เสียงกระดาษราคาแพงถูกกรีดผ่านคมมีดสเตนเลสอย่างเฉียบขาด ดัง *แคว่ก* ก้องกังวานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางและเย็นเยียบราวกับห้องเก็บศพ
อัคคีเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์จ้องมองร่างบางที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องโต๊ะทำงานของเขา รัศมีรอบตัวของม่านไหมในวันนี้ไม่มีความหวาดหวั่นพรพรหมหรือร่องรอยของการอ้อนวอนขอความรักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ดวงตาคู่คมที่เคยฉาบประกายความรักความภักดีอย่างไร้เงื่อนไข บัดนี้ราบเรียบว่างเปล่า ราวกับเธอกำลังมองสิ่งของไร้ค่าที่เธอพร้อมจะสลัดทิ้งจากชีวิต
"คุณเซ็นชื่อลงไปในช่องของฝ่ายชายเรียบร้อยแล้วนะคะ เหลือแค่คุณตรวจสอบความถูกต้องและเก็บสำเนาของคุณไว้ ส่วนฉบับนี้... เป็นของฉันค่ะ"
น้ำเสียงของม่านไหมราบเรียบและมั่นคง ไม่มีแม้แต่เสียงสั่นเครือให้ได้ยิน ผู้หญิงคนที่เคยนั่งรอเขากลับบ้านจนดึกดื่นทุกคืน ผู้หญิงคนที่เคยร้องไห้เงียบๆ กับความเย็นชาอย่างไร้เยื่อใยของสามีในนามตลอดสามปีที่ผ่านมา ได้ตายไปจากโลกใบนี้แล้ว เหลือเพียงม่านไหมผู้แข็งแกร่งดั่งเพชรแท้ ที่ผ่านการเจียระไนด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดจนคมกริบพร้อมจะบาดลึกทุกสิ่งที่ขวางหน้า
อัคคีแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงท่าทางหยิ่งยโส ดั่งผู้กุมชัยชนะในกำมือโดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขากำลังจะสูญเสียไปในนาทีนี้ คือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตที่ชาตินี้ไม่มีวันหาคืนได้อีก
"เล่นละครอะไรอีกม่านไหม? อยากเรียกร้องความสนใจจากผมจนต้องลงทุนทำเอกสารปลอมๆ ชุดนี้ขึ้นมาเลยงั้นเหรอ? บอกไว้ก่อนนะว่ามุกเรียกร้องความสนใจแบบเด็กๆ แบบนี้ ใช้ไม่ได้ผลกับผมหรอก สามปีที่ผ่านมาผมรำคาญคุณจะตายอยู่แล้ว ถ้าอยากหย่าผมน่าจะเป็นฝ่ายพูดก่อนด้วยซ้ำ"
คำพูดเชือดเฉือนและดูแคลนหลุดออกมาจากริมฝีปากของผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมมอบทั้งหัวใจให้ อัคคีไม่เคยสนใจไยดี ไม่เคยจำวันสำคัญ ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองยามที่เธอล้มป่วย สามปีในคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้มีความหมายไม่ต่างอะไรกับกรงขังนักโทษประหาร ที่ซึ่งเขามีฐานะเป็นผู้คุมผู้เย็นชาและไร้หัวใจ
ม่านไหมไม่โต้เถียง เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาที่ทำให้อัคคีรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาด มันไม่ใช่สายตาตัดพ้อ แต่มันคือสายตากลวงเปล่าที่มองเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ
"เอกสารฉบับนี้ผ่านการตรวจสอบจากทนายความและจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทุกประการค่ะ คุณอัคคีไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพย์สิน เพราะฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรจากคุณเลยแม้แต่บาทเดียว เงินสินสมรส หุ้น หรือแม้แต่คฤหาสน์หลังนี้ ฉันสละสิทธิ์ทั้งหมด ขอแค่ความเป็นอิสระของฉันคืนมาเท่านั้น"
ม่านไหมวางเอกสารแผ่นสุดท้ายลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวโต๊ะดังเบาๆ แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึกของคนฟัง อัคคีขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกข้างซ้าย มันไม่ใช่ความโล่งใจอย่างที่สมองสั่งให้คิด หากแต่เป็นความหนับหน่วงและหวาดหวั่นคล้ายมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบรัดหัวใจเขาให้แน่นเข้าทุกที
"เธอพูดเหมือนกับว่า... ชาตินี้เราจะไม่กลับมาเจอกันอีกอย่างนั้นแหละ ม่านไหม" อัคคีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน สายตาคมกวาดมองใบหน้าหวานที่วันนี้ดูงดงามสะดุดตาเป็นพิเศษ ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้น ทรวดทรงที่เคยผอมแห้งเพราะความเครียดกลับอวบอิ่มมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "หรือว่า... มีใครซุกซ่อนอยู่ข้างนอก ถึงกล้าปีกกล้าขาแข็งกล้าทิ้งผมไปแบบนี้?"
