แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะไม้สักขัดมันจนเกิดเสียงดังสนั่น ท่ามกลางบรรยากาศห้องรับรองพิเศษของศาลจังหวัดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียด ปกรณ์ขยับปมเนกไทสีเทาเข้มของตนเองเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพของหญิงสาวตรงหน้าผู้กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ ลีลาวดีไม่ได้แสดงอาการเกรงกลัวต่อบารมีของทนายความหนุ่มชื่อดังผู้ไม่เคยแพ้คดีแม้แต่น้อย เธอกลับยกเรียวปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะบางๆ ที่ทำให้อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นอย่างประหลาด
"ฉันบอกคุณแล้ว... ว่าคำทำนายของฉัน มันไม่มีบัญญัติไว้ในกฎหมายหรอกนะ ทนายปกรณ์"
เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความท้าทายเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตากลมโตที่จ้องมองตรงมาอย่างไม่หลบเลี่ยง ปกรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความหงุดหงิดที่กำลังแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้หญิงคนนี้เข้ามาปั่นป่วนชีวิตการทำงานอันไร้ที่ติของเขาตั้งแต่เมื่อวาน และในวันนี้ เธอยังกล้ามานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในฐานะ 'พยานปากเอก' ของคดีมรดกเลือดตระกูลอัครเดชาโชติ คดีมูลค่าหลายร้อยล้านที่เขาถูกว่าจ้างให้มาพลิกสถานการณ์ให้ฝ่ายจำเลยผู้เป็นทาบทายสายรอง
"แต่ 'หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์' และ 'พยานวัตถุตรรกะ' ต่างหากล่ะครับที่มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง..." ปกรณ์โน้มตัวไปข้างหน้า มือหนาสองข้างประสานกันบนโต๊ะ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ไม่ใช่คำทำนายเลื่อนลอยของเซียนต้มตุ๋นที่อ้างว่ามองเห็นอนาคตจากกากใบชาหรือไพ่ยิปซี"
"ต้มตุ๋นเหรอคะ... เอ๊ย! ผมหมายถึง... คุณกล้าใช้คำว่าต้มตุ๋นกับสำนักพยากรณ์ 'ญาณทิพย์เก้าสวรรค์' ของฉันเชียวหรือครับ ทนายปกรณ์" ลีลาวดีสวนกลับทันควัน ดวงตาส่อประกายความพึงพอใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายเผลอหลุดคำพูดประชดประชันออกมา "ระวังปากของคุณไว้ให้ดีเถอะนะ เพราะในพินัยกรรมฉบับนี้ มีเงื่อนไขบางอย่างที่แม้แต่กฎหมายเทวดาของคุณก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าคุณยังเลือกจะยืนอยู่ข้างคนผิดแบบหูหนวกตาบอด"
"ผมทำตามหน้าที่ และหน้าที่ของทนายความคือการพิทักษ์สิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่การวิ่งตามความงมงายไร้สาระเหมือนที่คุณกำลังทำอยู่ เพื่อแลกกับค่าจ้างก้อนโตล่ะสิ ถึงได้ยอมมาเป็นพยานปากเอกให้ฝ่ายโจทก์แบบนี้" ปกรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกวาดมองสำรวจการแต่งกายของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า สูทเข้ารูปสีครีมที่ขับผิวให้ดูโดดเด่น ยิ่งทำให้เธอดูเป็นอันตรายต่อความสงบสุขในจิตใจของเขามากขึ้นไปอีก
"ปากจัดไม่เบานี่คุณ คิดว่าหล่อแล้วจะพูดจาดูถูกใครก็ได้งั้นสินะ" ลีลาวดีกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความโมโห เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ไถลไปด้านหลังเกิดเสียงเสียดสีน่ารำคาญ "ถ้ามั่นใจนักว่ากฎหมายของคุณมันแน่จริง ทำไมมือถึงได้สั่นตอนเซ็นรับสำนวนคดีนี้ล่ะคะ ทนายมือหนึ่ง?"
ปกรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อถูกจับไต๋ได้ เขาไม่ได้มือสั่นเพราะกลัว... แต่เขาหงุดหงิดที่ผู้หญิงคนนี้อ่านทางเขาออกทุกก้าวต่างหาก ทนายหนุ่มลุกขึ้นยืนตาม แรงกดดันจากส่วนสูงและบุคลิกอันเยือกเย็นทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละน้อยจนลีลาวดีต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางเอกสารด้านหลังโดยไม่รู้ตัว
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวของหญิงสาวลอยเข้าแตะจมูก ปกรณ์ก้มมองลงมาสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่เมื่อเผชิญหน้ากันในระยะประชิดแบบนี้ หัวใจของทั้งคู่กลับเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"ถอยไปนะ..." ลีลาวดีกระซิบเสียงแผ่ว มือเรียวบางวางทราบลงบนอกเสื้อสูทของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจจะดันตัวเขาออกไป แต่สัมผัสจากความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้ากลับทำให้เธอต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก
"ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีนะ คุณลีลาวดี..." ปกรณ์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชนกับเส้นผมสลวย น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหูขาวสะอาดด้วยความใกล้ชิดที่เกินเลยขอบเขตของคู่กรณีในศาล "อย่ามาเล่นเกมกับผม เพราะคุณอาจจะไม่ได้เดินออกจากห้องพิจารณาคดีนี้ด้วยขาของตัวเอง..."
"...แต่ด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะแทน"
ลีลาวดีเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจกับประโยคสุดท้ายที่ถูกเติมเข้ามา เธอเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าคนเจ้าเล่ห์ แต่ทว่า ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้มีเพียงแค่ความใกล้ชิดอันตรายนี้เท่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต
"ไอ้กร! แย่แล้วเว้ย..."
ร่างสูงสมส่วนของ ร.ต.อ.ธนา นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือหนากำซองเอกสารสีน้ำตาลชื้นเหงื่อไว้แน่น ธนาชะงักกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า—ทนายความหนุ่มชื่อดังกำลังยืนคร่อมร่างของเซียนพยากรณ์สาวไว้ชิดชั้นวางเอกสาร ท่าทางล่อแหลมราวกับฉากในละครหลังข่าว
ปกรณ์ถอยหลังกลับตั้งหลักอย่างรวดเร็ว สีหน้าเรียบเฉยราวกำแพงน้ำแข็งถูกยกขึ้นมาสวมทับทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน ขณะที่ลีลาวดีรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ด้วยความเขินอายแก้มแดงก่ำ
"มีอะไรวะธนา ถึงได้ทำหน้าเหมือนเจอผีกลางวันแสกๆ ขนาดนั้น" ปกรณ์เอ่ยถามกลบเกลื่อนความผิดปกติของตนเอง
ธนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองเพื่อนสนิทสลับกับหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที
"ไม่ใช่ผี... แต่เป็น 'พินัยกรรมตัวจริง' ที่เพิ่งถูกส่งมาถึงกองปราบ... และเนื้อหาในนั้น มันระบุเอาไว้ชัดเจนเลยว่า... ฆาตกรที่ฆ่าคุณลุงของคุณ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นลูกความที่คุณกำลังปกป้องอยู่นี่ไงล่ะไอ้กร!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความแซ่บในตอนนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เซียนนักพยากรณ์กับทนายหนุ่มปากแจ๋ว•ตอนที่ 2
ศาลเตี้ยกับทนายหน้าเงิน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนนักพยากรณ์กับทนายหนุ่มปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
