ้มของภรรยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง ระคนเอ็นดู และหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน ภรรยาตัวน้อยของเขาผู้นี้ ไม่เพียงแต่มีความรู้เรื่องการเกษตรและการค้าขายล้ำเลิศจนสามารถพลิกฟื้นไร่ชาที่ใกล้เจ๊งให้กลับมารุ่งเรืองได้ภายในไม่กี่เดือน แต่นางยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวและจิตใจที่เด็ดเดี่ยวราวกับแม่เสือสาว หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในยามนี้ มีเสน่ห์เย้ายวนใจจนเขาแทบละสายตาไปไม่ได้เลย "เจ้าจะทำอะไร เซียนเอ๋อร์" หานหยางเอ่ยถามเสียงนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยา ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเชื่อใจและตามใจนางทุกอย่าง "เราจะทำตามน้ำไปก่อนค่ะท่านพี่..." ฟางเซียนหันไปสั่งการคนงานด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "เก็บใบชาล็อตที่ปนเปื้อนนี้แยกไว้ในห้องใต้ดินอย่างมิดชิด ห้ามทำลายทิ้งเด็ดขาด และให้นำใบชาสำรองจาก 'มิติ...' อ่า หมายถึงจากห้องเก็บสำรองลับของข้ามาเปลี่ยนแทนที่ทันที เพื่อไม่ให้กำหนดการส่งสินค้าในวันพรุ่งนี้เสียหาย ส่วนท่าน..." นางหันไปมองคนงานผู้ดูแล "ทำตัวตามปกติ ทำทีเป็นว่าชาล็อตนี้พร้อมส่งมอบ แล้วปล่อยข่าวออกไปว่า... ข้ากับท่านแม่ทัพกำลังเดินทางไปตรวจสอบตระกูลหลินด้วยตนเองในเย็นนี้" แผนการซ้อนแผนเริ่มถูกถักทอขึ้นอย่างแนบเนียน ฟางเซียนรู้ดีว่าศัตรูในเงามืดกำลังรอคอยเวลาที่จะขย้ำนางให้จมดิน นางจึงไม่รีรอที่จะใช้โอกาสนี้ตลบหลังพวกมันให้เจ็บแสบชนิดที่เรียกว่าลุกไม่ขึ้นอีกเลยทีเดียว ขณะที่บรรยากาศภายในเรือนพักใหญ่ของตระกูลหานเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นยาจีนสูตรพิเศษก็เริ่มโชยมาจากห้องครัวทะลุผ่านประตูเรือนพัก ฟางเซียนลงมือเข้าครัวด้วยตนเองเพื่อเตรียมมื้อค่ำอันโอชะ เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดและเติมเต็มท้องให้อิ่มหนำสำราญก่อนศึกหนักจะมาถึงในยามวิกาล เนื้อน่องลายเคี่ยวกับรากบัวและพริกไทยสดจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก น้ำซุปสีอำพันเคี่ยวเค็มๆ หวานๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งเรือนพักจนเหล่าบ่าวไพร่ต่างพากันกลืนน้ำลายเอื้อม มองดูคุณหนูของพวกเขาปรุงอาหารด้วยความชื่นชม ทว่าในขณะที่ฟางเซียนกำลังตักซุปตุ๋นร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามเพื่อเตรียมยกให้สามีรับประทาน เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูด้านนอกเรือนก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าสงสัย "เรียนท่านแม่ทัพ ฮูหยินขอรับ!" เสียงหอบแฮกของพลทหารยามหน้าประตูดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญบุกมาที่หน้าเรือนขอรับ พวกเขาบอกว่าเป็นคนจากทางการและ... และนำหมายศาลข้อหาลักลอบค้าสินค้าต้องห้ามมาด้วยขอรับ!" ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังถือทัพพีตักซุป รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง นางหันไปสบตากับหานหยางที่ก้าวออกมาจากห้องหนังสือพอดี ช่างมาไวเสียจริง... พวกมันคงคิดว่าหางโผล่แล้วรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลมสินะ หานหยางก้าวเข้ามาโอบเอวบางของภรรยาไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นจากมือหนาส่งผ่านความมั่นคงมาให้นาง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตูหน้าเรือนด้วยแววตาราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังมองเหยื่อบินเข้าสู่กรง "ให้พวกเขาเข้ามา" หานหยางเอ่ยเสียงกังวานทรงอำนาจ ประตูเรือนไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของขุนนางท้องถิ่นผู้หนึ่งในชุดขุนนางชั้นผู้น้อยที่ยิ้มเยาะอย่างน่าหมั่นไส้ เดินนำหน้าทหารกองปราบหลายนายเข้ามาในลานบ้าน ทว่า... สิ่งที่ทำให้ฟางเซียนต้องหรี่ตามองด้วยความแปลกใจ ไม่ใช่ขุนนางผู้นั้น แต่เป็นเงาร่างของสตรีสูงวัยผู้หนึ่งที่ก้าวตามหลังเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งคุ้นตา แม่เลี้ยงจาง... มารดาเลี้ยงใจร้ายของนางที่บังอาจเดินทางมาไกลถึงชายแดนเพื่อร่วมวงปลิดชีพบุดตรีนอกสายตาคนนี้ด้วยตนเอง! ฟางเซียนวางทัพพีในมือลงช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของซุปเนื้อตุ๋นยังคงลอยอวลอยู่กลางอากาศตัดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว นางก้าวออกไปยืนเคียงข้างสามี เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและท้าทาย "ลมอะไรหอบท่านแม่มาไกลถึงเรือนชายแดนเช่นนี้เล่าเจ้าคะ ท่านแม่เลี้ยง..." ฟางเซียนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานใสที่แฝงไว้ด้วยหนามแหลมคม แม่เลี้ยงจางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจ ดวงตาคู่ฝ้าฟางจ้องมองนางด้วยแววตาสสมเพชเวทนา "หลินฟางเซียน เจ้าหมดเวลาสำราญแล้ว! วันนี้ข้ามาเพื่อจับกุมตัวเจ้าในฐานะอาชญากรผู้ค้ายาพิษทำลายบ้านเมือง!" ทว่า... ก่อนที่แม่เลี้ยงจางจะได้กล่าววาจาเย้ยหยันอันใดยาวนานกว่านั้น สายตาของฟางเซียนก็เหลือบไปเห็นเงาดำประหลาดที่ไหววูบอยู่บริเวณพุ่มชาหลังเรือนพัก พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากความมืดมิด *คลิฟฮังเกอร์:* เงาร่างลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มชาไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่พวกมันกำลังชูหน้าไม้เล็งตรงมาที่กลางหลังของหานหยาง! และก่อนที่ฟางเซียนจะทันได้เปล่งเสียงตะโกนเตือนภัย ลูกธอาบยาพิษดอกแรกก็แหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงพร้อมกับเสียงคำรามลั่นของสามีที่พุ่งเข้ามารับร่างนางไว้ในอ้อมแขน—!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%