เสียงลากกระเป๋าเดินทางทรงสูงกระทบกับพื้นหินอ่อนราคาแพงในโถงทางเดินคฤหาสน์ตระกูลอัคนี มันดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงเคาะระฆังประกาศอิสรภาพ และในขณะเดียวกัน ก็เป็นเสียงฝังกลบหลุมศพของความทรงจำสีจางตลอดสามปีที่ผ่านมา
ม่านไหมหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูใหญ่ที่เคยปิดกั้นเธอจากโลกภายนอก ร่างระหงในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมเรียบง่ายดูเข้มแข็งขึ้นกว่าวันแรกที่ก้าวเข้ามาในฐานะ 'ภรรยาที่ถูกลืม' ไหล่บางตั้งตรง ดวงตาคู่สวยที่เคยแดงก่ำจากการร้องไห้ฟูมฟาย บัดนี้แห้งสนิท เหลือเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวราวกับเพชรแท้ที่ผ่านการเจียระไนด้วยไฟแห่งความเจ็บปวด
กระดาษแผ่นบางในกระเป๋าเสื้อยังคงร้อนผ่าว มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งอย่างอัคคีถึงกับหน้าถอดสี บนบรรทัดสุดท้ายของเอกสารหย่านั้น ไม่ใช่แค่ลายเซ็นของเธอและเขา แต่ยังมีลายมืออันคุ้นตาของบุคคลที่สาม... บุคคลที่อัคคีไม่มีวันคาดคิดว่าจะกล้าเข้ามามีเอี่ยวในเกมชีวิตคู่นี้ และนั่นคือคำตอบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดว่า ทำไมเธอถึงเลือกเดินหันหลังให้ผู้ชายที่มีอำนาจล้นฟ้าคนนี้ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองกลับมาอีกเลย
"คุณไหมคะ... จะไปจริงๆ หรือคะคุณหนู" ป้าแจ่ม แม่บ้านเก่าแก่ที่คอยเลี้ยงดูอัคคีมาตั้งแต่แบเบาะ วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา มือเหี่ยวย่นสั่นเทาเอื้อมมาจับแขนเรียวไว้ด้วยความอาลัยอาวรณ์ น้ำตาคลอเบ้า "คุณคีย์เขาก็แค่... อารมณ์ร้อนไปบ้าง รอให้คุณคีย์ใจเย็นลงก่อนเถอะนะคะ ป้าจะไปพูดให้..."
"ไม่มีประโยชน์หรอค่ะป้าแจ่ม" ม่านไหมหันกลับมาส่งยิ้มบางเบาให้ผู้มีพระคุณ รอยยิ้มนั้นงดงามแต่ทว่าไร้ซึ่งความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ใดๆ อีกแล้ว "สามปีที่ผ่านมา ไหมไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยอารมณ์ค่ะป้า แต่ไหมใช้ความอดทน... อดทนจนถึงขีดจำกัดที่หัวใจดวงนี้จะแบกรับไหวแล้ว บ้านหลังนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะหาความสุขเจอค่ะ"
"แต่... แต่คุณหนูกับคุณคีย์มีทะเบียนสมรสกันนะคะ แล้วไหนจะ..."
"ทะเบียนสมรสใบนั้น กลายเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าไปตั้งแต่วินาทีที่เขาพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของไหมใต้ชายคาเดียวกันแล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยแทรกขึ้น นิ่งสงบแต่มั่น
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากบันไดวนเบื้องบน อัคคีในชุดสูทเนื้อดีที่หลุดลุ่ยเล็กน้อย ปรากฏกายขึ้นด้วยใบหน้าตึงเครียด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองกระเป๋าเดินทางใบโต ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของอดีตภรรยา
"ม่านไหม! เธอคิดจะเล่นเกมอะไรอีก" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวด้วยความหงุดหงิดระคนร้อนรน เขาพยายามรักษามาดประธานหนุ่มผู้เย็นชา แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกลับทรยศความตื่นตระหนกในอก "เซ็นใบหย่าบ้าๆ นี่ แล้วคิดจะหอบข้าวของหนีออกจากบ้านเฉยๆ อย่างนั้นเหรอ? ฉันยังไม่อนุญาต!"
ม่านไหมหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง เธอก้าวถอยหลังออกห่างจากเขาหนึ่งก้าว สร้างอาณาเขตที่ชัดเจนระหว่างคนทั้งสอง
"อนุญาต? คุณอัคคีคะ กรุณาใช้สมองทบทวนดูใหม่อีกรอบนะคะ ว่าตอนนี้ใครเป็นคนถือสิทธิ์ขาด" ม่านไหมเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ ดวงตาคู่คมมีความเยденชาที่เย็นเยียบยิ่งกว่าตัวเขาในอดีตเสียอีก "เอกสารนั่นเซ็นครบถ้วนสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วค่ะ และถ้าคุณยังมีความฉลาดเหลืออยู่บ้าง ก็คงจำลายเซ็นของ 'ใครบางคน' ในบรรทัดสุดท้ายได้ดีสินะคะ... คนที่ทำให้คุณช็อกจนพูดไม่ออกเมื่อครู่ยังไงล่ะคะ"
อัคคีชะงักไป ภาพของลายเซ็นนั้นผุดวาบขึ้นมาในหัว ซัดความโกรธเกรี้ยวให้พุ่งพล่านจนแทบคลั่ง รตา... ผู้หญิงที่เขาคิดว่าเธอคือน้องสาวที่แสนดีและบริสุทธิ์ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการทำลายล้างชีวิตแต่งงานของเขา เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจและตัณหาของตนเอง รตาแอบอساسติดต่อกับทนายความส่วนตัวของเขาและจัดฉากทุกอย่างให้ออกมาเป็นเช่นนี้!