ภาพของรตา อดีตคู่หมั้นสาวผู้แสนดีที่คอยวนเวียนอยู่ใกล้ชิดและคอยเป่า hูเขาเรื่องความบกพร่องของภรรยาแวบเข้ามาในหัว แต่น่าแปลกที่ในวินาทีนี้ อัคคีกลับไม่ได้รู้สึกยินดีที่ผู้หญิงที่ตนไม่รักกำลังเดินออกไปจากชีวิตอย่างที่เคยคาดคิดไว้ เขากลับรู้สึกราวกับกำลังจะสูญเสียการควบคุมบางอย่างไปตลอดกาล
ม่านไหมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีอาการหลบตา ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัว ริมฝีปากอิบอิ่มแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกระตุกวูบ
"ต่อให้ไม่มีใคร... ฉันก็ไม่มีวันทนอยู่กับผู้ชายไร้หัวใจอย่างคุณไปจนวันตายหรอกค่ะคุณอัคคี ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของฉันถูกเก็บใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว และฉันจะไม่กลับเหยียบคฤหาสน์หลังนี้อีกเป็นครั้งที่สอง"
"หยุดนะม่านไหม! ใครอนุญาตให้เธอเดินหนีผม!" อัคคีพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเรียวไว้แน่นด้วยความโกรธกรณีกำลังครอบงำ แรงบีบที่ข้อมือทำให้นิ้วมือของเธอชาหนึบ แต่ทว่าม่านไหมกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เขาเห็น เธอเพียงแค่ก้มลงมองมือหนาที่พันธนาการเธอไว้ด้วยแววตารังเกียจอย่างชัดเจน
สัมผัสจากปลายนิ้วที่กุมข้อมือนั้นเคยเป็นสิ่งที่เธอโหยหาและร้องขอมาตลอดสามปีเต็ม แต่วันนี้... มันกลับเป็นสิ่งที่เธออยากสะบัดทิ้งให้พ้นทางมากที่สุด
"ปล่อยค่ะ! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน เพราะมันสกปรก..."
คำว่า *สกปรก* พุ่งเข้ากระแทกความอีโก้สูงส่งของอัคคีเข้าอย่างจัง ดวงตาสนสีนิลวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนหยามเกียรติขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะภรรยาในนามที่เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังนี้
"เธอกล้าดียังไงมาว่าฉันสกปรก! ม่านไหม! คิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วฉันจะทำอะไรเธอไม่ได้ใช่ไหม? คิดจะไปจากฉันเหรอ ฝันไปเถอะ! ต่อให้เธอพลิกแผ่นดินหนี ฉันก็จะลากตัวเธอกลับมาลงทัณฑ์ให้อยู่ในโอวาทของฉันให้ได้!"
อัคคีบดกรามแน่นด้วยความโมโหจัด มือหนากระชากร่างบางเข้ามาประชิดตัว แรงปะทะทำให้แผ่นอกกว้างแนบชิดกับทรวดทรงอิ่มเอม กลิ่นกายหอมหวานละมุนละไมที่ไม่คุ้นเคยแต่ชวนให้มึนเมาลอยเข้าแตะจมูก กลิ่นหอมที่แตกต่างจากน้ำหอมราคาแพงของรตาราวฟ้ากับเหว กลิ่นหอมบริสุทธิ์ที่ตอกย้ำความจริงว่าเขานอนร่วมเตียงกับผู้หญิงคนนี้มาสามปีเต็ม แต่ไม่เคยใส่ใจที่จะสูดดมความหอมนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ม่านไหมพยายามขัดขืน แรงดิ้นรนและแววตาดื้อรั้นยิ่งทำให้อัคคีขาดความยับยั้งชั่งใจ ความโกรธผสมผสานกับแรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าโดยสัญชาตญาณความเป็นชาย ผลักดันให้เขาใช้กำลังกดขี่ข่มเหงเธอตามความเคยชินของผู้ชายที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร
ริมฝีปากหยักกดลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ลงทัณฑ์ และบังคับขู่เข็ญ เพื่อประกาศศักดาความเป็นเจ้าเหนือหัว แต่ม่านไหมไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมจำนนอีกต่อไปแล้ว ฟันคมกัดลงที่ริมฝีปากของเขาอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก
อัคคีผละออกด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวที่หอบหายใจรุนแรง ริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบแต่แววตายังคงแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความชิงชัง
"จำใส่สมองของคุณไว้ซะนะคะคุณอัคคี... ว่าตัวฉัน หัวใจของฉัน และทุกอย่างที่เป็นของฉัน มันหลุดพ้นจากความเป็นทาสของคุณตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!"
พูดจบ ม่านไหมก็สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมแล้วหันหลังเดินก้าวออกไปจากห้องทำงานอย่างเด็ดเดี่ยว ทิ้งให้อัคคี đứngอึ้งอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน รสเลือดในปากและความเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายทำให้เขาเซถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ
ทว่า... ในวินาทีที่ประตูห้องทำงานปิดลงพร้อมกับเสียงก้าวเดินที่ห่างออกไปเรื่อยๆ หัวใจของอัคคีกลับหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความรู้สึกโหวงเหวงแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับวิญญาณครึ่งหนึ่งของเขากำลังถูกกระชากติดตัวเธอไปด้วย
เขาคุกเข่าลงช้าๆ สายตาคมกวาดมองไปที่พื้นผิวโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า ก่อนจะสะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะ—ภาพถ่ายใบล่าสุดที่หลุดออกมาจากซองเอกสารของทนายความ
อัคคีก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ภาพถ่ายอัลตราซาวด์สีดำที่มีเงาร่างของเด็กน้อยตัวจิ๋วขดตัวอยู่ในครรภ์ พร้อมกับตัวเลขระบุอายุครรภ์ที่ชัดเจน... *สัปดาห์ที่สิบสอง*
ดวงตาของประธานหนุ่มเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกลางวันแสกๆ เด็กในท้อง... ลูกของใคร?
*- - - - - - - - - - - - - - - - -*
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการไถ่บาปครั้งนี้ด้วยกันนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า)
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 1
ใบหย่าบนโต๊ะทำงาน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!