"เรื่องรตา... ฉันอธิบายได้ ไหม!" อัคคีสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวด้วยความร้อนรน มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าข้อแขนเรียวมาจับไว้ แต่ทว่า... ม่านไหมไวกว่า เธอสะบัดแขนหนีราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัสโดนตัว
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวานตวาดลั่นด้วยความกรุ่นโกรธที่อัดอั้นมานาน "ความสกปรกจากผู้หญิงคนนั้น ยังติดอยู่บนตัวคุณทุกลมหายใจ คุณอัคคี... คุณมันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัว ที่เพิ่งมารู้สึกว่าของมีค่าก็ต่อเมื่อมันหลุดมือไปแล้ว แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ว่าสายไปแล้วค่ะ... คนอย่างม่านไหม ต่อให้คุณเอาเพชรมาถมทับหัวใจดวงนี้ ฉันก็ไม่มีวันกลับมาหาผู้ชายใจร้ายอย่างคุณเด็ดขาด!"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นบาดลึกเข้าไปในทรวงอกของอัคคีราวกับถูกคมมีดกรีดซ้ำ เขารู้สึกหายใจไม่ออก แน่นหน้าอกจนพูดไม่ออก ความหยิ่งทะนงที่เคยมีพังทลายลงต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและไม่มีทางไปไหนรอด
"ไหม... ฟังฉันก่อน ได้โปรด..." น้ำเสียงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสั่นพร่าลงอย่างน่าใจหาย เขายอมคุกเข่าลงในศักดิ์ศรีของตัวเองครึ่งหนึ่งเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้ "ฉันรู้ว่าฉันเลว ฉันทำร้ายเธอไว้มาก แต่... เรื่องลูก..."
ม่านไหมชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ มือเรียวเผลอยกขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบของตนเองโดยไม่รู้ตัว ปฏิกิริยานั้นรวดเร็วมาก แต่ไม่รอดพ้นสายตาของอัคคีที่จ้องมองเธออยู่ทุกอริยาบท
ดวงตาสีเข้มของอัคคีหรี่ลง ความสงสัยระคนหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก เขาสังเกตเห็นมาหลายวันแล้วว่าช่วงหลังภรรยาของเขามีอาการคลื่นไส้ ร่างกายอิ่มเอิบขึ้น และที่สำคัญ... เธอมักจะเอามือลูบท้องตัวเองด้วยความทะนุถนอมเสมอ
"ลูก..." อัคคีทวนคำ เสียงแหบพร่า หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก "ไหม... เธอกำลังท้องใช่ไหม? ลูกของเรา... อยู่ในท้องเธอใช่ไหม!"
ม่านไหมหน้าซีดเผือดลงชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยววินาที เธอก็กลับมาตั้งสติได้ แววตาแข็งกร้าวขึ้นเพื่อปกป้องสายเลือดในครรภ์ เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
"ต่อให้ท้อง... ก็ไม่ใช่ลูกของคุณค่ะ!" ม่านไหมโกหกออกไปคำโต เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม "จำใส่สมองของคุณไว้ซะ ว่าเด็กคนนี้จะไม่มีวันใช้สกุลอัคนี ไม่มีวันได้เรียกคุณว่าพ่อ และชาตินี้... เราขาดกัน!"
พูดจบ ม่านไหมก็คว้าคันชักกระเป๋าเดินทาง หมุนตัวเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้อัคคียืนแข็งทื่อราวก้อนหินกลางสายฝน ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอกจนแทบกระอักเลือด เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม
ชายหนุ่มหมุนตัววิ่งตามออกไปทันทีด้วยความคลุ้มคลั่ง เขาต้องรั้งเธอไว้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!
ประตูคฤหาสน์เปิดออก ปะทะกับแสงแดดจ้าด้านนอก ม่านไหมก้าวเท้าลงจากบันไดขั้นสุดท้าย ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง รถแท็กซี่คันที่เธอเรียกไว้ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบพอดี
แต่ก่อนที่เธอจะได้เปิดประตูรถ เสียงฝีเท้ากระแทกกระทั้นของอัคคีก็ดังมาถึงตัว เขาพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี "ไหม! หยุดนะ! เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!"
"ปล่อยนะ! คนบ้า!" ม่านไหมสะบัดข้อมือสุดแรงเกิด ยื้อยุดกันไปมาจนกระเป๋าเดินทางล้มคว่ำ สิ่งของด้านในกระเด็นออกมาเกลื่อนพื้นหญ้า และท่ามกลางความชุลมุนนั้นเอง เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่วิ่งตามหลังคนสวนเข้ามาดูเหตุการณ์ ก็ตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยความตกใจ
"คุณแม่ครับ! อย่าร้องไห้สิครับ! เดี๋ยวต้นกล้าช่วยเก็บของเอง!"
ร่างสูงของอัคคีแข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมอย่างจัง เมื่อได้ยินเสียงนั้น และเมื่อก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งเข้ามาโอบกอดขาอดีตภรรยาไว้ ใบหน้านั้น... ดวงตากลมโต คิ้วเข้ม และริมฝีปากหยักลึก ถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็ก ราวกับส่องกระจกเงาไม่มีผิดเพี้ยน!
อัคคีเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าตกใจที่ถูกซ่อนเร้นมาตลอดสี่ปีเต็ม!
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของละอองดาวเดือนเก้ามา ณ ที่นี้นะคะ
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 3
ก้าวออกจากบ้านหลังใหญ่
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!